จดหมายแด่อนาคต (ตัวฉันในวัย 40 ปี)
 ในการ์ตูนโดเรม่อน เมื่อลิ้นชักเปิดออก โดเรม่อนปีนออกมาจากลิ้นชักโต๊ะเขียนหนังสือธรรมดาที่กลายเป็นไทม์แมชชีนไปสู่อนาคต โดเรม่อนย้อนกลับมาอดีต ในวัยที่โนบิตะยังเป็นเด็กและหลายๆสิ่งยังไม่เกิดขึ้น โดเรม่อนพยายามช่วยเหลือโนบิตะ ปรับปรุงโนบิตะให้เป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อที่จะได้มีอนาคตที่ดี ไม่แย่เหมือนอย่างที่มันอาจจะเกิดขึ้นได้

ผมไม่ได้กำลังเขียนถึงโนบิตะ โดเรม่อน รวมถึงการปรับปรุงตัวเอง แน่นอนว่าการ์ตูนโดเรม่อนเป็นการ์ตูนที่อยู่กับผมมาตั้งแต่เด็ก และสามารถเปรียบตัวเองกับโนบิตะได้ นอกจากนี้โลกในตอนนี้ก็ยังไม่มีไทม์แมชชีนจะให้โดเรม่อนโผล่มาหาผมได้อย่างไร กระนั้นผมก็ตั้งใจจะไปหาตัวเองในอนาคต ผ่านกระดาษสองสามแผ่น หรือไฟล์ตัวอักษรสองสามหน้า บอกเล่าเรื่องราวให้ตัวเองในตอนนั้นได้อ่านเผื่อว่าผมจะหลงลืมอะไรไป เผื่อว่าจะได้ชื่นชมกับความสำเร็จของตัวเอง เผื่อว่าจะยังสามารถแก้ไขอะไรได้ และเผื่อว่ามันอาจจะไม่มีวันนั้น

"แกสบายดีนะ"

"วันนั้นเป็นอย่างไรบ้าง วันนี้ ที่นี่ ตอนนี้ใช้ได้เลยล่ะ วันนี้เป็นวันธรรมดาวันหนึ่งในเดือนมิถุนายน อากาศร้อน แถมฝนก็ชอบตกตอนเย็น หวังว่าวันของแกจะไม่ได้มืดมนนะ เอหรือจะมีหิมะตกอยู่ 555"

"ตอนนี้เรากำลังรอทำงานอยู่ เวลาเลยมีเหลือเฟือเลยล่ะ พอดีไปอ่าน dialogue หนังเรื่อง Before Midnight แล้วเจอแนวคิดของการเขียนจดหมายถึงตัวเองในอนาคตเลยลองดู"

"แกยังจำได้อยู่มั้ย มันเป็นหนังไตรภาคที่เป็นเรื่องราวของชายหญิงพบกันโดยบังเอิญบนรถไฟในยุโรป คุยกันทั้งเรื่อง ถ่ายทำตามอายุของนักแสดงจริงๆ ช่วงนี้แกดูหนังเยอะมากราวกับจะดูให้หมดทุกเรื่องบนโลก แล้วในปี 2037 ล่ะแกยังดูอยู่มั้ย หวังว่ายังดูอยู่นะ อย่างน้อยก็คงมีหนังเข้าโรงทุกอาทิตย์ เอหรือว่าเค้าไม่ไปดูที่โรงกันแล้ว เอหรือว่าจะเกิดสงครามโลก ฮ่าๆ ล้อเล่นๆ"

"เราคิดว่าช่วงวัยเราตอนนี้สำคัญมากเลยล่ะ มันดูเป็นจุดเปลี่ยนซึ่งจริงๆแต่ละช่วงของชีวิตมันก็เป็นจุดเปลี่ยนอยู่แล้ว แต่แกจำได้มั้ยตอนนี้แกเพิ่งจบมหา'ลัย เป็นสิ่งที่แกใช้ความพยายามถึง 6 ปี แกต้องต่อสู้กับตัวเอง ต่อสู้กับโลกรอบตัวแกเยอะทีเดียวล่ะ ช่วงนี้มันจึงเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนที่พิเศษมากๆของแก"

ผมเขียนพลางยกชา Darjeeling ที่ซื้อจากแมคโครขึ้นมาดื่ม (อ่าว กูยกหมดแก้วไปแล้วนี่หว่า 55)

