วงโคจรที่คาบเกี่ยว
     ใครๆก็เคยมีความรักในวัยเรียนใช่ไหม
     มันเป็นความทรงจำดีๆ ที่นึกถึงเมื่อไหร่ก็ทำให้ยิ้มได้ใช่ไหม
     แต่สำหรับเรา แม่ง โคตรอยากจะลืมเลยว่ะ

ย้อนกลับไปตอนนั้น
เรายังเป็นเด็กประถม

เราเป็นเด็กผู้หญิงคนนึง 
ตัวดำ ผมยาว บุคลิกห้าวๆ 
ไม่เข้าใกล้กับคำว่า น่ารัก เลย
ตอนนี้ กลับมานั่งดูรูปสมัยนั้น
อืม
ก็ไม่น่ารักจริงๆนั่นแหละ

แต่ที่แปลกคือ 
กลับมีเพื่อนผู้ชายมาชอบเราประมาณ 3-4 คน 
เราไปทำอะไรให้มันชอบตอนไหนวะ ?

แต่เราก็ไม่ได้สนใจ ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้จักความรู้สึกตอนที่กำลังชอบใครหรอก แต่เพราะว่า
ตอนนั้นเรากำลังชอบพี่ ป.6 อยู่
เราเห็นพี่เขาที่โรงอาหาร พี่เขาตัวสูงมาก 

วันนั้น หลังเรากินข้าวเที่ยงเสร็จ เราก็อยู่แถวๆโรงอาหาร เพราะว่า พี่ป.4-6 จะมาใช้โรงอาหารต่อ
เราก็อยู่ตรงนั้น จนพี่เขากินข้าวเสร็จ
แล้วพี่เขาก็มาเล่นบอลตรงที่ๆเราอยู่
แต่ที่ถูกคือ เรารู้อยู่แล้วว่าพี่เขาเตะบอลตรงนั้น
แล้วเราก็พาตัวเอง และเพื่อนๆ ไปอยู่ตรงนั้นด้วย
ก็คนมันอยากอยู่ใกล้ๆคนที่ชอบนี่หว่า

แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
ขณะที่เรากำลังคุยกับเพื่อน และลอบมองพี่เขาเป็นระยะๆ 

ปั้ก

พี่เขาเตะลูกบอลโดนหัวเรา
พี่เขา ! ไม่ใช่เพื่อนพี่เขา
มันคือพี่เขา คนที่เราชอบ
เขาเตะบอลโดนหัวเรา
เราไม่เจ็บ 
ความเจ็บคงเปลี่ยนเป็นความรักจนหมดละมั้ง
เราเผลอร้องโอ๊ย เพราะตกใจ
หรือดีใจก็ไม่รู้เหมือนกัน

เรารู้ตัวเลยว่า ตัวเองกำลังยิ้มอยู่
นี่คือเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ฟินที่สุด (ในวัยประถม) ของเรา

เราจะพูดถึงพี่เขาแค่นี้
เพราะคนที่เป็นความทรงจำแย่ๆของเรา
ไม่ใช่พี่คนนี้ แต่เป็นอีกคน
เพืื่อนของเราเอง
เป็นหนึ่งในคนที่ชอบเรา

ตอน ป.3 เราเรียนอยู่ห้องเดียวกับมัน
มันชอบเราตอนนั้นแหละ แต่ที่บอกไป เรามีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราไม่ได้สนใจอะไร มันก็ไม่ได้แสดงออกอะไรมากมาย 
มันแค่ไปบอกเพื่อนคนอื่นว่ามันชอบเรา
เรากับมันก็สนิทกันมาเรื่อยๆ จนตอน ป.5
เราเพิ่งมารู้ว่ามันเคยชอบเรา
แล้วเราก็รู้สึกดีกับมันเหมือนกัน เราเลยให้เพืื่อนไปขอเมลล์มันมา 
สมัยนั้นยังเล่น msn อยู่ 
พอได้มาปุ๊บ เรากลับบ้านไปแอดตอนนั้นเลย

