ในคืนที่คิดเอสเสไม่ออก ฉันคิดถึงหล่อน
ไม่มีคืนไหนที่มาอยู่ศูนย์การเรียนรู้แล้วไม่คิดถึงครั้งแรกที่มาอยู่ที่นี่ตลอดคืน ก็อีคืนที่มาติวให้หล่อนนั่นแหละ 
 
ฉันตั้งใจพล่ามเกือบตายน้ำลายเหือดแห้งคอเป็นผง
 ออกท่าออกทางจนคนรอบๆหันมามองเป็นระยะ
แต่หล่อนกลับไม่ยอมให้ฉันดูสรุปของหล่อนเป็นการแลกเปลี่ยน สุดท้ายฉันก็แอบลักมาดูตอนหล่อนงีบหลับแล้วก็พบว่าด้วยความงกทำให้หล่อนปริ๊นท์สไลด์มาสิบสองสไลด์ในหน้าเดียว 
แล้วมันก็ตัวเล็กจนอ่านไม่ออก หล่อนก็เลยอาย 
คืนนั้นตอนใกล้เช้าฉันเอาแต่จ้องเข้าไปในกระจกเพื่อแอบดูภาพสะท้อนของคู่รักคู่หนึ่งจุ๊กจิ๊กกันบนโซฟาด้านหลัง พอจะหันไปสะกิดหล่อนให้ดูด้วยกัน ก็พบว่าหล่อนเองกำลังจ้องพวกเขาตาไม่กระพริบเลย เออ มันก็ตลกดี

ครั้งที่สอง สาม สี่ ฉันก็ยังมานอนที่นี่กับหล่อน ไม่มีเหตุผลอะไรเลย ช่วงซัมเมอร์หล่อนไม่มีหอ แต่พอฉันบ่นว่าเหงาหล่อนก็ถ่อสังขารมาจากบ้าน ไม่คิดว่าจะมาจริงๆด้วยซ้ำ

คนที่คนอื่นต่างก็พูดใส่ว่าเห็นแก่ตัว ไม่แยแสใคร แต่แค่คำว่าเหงาคำเดียวของเพื่อนก็เก็บเสื้อผ้านั่งรถตู้ข้ามจังหวัดมาแบบนั้น ฉันยังไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าทำเลย

บางทีหล่อนอาจจะเป็นคนแบบที่ปฏิบัติต่อคนทั่วไปแบบหนึ่ง กับคนที่คิดว่าเป็นเพื่อนก็อีกแบบหนึ่ง จะว่าไปตอนที่หล่อนหิ้วกล่องข้าวมาให้ตอนซมไข้ก็เคยเอ็ดไปเหมือนกัน
"ต่อหน้าคนอื่นก็ทำตัวดีๆสิ จริงๆเธอก็ไม่ใช่คนเลวร้ายนะ"
 หล่อนตอบว่าอุตส่าห์ซื้อข้าวมาให้ ทำไมมาด่ากันแบบนี้ หล่อนค้อนสายตาปะหลับปะเหลือกตามนิสัยผู้ชายมากจริต ฉันพูดว่าอยากให้คนอื่นเข้าใจหล่อนแบบที่ฉันเข้าใจ ตลกดีที่ตอนนี้เราไม่เข้าใจกันเลย

แต่ยังไงก็ดีใจที่เคยได้รับสิทธิพิเศษแบบนั้นนะ

สรุปว่าตอนนั้นไม่รู้ว่าใครมาเฝ้าใครกันแน่ ฉันต้องหอบผ้าผ่อนไปปูเบาะนอนกับหล่อนที่ศูนย์ฯหลายคืน สะดุ้งตื่นเพราะแม่บ้านมาถูพื้นแถวหัวอยู่หลายวัน ในใจคิดว่าเมื่อไหร่หล่อนจะกลับบ้านไปซักที กูอยากนอนที่หอแล้วโว้ย สุดท้ายเราก็ทะเลาะกัน หล่อนกระโดดขึ้นรถตู้กลับบ้านไปทันที

แต่ไม่กี่วันถัดมาก็ส่งข้อความมาญาติดีกับฉัน

มันเป็นแบบนั้นเสมอ เคยเป็นแบบนั้นเสมอเมื่อเราทะเลาะกัน

แต่คราวนี้เราไม่ได้ทะเลาะกัน หล่อนก็เลยไม่ส่งข้อความมาอีก

"โกรธอะไรฉันรึเปล่า?"

