อายุสิบสองตอนอยู่ปอสาม


          หากถามว่าอดีตทรงจำที่ทำให้มีความสุขเมื่อได้ย้อนระลึกของคุณอยู่ในช่วงชีวิตวัยไหน ผมเชื่อว่าสำหรับหลายๆ ฅนคงตอบว่าวัยเด็ก ผมเองก็เช่นกัน ความทรงจำที่แสนมหัศจรรย์ของผมคือช่วงวัยสิบสองขวบ หรือตอนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่สาม สำหรับผมแล้วมันเป็นช่วงวัยแห่งเสรีภาพอย่างแท้จริง เสรีภาพหอมหวาน ที่ถูกห่อหุ้มด้วยกลิ่นไอแห่งสงคราม

          แม้ช่วงเวลานั้นประเทศของเรายังคงคุกรุ่นด้วยไฟแห่งการทำลายล้าง ที่แม้จะดูเบาบางลงแต่ยังคงมีอยู่ 'ทุกหย่อมหญ้า' หากไม่ใช่คำกล่าวเกินเลยนักที่ผมจะบอกว่า ช่วงชีวิตสิบสองขวบของผม คือเสรีภาพและความสุขมหัศจรรย์ที่แท้จริง

          หากไม่ได้ร่วมชะตาก่อนวัยสิบสองของผม คงไม่มีใครนึกภาพได้ว่าความทุกข์ยากโหดร้ายที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร ผมจะเล่าให้ฟัง

          ตอนนั้นผมอายุใกล้แปดขวบ พ.ศ. ๒๕๑๘ คือช่วงที่ไฟสงครามบนแผ่นดินของเราร้อนระอุถึงขีดสุด พวกเขาเรียกตัวเองว่าอ็องการ์ หรืออ็องการ์ปะเดะว็อต (អង្គការបដិវត្តន៍) พวกที่คุณอาจเรียกเขาว่าเขมรแดง พวกนั้นเข้ามาในหมู่บ้านของเรา ทุกอย่างที่เรามีกลายเป็นของอ็องการ์ เรากลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา ผมต้องหยุดเรียน จากนั้นทุกวันคือความเหนื่อยยาก อดอยาก และหิวโหย ตลอดเวลาของเราคืองานที่ต้องทำ แลกกับอาหารที่เป็นข้าวต้มซึ่งเละเป็นน้ำ กับปลาร้าที่มีแต่น้ำเช่นกัน วันไหนมียอดกระถินให้กินด้วยวันนั้นถือว่าดีที่สุดแล้ว เราไม่ได้รับอนุญาตให้หาอาหารมากินกันเอง แม้แต่หัวกลอยหัวมันตามป่าก็ตาม เราไม่เคยได้กินอิ่มท้อง และทำงานจนแทบไม่มีเวลาอ่อนล้า เราไม่เหมือนฅน ไม่เหมือนเครื่องจักร แต่เหมือนเศษซากอะไรสักอย่างมากกว่า ร่วมสี่ปีที่ผมอยู่ในสภาพแบบนั้น จนเผลอคิดไปแล้วว่านี่คือชีวิตปกติของพวกเรา

            กระทั่งผมอายุย่างเข้าสิบสองขวบอ็องการ์ก็ล่มสลาย เราอพยพออกจากหมู่บ้าน เหมือนได้ชีวิตใหม่ ผมได้เรียนต่อ นักครูให้ผมได้เรียนชั้น ป. 3 เลย ผมเพิ่งเข้าใจได้ว่าเราเป็นเจ้าของชีวิตเราเองได้ เราหากินเองได้ ทุกข์สุขได้ด้วยตัวเอง จากที่ต้องอยู่แต่ในหมู่บ้านไม่เคยได้ติดต่อโลกภายนอกมานาน ผมได้เดินเท้าในระยะทางหลายกิโลเพื่อมาโรงเรียน เดินฟังเสียงนกกระทาร้องก้องป่าในแต่ละวัน แน่นอนมันมหัศจรรย์ บางครั้งผมก็ได้นั่งเกวียนมาเรียนด้วย ผมได้รู้จักเพื่อนใหม่หลายฅน ได้รู้ได้เห็นเรื่องราวใหม่ๆ จากที่เหมือนถูกกักขัง ชีวิตช่วงนี้จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์สำหรับผมโดยแท้จริง

          สงครามสู้รบค่อยๆ จางหาย หากสงครามชีวิตดูจะทับถมขึ้นตามวัย ทุกวันนี้ภายใต้สังคมที่ต้องแข่งขันแย่งชิง เมื่อย้อนคิดถึงวันคืนเก่าๆ ของเด็กชายที่อยู่ท่ามกลางสงคราม คิดถึงช่วงชีวิตที่สนุกได้ประสาเด็ก ผมยังคงยิ้มได้เสมอ.
------------------------------------------
ภาพประกอบ : pixabay.com
SHARE
Written in this book
เรื่องสั้นจิปาถะ
รวมเรื่องสั้น งานฝึกหัด /ยินดีรับฟัง และขอบคุณทุกความคิดเห็นนะครับ/
Writer
Lava
ผู้เฒ่าธรรมดา
เจ้าปัญหา จอมโวยวาย

Comments

KOB-KRA-CHAI
2 years ago
บรรยายได้เห็นภาพมากเลยค่ะ
Reply
Lava
2 years ago
เป็นเรื่องจริงของเพื่อนน่ะครับ (เขียนแล้วเศร้า)
Chanitra
2 years ago
สิ่งที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่ข้าวของดีๆแต่คงจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า อิสรภาพ :D

Reply
Lava
2 years ago
ครับผม ^^