รอแล้วรออีก มันก็ไม่ออนซักที โอเค ถอดใจก็ได้

เวลาก็ผ่านมาเรื่อยๆ
จนถึงวันที่เราเรียนจบ ป.6 
ปัจฉิมเสร็จ
แล้วก็ปิดเทอม
มันก็ยังไม่รับแอดซักที
เราก็เลย เอาวะ ทิ้งข้อความไว้ก็ได้
ถ้ามันเปิดอ่านเมื่อไหร่ก็คงรู้ตอนนั้นแหละ
ไม่บอกตอนนี้ก็ไม่รู้จะบอกตอนไหนแล้ว

"แก นี่เค้าเองนะ"
"เค้าว่าเค้าชอบแกว่ะ"

เราไม่แน่ใจว่าเราพิมพ์อะไรไปมากกว่านี้ไหม
แต่ที่จำได้ก็มีประโยคที่ว่ามาแน่ๆ
เราตัดสินใจกดส่งไป 

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เราเองก็ลืมไปแล้วว่าเคยสารภาพความรู้สึกกับมันไป 

พอเราขึ้นมัธยม เราเห็นรูปที่มันถ่ายกับเพื่อนเรา
เราก็เข้าไปแซว ว่า เอ้อ น่ารักจังวะ
เราเห็นชื่อเฟสมัน แล้วเราก็กดเข้าไปดู
ปรากฎว่า ดูไม่ได้

มันบล็อคเรา

อ๋อ
เข้าใจแล้ว
วันนั้น
เราทำมันพังแล้วใช่ไหม?

รู้สึกว่างเปล่า
อยากจะถามมันให้ได้ว่าทำไม
แต่เราว่าเราก็รู้คำตอบอยู่แล้ว
ก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ทำลงไป

หลังจากนั้น เหมือนกับว่า
เราต่างคนต่างหายไปจากกัน
หลุดจากวงโคจรของกันและกัน
โดยสิ้นเชิง


     บางที เราก็นึกถึงเรื่องราวตอนประถม
     แล้วก็จะมีหน้าของมันปรากฎอยู่ในความทรงจำของเราเสมอ
     เราไม่ได้คิดถึงมันหรอก
     ก็มันอยู่ในความทรงจำของเราจริงๆนี่

แต่เราก็แปลกใจ ทั้งๆที่โรงเรียนของมันกับบ้านของเราอยู่ระแวกเดียวกันแท้ๆ ทำไมไม่เคยเจอมันเลยนะ 

มันเหมือนกับว่า
ไม่มีความบังเอิญระหว่างเราอีกแล้ว 
พรหมลิขิตไม่ชักพาเราให้มาเจอกันอีกแล้ว
ก็เศร้าอยู่หน่อยๆนะเนี่ย

แต่ว่า มันไม่ใช่อย่างนั้น

เหมือนพรหมลิขิตและความบังเอิญ แค่ให้เราใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ในช่วงเวลาที่เราไม่เจอกัน
แล้วพอถึงเวลาหนึ่ง ที่พรหมลิขิตกับความบังเอิญเห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม เราจึงได้เจอกัน

แต่เอาจริงๆเราว่ามันก็ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นะ เพราะมันไม่ทำให้เราแฮปปี้เลย หรือว่าพรหมลิขิตแม่งอยากให้เจอตอนไหนก็เจอวะ แล้วก็ค่อยให้เรารับมือกับความรู้สึกต่างๆเอาเอง ใช่ไหม? 
ทำไมใจร้ายงี้วะ