"พอได้เริ่มเขียนมันก็มีหลายเรื่องผุดขึ้นมานะ เส้นทางการทำงาน ชีวิตคู่ แกยังว่ายน้ำอยู่มั้ย บ้านเมืองเราในอนาคตเป็นอย่างไร เออแล้วพ่อแม่ล่ะ อารัตน์ อาจิ๋ม แต่ละคนเป็นไงบ้าง แกอยู่ที่ไหนแล้วตอนนี้ แกอยู่บ้านตลาด หรืออบู่กรุงเทพ หรือแกอยู่กับใครสักคนแล้ว อยากจะถามอยู่เหมือนกันนะว่ามีลูกหรือยัง คำถามเยอะแยะเต็มไปหมดเลย"

ผมเปิดเพลงจาก Youtube ขับกล่อมห้วงภวังค์ของผมให้ดำเนินต่อไป

"จริงๆ ก็อยากให้แกพูดถึงเราตอนนี้บ้าง แต่มันจะเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร แกจำได้มั้ยมันมีหลายครั้งเหมือนกันที่เคยมีความคิดว่า 'ถ้าตัวเราในอนาคตมายืนอยู่ข้างๆ คอยชี้แนะ คอยบอกว่าต้องเดินต่อไปอย่างไรมันก็คงจะดี' มันเกิดขึ้นเวลาที่ย้อนกลับไปมองอดีตน่ะนะ เรารู้สึกว่าตัวเราในปัจจุบันนั้นเข้มแข็ง ถ้าเป็นเราตอนนี้ไปอยู่ตอนนั้นก็คงจะดี ไม่รู้แกจะรู้สึกอย่างนี้หรือเปล่า แต่คิดว่ามันคงเป็นเพราะเรารู้ถึงผลที่มันจะเกิดขึ้นจากการกระทำทั้งหลายของเราแล้วมากกว่า"

"เออนึกขึ้นได้ แกต้องติดกาแฟแน่ๆเลย ถ้าติดจริงแกก็กินกาแฟตอนเช้ามาร่วม 17 ปีแล้วนะ มันเกิดผลดีผลเสียอะไรบ้างปะวะ เคยถามอาจารย์อิศรา (ยังนึกหน้าออกมั้ย) ที่คณะว่ากินไปเรื่อยๆแล้วเป็นอะไรมั้ย อาจารย์บอกมันก็เหมือนกินอาหารทะเลนั่นล่ะ ไม่เป็นอะไรหรอกไม่เหมือนพวกกินเหล้าสูบบุหรี่ แต่แกตอนนี้ชอบกินเบียร์นะ อย่างน้อยก็พอเดาได้ว่าแกคงอ้วนกว่าตอนนี้แน่ๆ ตอนนี้หนัก 58 kg หนักมากเลยนะเทียบกับเมื่อก่อน"

"อย่างไรก็ตาม เราเชื่อมั่นในตัวเองเสมอเลยนะว่าเราเลือกเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง ทางที่เลือกนั้นดีเสมอล่ะ เราและหวังว่าแกนั้นคงไม่ได้คาดหวังในอะไรจนมากเกินไป ในตอนนี้เรารู้สึกพึงพอใจกับหลายๆสิ่งๆหลายๆอย่างในชีวิต ถึงแม้จะไม่ได้มีมากและรู้ว่าชีวิตไม่ได้จบลงแค่นี้แต่มันก็เพียงพอนะ เรารู้ว่าเรานั้นชอบทำงาน งานที่หนักและคงต้องทำไปเรื่อยๆ ใช่มั้ย พวกเรามันสายนี้อยู่แล้ว แค่อยากจะบอกว่าถ้าเหนื่อยก็พักบ้างนะ ออกเดินทาง ดูหนัง ออกกำลังกาย พูดคุยกับคนที่แกรัก"

