ลาออกแล้วเปลี่ยนใจ จะกลับมาทำงานประจำใหม่ยากมั้ย?
หลายคนทำงานไปซักพัก ก็อยากลาออกไปเผชิญโลกกว้าง 
แต่ไม่ใช่ทุกคน ที่การลาออกนั้นจะเป็นการ 'ลาออกครั้งสุดท้าย' 

ตอนออกว่ายากแล้ว ลาออกแล้วกลับไปทำงานประจำใหม่ยิ่งยากกว่า
ทียังงี้ไม่เห็นมีหนังสือเล่มไหนบอกว่าต้องทำยังไง 
วันนี้เลยอยากมาแชร์ปัจจัยและวิธีการกลับไปทำงานประจำกันค่ะ

1. ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมา
ถ้าประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาเป็นเรื่องเป็นราว สายงานเดียวกัน 
จะกลับมาง่ายก็ง่ายหน่อย แต่ถ้าที่ผ่านมา jump ไป jump มา คนละสายไปเรื่อยๆ 
อย่างเราอายุ 29 ทำงานมาแค่ 2.5 ปี ที่ละปีกว่าๆ แถมยังคนละสาย 
จะทำให้คนสัมภาษณ์ลังเลใจนิดนึง ว่าคนนี้มันจะยังทำงานออฟฟิสรู้เรื่องมั้ยเนี่ยย
และจะเอาไปอยู่ junior (ตามอายุงาน) หรือ senior (ตามอายุจริง) ดี 

2. บุคลิก
คนขายตัวเองเก่ง มักจะได้งานง่ายกว่าคนที่พูดไม่เก่ง ขี้อาย ไม่อยาก(ขาย)พูดเรื่องตัวเอง 
บางคนบอกไม่จริงหรอก ยังงี้คนเงียบๆ introvert ก็ได้งานยากทุกคนสิ 
ใช่ค่ะ ถ้าเป็นในสถานการณ์มนุษย์เงินเดือนปกติ ย้ายจากงานออฟฟิสที่นึงไปอีกที ข้อนี้อาจจะไม่ได้มีผลมาก แต่สำหรับเราที่ออกมาเป็นแม่ค้าออนไลน์ได้ 2 ปีแล้ว จะทำเหมือนเมื่อก่อนที่ยื่น resume เล่าเพิ่มเติมนิดหน่อย ก็คงไม่พอให้เชื่อถือนัก

3. สถานการณ์ ช่วงเวลา ชะตาชีวิต บ้านเมือง เศรษฐกิจ ฯลฯ
กลับมาทำงานช่วงเศรษฐกิจไม่ดี การจ้างคนถูกระงับไว้ก่อน HR ไม่มีงบ ก็ยิ่งทำให้เรากลับมาสู่ชีวิตมนุษย์เงินเดือนยากขึ้น หรือถ้าเป็นช่วงมีนา เมษา ที่คนเกาะเก้าอี้ รอโบนัสกัน บางทีก็แอบท้อใจ กลับไปขายของออนไลน์รอไปพลางๆ ยังจะเป็นประโยชน์กว่า

แต่ก็ไม่ใช่อับจนหนทางซะทีเดียว ถ้าทางตรงไม่ได้ เราก็ต้องใช้ทริคกันบ้าง เช่น 

1. หางานที่ตอนสัมภาษณ์ได้โชว์ความสามารถ
หลายที่โดยเฉพาะเอเจนซี่ หรือสตาร์ทอัพมักจะมีโจทย์ หรือเคสให้กลับไปทำแล้วมาพรีเซ็นต์ อันนี้จะทำให้เรายืนยันความสามารถตัวเองได้ง่ายกว่าการสัมภาษณ์ปากเปล่า หรืออาจจะเป็นบริษัทที่มีข้อสอบระดับโหดมาให้ทำ มี excel มาทดสอบก็ได้