ตอนเราเห็นมันครั้งแรกนับตั้งแต่ตอนนั้น
ใจเราสั่นๆ เหมือนดีใจที่ได้เจอคนที่อยากเจอซักที
เราสังเกตมันจากระยะไกลๆ 
มันสูงขึ้น ก็โตขึ้นตามประสาผู้ชายอะแหละ
เราจำมันได้ดี แต่ไม่รู้ว่ามันจะจำเราได้อีกไหม
เราตัดสินใจไม่ทักมัน หลบหน้าด้วยซ้ำ
จะให้ทักคนที่บล็อคตัวเองเนี่ยนะ ไม่อะ
คิดถึงแค่ไหนก็ไม่เอาอะ

หลังจากนั้น เราเจอมันอีก
มันอยู่กับแฟนของมัน 
อืม มีแฟนก่อนกูอีกนะสัด

พอเจอมันทุกครั้ง เราก็กลับไปนึกถึงสิ่งที่เราทำ
แม่ง ถ้าตอนนั้นไม่บอกไป ตอนนี้ก็น่าจะยังเป็นเพื่อนกันป่ะวะ 
ไม่น่าเลยว่ะ

ตอนนี้เรียกว่า เพื่อนเก่า ยังไม่กล้าเลย
เรียกว่าคนรู้จักก็ไม่กล้า
เรียกว่าเป็นคนที่มันเคยชอบก็ไม่กล้า
โห ไม่กล้าเรียกอะไรเลย

เราต่างคนต่างทำเหมือนว่าเป็นคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน เหมือนนัดกันมาเลยว่ะ ฮ่าๆ

ดูมันกับแฟนดิ
ดูส่วนสูงที่ต่างกันแบบน่ารักดิ
ดูตอนที่พวกเขาอยู่ด้วยกันดิ
เหมาะสมกันดีว่ะ พูดได้แค่นี้

ทำเอาเราไม่อยากจะนึกถึงตอนประถมเลย

เราคิดว่าเราหลุดจากวงโคจรของกันและกันไปแล้ว แต่มันก็ไม่ได้เป็นงั้นซะทีเดียว เพราะเพื่อนของเรา มันก็คือเพื่อนของมันนั่นแหละ สัด
แบบนี้แม่ง รู้สึกว่าจริงๆก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง ทำไมรู้สึกว่ามันไกลจังเลยวะ
อ่าว รู้สึกแย่เฉย

แล้วเราก็เจอมันอีก เจอแล้วเจออีก
ทุกครั้งที่เจอกัน และบางครั้งที่เราอยู่ในวงสนทนาเดียวกัน แม่ง โคตรอึดอัดว่ะ อึดอัดแบบอยากหายไปดื้อๆ วาร์ปไปเลย แต่ทำไม่ได้ไง

แค่เราเจอมันแค่ครั้งเดียวนะ มันทำให้เรารู้สึกแย่ไปทั้งวัน เราก็ไม่รู้ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ แล้วทำไมมันถึงมีอิทธิพลกับเราอย่างนี้วะ

เหมือนยิ่งหนีเท่าไหร่ก็ยิ่งเจอ
เราไม่ได้มองหามันเลยนะ
แต่ทุกๆครั้งที่เรากวาดสายตา 
เราก็เห็นมันเสมอ
อยากเป็นคนสายตาแคบก็คราวนี้อะ

เราคงเป็นเหมือนดาวที่โคจรผ่านไปมา
มีบางเวลาที่สวนกัน
สบตากัน
แล้วเราก็ผ่านกันไปอีก

เราไม่รู้ว่าวงโคจรของเรากว้างแค่ไหน
เราเจอกันตอนนี้ แล้วจะกลับมาเจออีกเมื่อไหร่
แน่นอนว่าเราไม่อยากโคจรอยู่ใกล้ๆเขาอีกแล้ว


SHARE
Writer
wapch
keeper
Love is just beautiful for fools like me

Comments

Kcoco
3 years ago
เปิดใจตัวเองกับคนใหม่ๆ่อาจจะทำให้สบายใจขึ้นนะ สู้ๆ
Reply
wapch
3 years ago
ขอบคุณนะคะ :)