Why did you say that?
"ทำไมไม่อ่านหนังสือ"

"เล่นแต่เกมส์อยู่ได้"

"วันๆเอาแต่นอน ไม่คิดจะทำอะไรให้เป็นประโยชน์บ้างรึไง"

นี่คงเป็นประโยคคลาสสิคสำหรับแม่ๆที่ลูกกำลังเข้าสู่วัยซน อยากดื้อ อยากลอง พูดอะไรก็ไม่ฟัง เป็นตัวของตัวเอง แถมยังทำเป็นหูทวนลมเวลาถูกบ่นอีกต่างหาก

และแน่นอนว่าฉันเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น
ลูกที่ทำเป็นหูทวนลมนั่น

มันไม่เจ็บหรอกนะ ถ้าสิ่งที่แม่พูดออกมามันเป็นความจริง
แต่มันเจ็บ...ตอนที่เรากำลังมีแรงใจที่จะทำสิ่งนั้นแต่ถูกบ่นก่อนต่างหากล่ะ

ทุกๆครั้งที่ฉันกำลังจะวางโทรศัพท์ลงแล้วไปอ่านหนังสือ ประโยคบ่นว่าต่างๆมักจะลอยตามลมมากระแทกหูอยู่เสมอ

ไม่รู้ทำไม แต่มันช่างถูกจังหวะซะจริง

พอบอกว่ากำลังจะไปอ่านก็หาว่าเถียง ไม่เคยเห็นทำสักครั้ง เดี๋ยวก็อย่างงั้นอย่างงี้ บ่นไปเรื่อยๆเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด
สุดท้ายฉันก็ประชดโดยการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเหมือนเดิม แรงใจที่เคยจะลุกไปอ่านหนังสือก็มอดเหมือนโดนพายุพัดหายไปหมดไม่เหลือแม้กระทั่งขี้เถ้า

ซึ่งจริงๆแล้วตัวฉันเป็นคนที่ใช้ชีวิตในวัฏจักรนี้มานานมาก ด้วยสภาพที่ว่าการเรียนถูไถ เรียนพิเศษคืออะไร หนังสือเหรอ ช่างมันเถอะ
จนได้มารู้ซึ้งถึงความจริงตอนสอบเข้าม.ปลาย

ฉันไม่ใช่คนฉลาด แต่ก็อยู่ในระดับดี และด้วยสภาพสังคมที่ต้องเจอทำให้ฉันอยากจะออกไปจากที่นี่
ออกไปจากคำบ่นของแม่
ออกไปจากโรงเรียนนี้
ออกไปจากกรอบของชีวิตบ้าๆที่ขังฉันไว้มา15ปี
แต่สุดท้ายวัฏจักรนี้ก็ไม่เคยหายไป มีแต่จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆด้วยคำพูดที่คนพูดออกมาคงไม่รู้สึกเจ็บ
แต่สำหรับคนฟังที่นั่งอยู่ตรงนี้ มันเครียดและเจ็บยิ่งกว่าคนที่พรั่งพรูมันออกมาเป็นคำพูด

การสอบเข้าเป็นอะไรที่ใหญ่กว่าที่ฉันคิด
เพราะสำหรับคนอื่นมันคงเป็นแค่เรื่องของอนาคต แต่ระหว่างฉันและแม่นั้น มันคือทุกอย่าง
อนาคต
ความฝัน
สังคม
สถานะ
ศักดิ์ศรี
ทุกคนจะมองเรายังไง
ถ้าเราไม่ติดจะเกิดอะไรขึ้น
มันเหมือนกับการเดิมพันชีวิต
เหมือนเรากำลังก้าวเข้าสู่สงคราม ถ้าก้าวต่อไปไม่ได้ ดิ้นรนไม่ไหว ก็ตาย ผู้ที่อยู่รอดเท่านั้นที่จะได้รับเหรียญแห่งเกียรติยศซึ่งจะติดตัวไปตลอดชั่วชีวิต

และถ้าคุณอยากรู้ซึ้งถึงความรู้สึกแบบนี้ให้ลองก้าวเข้าไปในสนามสอบเข้าสายวิทย์ของโรงเรียนเตรียมอุดม
ในห้องโถงกว้างใหญ่บรรจุผู้คนนับพันมันคือสงคราม
ผู้คนมากมายที่ก้าวเข้ามาที่นี่เพื่อไล่ล่าความฝัน
ใครชนะก็จะได้รับฝันที่มุ่งหมายไว้เป็นรางวัล
แต่สำหรับฉันที่ถูกกดดันด้วยคำพูดจนไม่มีแรงใจเหลือนั้น ทำได้แต่ร้องไห้อยู่กับตัวเองเงียบๆ
ไม่มีแรงจะสู้ต่อ
เพราะตั้งแต่เด็กฝันของฉันถูกดับด้วยมือแม่

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ฉันเริ่มเกลียดเสียงแม่
เกลียดเสียงที่ถูกบีบให้สูงขึ้นเวลาที่กำลังด่า

และจากความเกลียดเริ่มกลายเป็นความกลัว
กลัวที่จะไม่สามารถหนีออกไปจากจุดนี้ได้
กลัวที่จะต้องใช้ชีวิตกับคนๆนี้ไปอีกสามปี
กลัวที่จะกลายเป็นจุดด่างพล้อยของตระกูล
กลัวที่จะกลายเป็นคนไร้ค่า
กลัวที่จะต้องร้องไห้คนเดียวในห้องมืดๆอีกครั้ง
กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว กลัว