2. ลดสเป็คเงินเดือนลงมานิด
ต้องทำใจว่าลาออกมาแล้ว จะขึ้นเงินเดือนตอนย้ายงานเท่ามนุษย์ออฟฟิสทั่วไปก็ต่อรองได้ยาก แต่ก็ไม่ต้องถึงกับตั้งเงินเดือนเท่าตอนออกมา อันนั้นก็ประเมินตัวเองต่ำไป เดี๋ยวHRจะตีความผิดไปว่าความสามารถของเราน้อยลง เอาเป็นว่าเรียกพอดีๆ ถ้าไม่ไหวจริงๆ อยู่ซักปีสองปี ค่อยขยับขยายย้ายอีกรอบก็ยังได้ 

3. หางานสายเดิมไปก่อน 
แค่พิสูจน์ว่าตัวเองยังทำงานออฟฟิสได้ ไม่กลับไปทำของตัวเองชัวร์ก็ยากแล้ว ถ้าสมัครงานสายใหม่ ที่ยังไม่มีประสบการณ์ก็จะยิ่งยากเข้าไปอีก (แต่เข้าใจแหละ หลายๆคนพอกลับมาก็อยากจะ บาลานซ์ระหว่างงานประจำก็สิ่งที่ชอบ) ลองถามตัวเองดูว่ารับได้มั้ย ถ้าได้ทำสายใหม่ แต่เงินเดือนเท่าจบใหม่ด้วย ถ้ารับได้ก็ลองจ้า 

4. เปลี่ยนจากองค์กรใหญ่ เป็นองค์กรเล็กลง หรือเอเจนซี่สตาร์ทอัพ
เทียบกับบริษัทฝั่งแบรนด์ หรือองค์กรใหญ่ เอเจนซี่เป็นอะไรที่คนขาดตลอดเวลา ดังนั้น ขั้นตอนคัดเลือกก็จะสั้น เวลาคิดเค้าจะน้อย (แนวว่ารีบๆ เอามาเถอะ คนในทำงานไม่ไหวแล้ว555) หลายๆที่ สัมภาษณ์ตอนเที่ยง ตอนเย็น HR โทรมา offer เลยด้วยซ้ำ เฉลี่ยเวลาตัดสินใจไม่ถึงอาทิตย์ ถ้าใครสมัครบริษัทใหญ่ใน jobsdb มาตลอด ลองเปลี่ยนมาสมัครเอเจนซี่ สตาร์ทอัพบ้างก็มีโอกาสกว่านะ

สุดท้ายถ้าเราพยายามสุดตัวแล้ว ก็ยังไม่ได้งานซักที 
ให้คิดซะว่าชีวิตเราไม่ได้มีแค่เส้นทางเดียว ที่จะไปสู่จุดหมายได้เนอะ 
บางทีการลัดเลาะไปตามทางอื่น อาจจะทำให้เราเจอสิ่งดีๆ สิ่งที่เราชอบมากกว่าเส้นทางเดิมที่คิดไว้ตอนแรกก็ได้ :)



P.S ส่วนคนเขียน ตอนนี้กลับไปทำงานประจำได้ปีนึงละค่ะ ^^
SHARE
Writer
pichapich
Daughter
Gen Y dreamer and 'do' er :)

Comments

JoeyNineteen90
9 months ago
ขอบคุณสำหรับบทความมากมายเลยครับ กำลังคิดเรื่องจะกลับไปทำงานประจำ แต่ก็กลัวว่าเขาจะไม่รับเพราะอายุเริ่มเยอะแต่ประสบการณ์ทำงานน้อยนิดมาก พอได้อ่านบทความนี้รู้สึกมีหนทางไปต่อ ไม่ลองไม่รู้สิน่าาา
Reply
pichapich
9 months ago
ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ^^ ช่วงสัมภาษณ์หลายที่แล้วไม่ได้ ก็มีท้อเหมือนกันค่ะ ท้อบ้าง พักบ้าง แล้วก็หางานต่อ เป็นกำลังใจให้ได้งานเร็วๆนะคะ ^^
sadthetic
9 months ago
Reply
nuinattapon
9 months ago
ยินดีด้วยนะครับ กับประสบการณ์ที่น้อยคนจะกล้าทำในวันนี้
Reply
pichapich
9 months ago
ขอบคุณค่า กว่าจะได้กลับมาก็เกือบถอดใจเหมือนกันค่ะ ^^