"ไปคิดเอาเองสิ" แววตาหล่อนแข็งกร้าว ลูกนัยน์ตาดำขนาดเล็กทำให้เห็นเส้นเลือดสีแดงเต้นเร่าๆในตาขาวอย่างชัดเจน

บ้าไปแล้ว เคยบอกตั้งไม่รู้กี่ครั้งว่าต่อให้เป็นฉันผู้ปราดเปรื่องก็ใช่ว่าจะรู้ทุกเรื่อง ฉันทำตามที่หล่อนบอก คือกลับไปคิดเอาเอง คืนนั้นผ่านไป คืนต่อๆมาผ่านไป เป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หลายเดือนผ่านไป ฉันคิดไม่ออก อาจจะคิดไม่ออกเลยตลอดชีวิต ฉันว่าฉันควรจะเลิกคิดสักที

ฉันโกหกน่ะ จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ว่าฉันไม่รู้อะไรเลยหรอก ฉันแค่ไม่รู้ว่าจะแก้ไขมันยังไงก็เท่านั้น...
 
เร็วๆนี้ฉันได้มีโอกาสคุยกับพนักงานร้านสะดวกซื้อที่เราเคยไปปล้นสดมภ์ไอศกรีมชนิดกดเองจากตู้กัน เขาพูดถึงผู้ชายผอมๆที่เคยเดินตามฉันตลอดเวลา ก็หล่อนนั่นแหละ บางทีนั่นอาจจะเป็นเหตุผลละมั้ง ฉันปล่อยให้หล่อนเดินตามหลังตลอดเวลา หรือถ้าหล่อนเดินเร็วเกินไป ฉันก็ปล่อยให้หล่อนเดินนำหน้าแล้วเดินทอดน่องตามอย่างไมไยดี เราไม่เคยเดินไปด้วยกัน

ฉันทำแบบนั้นไม่ได้ ตอนที่หล่อนถาม ฉันก็ได้แต่ตอบไปตามตรง ฉันอยากเดินข้างคนอื่น แต่ก็รู้สึกอุ่นใจที่มีหล่อนเดินตามมาข้างหลัง บางทีนั่นอาจจะยังไม่พอ ฉันขอโทษ.

 ฉันไม่ควรเอาเวลานี้มาพิมพ์เรื่องแบบนี้ คืนนี้ฉันมาที่นี่เพื่อทำงาน ไม่ใช่นั่งเหม่อลอยคิดถึงหล่อน แต่ถ้าไม่พิมพ์มันออกมาเรื่องของหล่อนก็จะไม่หลุดไปจากสมองของฉันสักที ฉันก็จะทำงานไม่ได้ ทำอย่างอื่นไม่ได้ นอนไม่ได้ ก้าวเดินต่อไปไม่ได้ คืนนี้ที่นี่ก็ยังหนาว และมันไม่มีผ้าห่มสีน้ำเงินผืนนั้นให้ฉันยื้อแย่งกับหล่อน ตอนนั้นหล่อนก็ไม่ได้ยกผ้าของตัวเองให้ฉัน 
แต่เท่าที่จำได้ อากาศมันไม่หนาวขนาดนี้นะ

ฉันเพิ่งนึกได้ว่าที่เคยพูดไปว่าไม่ได้คิดอะไรกับหล่อนเลย
มันเป็นประโยคที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงนัก

เพียงแต่ "อะไร" ของฉัน มันไม่เหมือนกับ "อะไร" ของหล่อน 
คนเราไม่สามารถขลุกอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน ทำกิจกรรมร่วมกันแทบจะทุกอย่างโดยไม่คิดอะไรต่อกันเลย 
"อะไร"ของฉันอาจจะเป็นการที่ฉันคิดว่าหล่อนเป็นเพื่อนคนสำคัญ หล่อนให้ความสำคัญกับฉัน ทำให้ฉันเป็นคนพิเศษ ทำให้ฉันได้เห็นสิ่งพิเศษมากมายในตัวหล่อน มันเป็นวันเวลาที่ดี 
ดีจนฉันอยากจะร้องไห้

ต่อให้ในวันนี้ วันที่หล่อนเดินจากฉันไป วันที่ใครๆต่างพูดใส่ฉันว่า บอกแล้วไงล่ะ
คบกับคนแบบนี้ก็อย่างนี้แหละ นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป พวกเขาไม่รู้อะไรเลย 
ฉันยังดีใจที่ไม่ได้ตัดหล่อนออกไปจากชีวิตเสียตั้งแต่เริ่ม เพียงเพราะคำพูดของคนอื่นๆ

 ถึงแม้ว่าหล่อนจะเป็นฝ่ายตัดฉันออกจากชีวิตในที่สุด
เวลาที่เพื่อนบอกว่า 
"เฮ้ย เห็นไหม อิxxxมันทิ้งมึงไปหาคนใหม่แล้ว มันคบเพื่อนสนิทได้คนละเทอมเท่านั้นล่ะ"
ฉันจะยักคิ้วแล้วตอบว่า
 "เออ แต่มันเคยหิ้วข้าวมาให้กูตอนป่วยนะ มึงเห็นมันเคยทำงี้ให้ใครบ้าง"

ก่อนจะมาคบกับฉัน หล่อนก็เคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนหลายครั้ง ฉันเองก็ทราบดี 
ผู้ชายติ๋มๆ คบกับเพื่อนผู้หญิงสักคน คอยเดินตามไปเฝ้าทุกที่ จากนั้นก็เลิกคบกันแบบเป็นปริศนา
ฉันรู้แล้ว มันเป็นเพราะหล่อนไปชอบเขาแล้วเขาไม่ชอบกลับน่ะสิ! 
จากนั้นหล่อนก็หาเพื่อนหญิงคนใหม่ คบเป็นเพื่อน สนิทกันอย่างรวดเร็ว
 แล้วประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอย
แทนที่จะเรียกหล่อนว่าตัวทำลายมิตรภาพ
ฉันจะขนานนามหล่อนว่า "นักมอบช่วงเวลาดีๆ" เพราะช่วงเวลาก่อนที่ทุกอย่างจะพังลงเนี่ย
มันสวยงามมากเลย
ฉันหวังให้สาวคนต่อไปชอบหล่อนกลับบ้าง 
ส่วนฉันจะคิดถึงหล่อนต่อไป ในฐานะเจ้าของผ้าห่มสีน้ำเงิน ฐานะเจ้าของกล่องข้าวในวันที่ฉันป่วย
ฐานะคนที่นอนข้างๆฉันอยู่เกือบสัปดาห์ ฐานะเพื่อนคนสำคัญคนหนึ่ง เหมือนเดิม 
เหมือนที่เคยเป็นมาตลอดระยะเวลาหนึ่งเทอม.

อ้าว ตีห้าแล้วเหรอเนี่ย วันนี้ก็ไม่ได้งานอีกแล้วสินะ



SHARE
Writer
Manifesto
a tofu
เต้าหู้ไข่ไม่นอน

Comments

imonkey7
2 years ago
^^
Reply
Manifesto
2 years ago
สวัสดีค่ะ ^^