จนสุดท้ายความกลัวก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความไม่เอาไหนและเริ่มสิ้นหวังในชีวิต
เตรียดอุดมคือการสอบสนามสุดท้าย
ตอนนั้นฉันหมดสิ้นทุกอย่างในชีวิต
ไม่เชื่อใคร
ไม่เหลือใคร
ไม่อยากฟัง
ไม่อยากเถียง
ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น
โยนทุกอย่างออกไปให้หมด ไม่อยากได้ยินแล้วคำพวกนั้น
ตอนนั้นฉันติดที่สำรองอันดับสุดท้ายของโรงเรียนที่(แอบ)หวังแล้ว แต่เขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเรียกมาถึงฉัน
ขณะนั้นฉันยังนึกหวังเล็กๆอยู่ในใจ
ถ้าคนมาเข้าที่เตรียมหมดก็คงดี
ถ้าคนสละสิทธิ์ที่นั่นเยอะๆก็คงดี
ถ้าเราฉลาดกว่านี้ก็คงดี
ถ้าฉัน...กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ก็คงดี
.
.
.
5855
นั่นคือลำดับที่ของฉัน
จากลำดับคนที่สอบทั้งหมดประมาณแปดพันคน
ฉันได้ลำดับที่เกือบหกพัน
และแค่นั้นมันก็คงจะเจ็บมากพออยู่แล้วถ้าแม่ไม่พูดคำๆหนึ่งออกมา

"อย่าให้ใครรู้นะ"

นั่นคือคำพูดของแม่ที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกกรีดร่างทั้งเป็น
เพราะมันเป็นเสมือนการบอกว่าฉันคือจุดด่างพล้อยของตระกูล
เป็นจุดๆหนึ่งที่ไม่ควรมีใครได้เห็นหรือรับรู้
เหมือนเป็นเศษชิ้นส่วนขึ้นราเล็กๆที่รอวันโยนทิ้งลงถังขยะ

ตั้งแต่วันนั้นฉันก็เริ่มเปลี่ยนไป กลายเป็นคนใหม่ทั้งในทางที่ดีขึ้นและแย่ลง
ช่วงนั้นความคิดในหัวของฉันเหมือนถูกปั่นด้วยเฮอร์ริเคนสักหนึ่งร้อยลูก
แม้หน้าและปากจะยังยิ้มอยู่แต่ตอนนั้นมันคงเป็นแค่การสวมหน้ากากของฉัน
เพื่อปิดกั้นตัวเองออกจากสังคมที่โหดร้าย ฉันจึงต้องสวมหน้ากากหันเข้าหาผู้คนเหมือนคนอื่นๆ
แต่สุดท้ายชีวิตของฉันก็ดีขึ้นเมื่อได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง
.
.
.
โทรศัพท์จากโรงเรียนที่ฉันได้สำรองอันดับสุดท้าย


------------------------------------------------

ภาพนี้ถ่ายขึ้นเมื่อตอนที่ฉันกำลังไล่ตามความฝันหนึ่ง ในที่ที่ห่างไกลจากสายตาแม่ แต่คำพูดที่เจ็บปวดในบางครั้งก็ยังส่งผ่านมาถึงฉันได้ในบางเวลา

แต่อย่าลืมว่าจงอย่าท้อ ชีวิตก็เหมือนเกมส์ ถ้าเราก้าวข้ามด่านปัญหานี้ไปได้ เลเวลเราก็จะสูงและแข็งแกร่งขึ้น : )
SHARE
Writer
LemonMelon
Storyteller
Welcome to my memories

Comments

Kpipe
2 years ago
มองไปข้างหน้านะครับ การเรียนก็แค่ส่วนนึงในชีวิตนะ ชีวิตยังมีอะไรให้ทำอีกมากนะ
Reply
LemonMelon
2 years ago
ขอบคุณมากค่ะ:)
Janiva
2 years ago
แข่งกับใจตนเองค่ะ เป็นสิ่งที่ไม่กดดันใคร และไม่มีใครมากดดัน เราอยากหนีไปให้ไกลมาตลอดเหมือนกัน เพราะสิ่งที่พ่อแม่คอยบ่นนั่นแหละ แต่สิ่งไหรที่ไม่ก่อประโยชน์ก็มองข้ามบ้าง ชีวิตจะได้ไม่เครียดนะ
Reply
LemonMelon
2 years ago
ค่ะ มองข้ามไปบ้างแล้วก้าวต่อไป สู้ๆ^^
pongopong
2 years ago
เก่งมากเลยครับที่ติดเตรียม หนทางยังอีกยาวไกล
Reply
LemonMelon
2 years ago
ไม่ติดเตรียมค่ะ เขารับ750 มีคนสอบ8000กว่า เราได้ที่เกือบ6000
Nicetomeetyou
2 years ago
สู้ๆนะคะ แม่เขาคงเป็นห่วง
Reply
LemonMelon
2 years ago
ขอบคุณค่ะ:)
Scorpio
2 years ago
เหมือนเจอเพื่อนเลยค่ะ เราเหมือนกันมากๆ ในเรื่องนี้ ขอบคุณที่ทำให้รู้สึกว่าไม่ได้มีแค่เราที่เป็นอยู่คนเดียว สู้ไปด้วยกันนะคะ😉
Reply
LemonMelon
2 years ago
มาสู้ไปด้วยกันเนอะ^^