ก่อนนั้นและหลังจากนี้
-1-
อาทิตย์เคลื่อนคล้อยลอยต่ำ หลากหลายชีวิตกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนสักที่ 
บางครั้งผมฉงนในชิวิตว่าย่ำค่ำเช่นนี้จะมีใครบ้างมั้ย ที่รู้สึกว่าตัวเองไม่รู้จะไปไหน ?
ไม่รู้ว่าจะเดินข้ามผ่านความว่างเปล่าในใจไปได้อย่างไร ?
 
เมืองศิวิไลซ์ที่คนเป็นล้านเดินสวนกัน จะมีสักวินาทีหนึ่งไหม ที่ใครบางคนจะเผลอสบตากัน และเห็นว่า ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่แววตาฉายถึงความเหงาและความโศกเศร้าเฉกเดียวกันกับเขา 

-2- 
หลายเดือนก่อน ขณะที่ผมจอดรถมอเตอร์ไซค์ติดไฟแดงในซอกเล็กๆระหว่างเลนของถนน ซ้ายมือคือรถเก๋งคันงาม ขวามือคือรถโดยสารประจำทาง ภาพผู้คนเบียดเสียดแบบนั้นผมคุ้นเคยดี แต่สิ่งที่ผมไม่คุ้นตาก็คือ ตรงริมหน้าต่างมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังมองออกไปยังท้องสีแสดผสมคราม แววตาเธอราบเรียบ หูของเธอมีสายหูฟังสีขาวเสียบอยู่

หัวใจผมไม่ได้เต้นแรงเหมือนนิยายรักวัยไส ตัวผมเองก็ไม่ได้ตกอยู่ในภวังค์เหมือนดั่งคำบรรยาเวลาที่รักแรกเกิดก่อ แต่ผมสารพภาพตามตรงว่า ผมเสียสติไปโดยสิ้นเชิงเมื่อเห็นน้ำใสๆคลออยู่ตรงเบ้าดวงตาของเธอ

"แปร้นนน" พี่มอไซต์คันหลังบีบเตรเพื่อบอกว่าไฟเขียวแล้ว ขณะที่ผมกำลังจะบิดคันเร่งออกไป จังหวะนั้นผมหันไปมองเธออีกรอบ เธอหันมา ดีที่หมวกกันน็อคของผมไม่มีกระจกกันลม เราเลยเผลอสบตากันแบบไม่ได้ตั้งใจ 

วินาทีนั้น ผมเจอคนที่มีอะไรคล้ายๆกัน 
เธอ...ผู้มีแววตาแห่งความเศร้า เช่นเดียวกับผม

-3-
ผมหวนนึกถึงเธอขึ้นมาอย่างประหลาดใจ จะว่าฤทธิ์แอลกอฮอร์ในท้องก็คงไม่ใช่ ไก่ผลัดเย็นแบบผมที่กำลังโห่เหงาที่หน้าบาร์ตั้งแต่ร้านค้ายังเตรียมไม่เสร็จ มั่นใจว่าแบบไหนที่เรียกว่าเมา!

และผมก็ไม่อาจหาคำตอบได้ว่า ความคิดถึงเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ทุกครั้งที่ผมรู้สึก คือผมจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในหัวใจ บางอย่างที่ใครหลายคนเรียกว่า...ความเหงา

ใช่ครับ ความเหงา ! 
เพราะตั้งแต่วันน้ันผมก็ไม่ได้เจอเธออีกเลย

"เราเหงาเพราะคิดถึง หรือเราคิดถึงจึงเหงา" 
ผมทำได้เพียงปล่อยให้คำถามนี้ จมหายไปในมิติที่ไร้ซึ้งเหตุผล...


-4-
สตรีที่อายุมากกว่าเคยบอกผมไว้ "เมื่อนายโตขึ้น นายจะได้เจอคนอีกเยอะ" 
ประโยคบอกลาจากเธอดูเปรียมไปด้วยความหวังไหมล่ะ ?

"อย่าร้องไห้นะ เป็นผู้ชายต้องอย่าอ่อนแอ่" เธอพูดต่อ 
"อือ..." แค่นั้น ผมก้มหน้าตอบกลับแต่เพียงสั้นๆ    
 
เด็กน้อยคนหนึ่งเดินจากชีวิตผมไป ไม่ผิดหรอกฮะ ความเป็นเด็กของเธอมีอยู่ในตัวเธอเสมอ ตลอดเวลาที่ไม่ได้ดั่งใจ เธอพร้อมจะดื้อ งอแง เอาแต่ใจ(บ้าง) เอ๊ะอ่ะงอล 

ซึ่งผมก็พอจะรู้ว่า...การที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะเป็นเด็กกับใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่ว่าผู้ชายทุกคนที่จะได้เห็นมุมเหล่านั้น  และไม่ใช่ว่าผู้ชายทุกคนที่จะเข้าใจในมุมเหล่านั้น 