ผมกลืนน้ำลาย พยายามจินตนาการให้เห็นเป็นภาพของตัวเองในเวลานั้น

"ตอนแก 40 คงมีเรื่องต่างๆมากมายเข้ามา ตอนนี้คิดว่ามากแล้วนะแต่เดาว่าตอนนั้นคงมากกว่าและหวังว่าแกจะจัดการได้ เรารู้เสมอว่าในตัวพวกเรานั้นมีความรู้สึกเชิงอุดมคติอยู่ เราคิดว่ามันอาจจะจืดจางลงเมื่อเราได้เติบโตขึ้น มีภาระมากขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่เราก็รู้อยู่อีกล่ะว่ามันทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอก กาลเวลานั้นแทบไม่มีความหมายเลยจริงมั้ย แกจำภาพตอนที่แกอ่านประวัติศาสตร์ได้มั้ย ตอนอ่านโรมันมันก็เหมือนแกไปยืนอยู่เมื่อ 2000 ปีที่แล้ว ตอนอ่านโคลัมบัสมันก็เหมือนแกกำลังล่องเรือข้ามแอตแลนติกเมื่อ 500 ปีก่อน เวลาแค่ 20 ปีจะไปทำอะไรพวกเราได้"

"หวังว่าแกจะใช้ชีวิตด้วยความสงบ ปลอดภัยและเป็นสุขนะ (เพลง 'ชีวิตยังคงสวยงาม - bodyslam' จบลงพอดี) จงอยู่กับปัจจุบัน ฉกฉวยวันเวลา Grab the Moment หรือ Carpe Diem ในหนัง Dead Poet Society หรืออะไรก็ตามแต่ ถ้าเป็นไปได้ก็เขียนถึงตัวเองในอนาคต เออหรือเขียนถึงตัวเองในอดีตก็ได้นี่ มันไม่จำเป็นต้อง 20 ปี จะ 5 ปี หรือ 1 เดือนก็ตามแต่ใจแก เขียนแป๊ปเดียวเอง"

"เท่านี้ก่อนนะ เดี๋ยวจะเอาไปลง Storylog นิดนึงไม่ได้ลงมานานมากแล้ว"

                                      - ไว้เจอกัน ตัวฉันในอดีต (อนาคต) -

SHARE
Writer
mozartz
~ walker ~
while you walk listen to music and drink coffee

Comments

GirlHappin
2 years ago
ไปเขียนบ้างดีกว่าาา อิอิ
Reply
mozartz
2 years ago
เขียนยังคับ 555
GirlHappin
2 years ago
เราเขียนแล้วค่ะ แหะๆ พึ่งเขียนเสร็จเลย 
mozartz
2 years ago
😊😊😊
SigNll
2 years ago
แค่เห็นชื่อเรื่อง ก็ชวนอ่านละ 😁😁
Reply
mozartz
2 years ago
วุ้ววว ตอนแรกคิดว่าจะเอาแค่ชื่อข้างหน้าดีมี้ย แต่ก็ใส่วงเล็บมา 😊😊😊
RapunzelZz
2 years ago
การเขียนถึงตนเองในอนาคต ทำให้ได้รู้ว่าที่แท้จริงแล้วความปรารถนาที่แท้จริงของตนเองคืออะไร ชอบมากๆ จะเขียนถึงตนเองในอนาคตบ้าง ^^
Reply
mozartz
2 years ago
ดีเลยค้าบบ
Millinium
2 years ago
ขอใช้ไอเดียนะครับขอบคุณมากเลยเขียนได้อรรถรสมาก
Reply
mozartz
2 years ago
ตามสบายเลยค้าบบ 😊😊😊
Rumpa
2 years ago
ชอบประโยคที่ว่า "หวังว่าแกคงไม่คาดหวังอะไรมากเกินไป" เคยคิดจะเขียนจดหมายถึงตัวเองหลายครั้งแล้วเหมือนกันค่ะ แต่เอาเข้าจริงเขียนไม่ออก กลัวความต้องการที่วาดหวังไว้ในอนาคต แล้วสุดท้ายทำไม่ได้ จนกลายเป็นความกดดันในปัจจุบัน จนทำให้ปัจจุบันไม่มีความสุข เพราะมัวแต่กังวลอนาคตนะค่ะ
Reply
mozartz
2 years ago
พอเข้าใจครับ ผมอาศัยอยากทำอะไรทำเลย พยายามคิดให้น้อยแต่แสดงออกให้มาก กับอาศัยดื่มชาช่วยคับ 😊😊
Rumpa
2 years ago
ขอบคุณนะค่ะ สำหรับคำแนะนำ ไว้จะลองเขียนดูค่ะ 😊