และเป็นเรื่องเจ็บปวดทีเดียว ที่มุมในความเป็นเด็กของผม เธอเผลอมองข้ามไป

ผู้ชายอย่างเราๆถูกคาดหวังว่าต้องเข้มแข็ง ผมพอเข้าใจได้ในความคาดหวังของคนภายนอกเหล่านั้น แต่ในถานะคนรักกัน ผมแค่อยากมีบางเวลาที่ได้แสดงด้านที่อ่อนแอกับเธอ อยากร้องไห้เมื่ออดทนไม่ไหวกับการโดนสังคมเหยีดหยาม อยากบอกเล่าเรื่องบั่นทอนหัวใจเมื่อใครสักคนแทงข้างหลัง อยากคุยในเรื่องที่ไม่สามารถคุยกับใครได้นอกจากคนรัก "ที่รักวันนี้ผมเหนื่อยจัง คุณเหนื่อยไหม วันนี้ข้าวไม่อร่อยเลย วันนี้คุณเจออะไรมาบ้าง วันนี้คุณอยากบ่นอะไรให้ผมฟังหรือเปล่า...วันนี้ผมคิดถึงคุณจัง ไม่ดื้อน้า งอแงมากเดี่ยวตีเลยยย...เก้า รอ เก้า อีกมากมาย" 

อยากใช้ความรักที่มีเยี่ยวยาความเจ็บปวดในแต่ละวันของกันและกัน โอบกอดกันอย่างเข้าใจว่า...
เราทุกคนล้วนมีมุมที่เป็นเด็ก และอยากอ่อนแอกับใครสักคนเสมอ 

แต่เมื่อเธอก็เป็นเธอ   
และผมก็เป็นผม 

การกลับไปเป็นเด็กของเราเป็นเรื่องที่สวนทางกัน 
และเมื่อน้ำตาของผมกลายเป็นสิ่งที่เธอไม่ชอบใจนัก... 

"เมื่อนายโตขึ้น นายจะได้เจอคนอีกเยอะ" 
"อย่าร้องไห้นะ เป็นผู้ชายต้องอย่าอ่อนแอ่"

แล้วรู้ไหมหลังจากที่เธอเดินจากไป ผมทำอะไร...?
.
.
.
.
.
.
ร้องไห้สิรอไร อ่อนแอใช่ไหมล่ะ ?

-5-
จากวันนั้นปีกว่า...
สารภาพตามตรงว่า ผมไม่อาจปฎิเสธว่ายังจำ เพราะมันไม่มีสักเลยครั้งที่ผมจะลืม 

ผมไม่อาจลืมคนที่ผมเคยรัก คนที่ผมเคยลูบหัว คลอเคลีย หรือเสียน้ำตาได้หรอก 
ผมจดจำเธอไว้ที่รูปแบบของผู้ชายที่ยังหลงเหลือหัวใจ และมีความทรงจำเป็นสิ่งบัณทึกเรื่องราวชีวิต

และการที่ผมจำนั้น ไม่ได้หมายความว่าผมยังรัก
ผมจำ และเลือกที่จะยอมรับว่า นิยายรักเรื่องหนึ่งเรื่องนั้น ได้จบลงไปแล้ว  

เพียงแต่สิ่งที่หลงเหลือคือความเศร้าที่ผมไม่คุ้นชิน...

-6- 
เพราะอย่างนั้น 
อาจเป็นมิติที่ไร้ซึ้งเหตุผลของคนเสียสติอย่างผมก็ได้ 
ที่ตกหลุมรักคนที่มีแววแห่งความเศร้าเช่นเดียวกันได้อย่างง่ายดาย 

-7-
ยี่สิบห้าปีกำลังผ่านไป และชีวิตยังสามรถเจอใครได้อีกเยอะก็จริง 

แต่เมื่อโตขึ้นจึงรู้ว่า....

การที่จะได้เจอกับใครที่เราสามารถกลับไปเป็นเด็กของกันและกันได้ มันไม่ง่ายเลย 
แม้มีคนเป็นร้อยล้านพันล้านที่เราต้องเดินสวนกันไปทั้งชีวิตก็ตาม!


 
SHARE
Writer
McPITCH
แม็กพิช
ผมจะเป็นความรักบนโลกใบนี้ / (Facebook FanPage) Mc PITCH , (ASKfm) @McPITCH

Comments

nicecii
2 months ago
จริง
Reply
Rada3rd
2 months ago
จริงมาก 👍🏼
Reply
Ka-nom
2 months ago
ธรรมชาติต้องรักษาสมดุล เมื่อมีมีพลังงานก็ต้องถูกถ่ายเทออกมา
ความทุกข์ ความสุขก็เหมือนกัน เป็นพลังงานอย่างหนึ่ง
Reply
yellowsmileyface
2 months ago
ชอบจัง
Reply
GirlHappin
2 months ago
เจอคนที่เราเป็นเด็กด้วยได้สบายใจที่สุดแล้วค่ะ
Reply