เราไม่ต่างกัน #Homeless
การทำความเข้าใจใหม่ๆกับเรื่องราวเดิมๆที่ถูกฝังหัวมาเป็นอะไรที่น่าฉงนใจ
เรื่องบางเรื่องใกล้แค่เอื้อมเท่านั้นเอง น่าประหลาดใจว่าทำไมไม่เคยตั้งคำถามกับมันเลย

ฉันเป็นคนหนึ่งที่เดินทางบ่อย และสิ่งที่พบเห็นจนชินตาคือคนที่แต่งตัวมอมแมมนอนเกลื่อนกลาดอยู่ตามถนน ริมน้ำพุ บนม้านั่ง และอีกมากมาย ความรู้สึกแรกที่มองไปคือความว่างเปล่า 

ไม่ใช่ของฉันแต่เป็นเขา

เขามีเพื่อน มีสังคม มีรายได้ เหมือนเราๆยังไง หรือสามารถเอาชีวิตรอดแบบไหนกัน
เป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาแค่เสี้ยววินาทีและหายไปเฉยๆ

ถือว่าวันนั้นเป็นโอกาสดีที่ฉันได้มีโอกาสเข้าชมนิทรรศการแสดงภาพถ่ายคนไร้บ้านของนักศึกษารุ่นพี่(แต่ต่างสถาบัน)คนหนึ่ง เป็นงานที่จัดขึ้นเล็กๆ มีเสวนา มีการแลกเปลี่ยนสอบถามพูดคุยกันเนืองๆจากกลุ่มอาสาและมีละครเวทีเล็กๆที่นำแสดงโดนบุคคลไร้บ้านทั้งหมด

ตอนแรกฉันดูไปด้วยความไม่รู้อะไร สตอรี่เป็นสตอรี่ทั่วไปที่เราเห็นอยู่ในละครบ่อยๆ ครอบครวแตกแยก วัยรุ่นตั้งครรภ์่ก่อนวัยอันควร การเลี้ยงดูอย่างไม่ใส่ใจของสถาบันครอบครัว แต่ที่แปลกไปคือความรู้สึกขณะดู ฉันรู้สึกได้จริงๆว่านี่ต้องเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงกับใครสักคน การถ่ายทอด อารมณ์ที่สื่อออกมา แววตา ทุกอย่างทำให้ฉันสัมผัสได้

แล้วฉันก็คิดไม่ผิด ทุกอย่างเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริง แต่ไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นเรื่องราวของใคร ฉากที่สะเทือนใจฉันมากที่สุด คงเป็นฉากที่ครอบครัวหนึ่งทะเลาะกัน มีพ่อ แม่ ลูก พ่อติดเหล้า แม่ไม่เอาอ่าว วันๆเอาแต่นอนไม่ทำงาน มีลูกสาวคนหนึ่ง ลูกสาวมีแฟน แฟนชวนหนีออกจากบ้าน แม่ไล่ตะโกนด่าไล่หลังว่า 

"ไป ไปแล้วไปเลย มึงไม่ต้องกลับมา"

ฉันวูบไหวนิดหน่อยกับประโยคนั้น แต่ก็พยายามดูละครเวทีตรงหน้าต่อไปเรื่อยๆ

จบการแสดงแล้ว ฉันเดินมองภาพถ่ายของนิทรรศการไปเรื่อยๆ เป็นภาพถ่ายที่มีมุมมองทั่วไปแต่พิเศษตรงที่มันถูกถ่ายทอดมาจากบุคคลไร้บ้าน ลั่นชัตเตอร์โดยคนไร้บ้านกลุ่มหนึ่ง ฉันค่อยๆอ่านบทความใต้ภาพ และพบว่ามันไม่ได้ต่างกับสเตตัสบนเฟชบุคของเพื่อนๆฉันเลย มีการเล่าเรื่องราวต่างๆที่พบเจอในแต่ละวัน ความนึกคิด ความรู้สึก วันนี้ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร กับใคร

นั่นเป็นสิ่งที่ฉันต้องทำความเข้าใจใหม่

คนไร้บ้านไม่ได้โดดเดี่ยว 
คนไร้บ้านมีเพื่อน มีสังคม มีวัฒนธรรมเฉพาะ เป็นกลุ่มก้อนของเขา เหมือนที่พวกเรามี เหมือนที่พวกเราเป็น 

คนไร้บ้านมีงาน มีอาชีพ มีรายได้
พวกเขาไม่ได้อยู่ไปวันๆ การที่ฉันเคยตัดสินบุคคลกลุ่มนี้โดยภาพรวมว่าสกปรกมอมแมม เป็นขอทาน หรืออะไรก็ตามแต่ ฉันคิดผิด และฉันต้องเปลี่ยนความคิดใหม่โดนสิ้นเชิง

เราไม่ต่างกัน
คนไร้บ้านอาจเป็นคำนิยายของคนที่เร่ร่อน นอนที่ไหนก็ได้ ไม่มีบ้านให้ซุกหัวนอน
แต่ในมุมมองของคนไร้บ้านเอง โลกทั้งโลกนี่คือบ้าน คือที่พักพิง 
ลังกระดาษเป็นหลังคา 
หนังสือพิมพ์เป็นผ้าห่ม 
โชคดีหน่อยอาจมีตึกราบ้านช่องร้างๆให้ได้หลบฝน มีคนจ้างให้ไปเก็บผลไม้ที่สวนบ้าง มีของกินแจกฟรีที่ไหนก็ไปที่นั่น เก็บของเก่าขาย เดินไปเรื่อยๆค่ำไหนนอนนั่น ขณะนั้นอาจได้พบรัก ได้สร้างครอบรัวเสียด้วยซ้ำ มีเพื่อน มีสังคม มีเงินทองติดตัว

ข้อมูลที่ฉันได้รับจากปากของบุคคลไร้บ้านที่เขาใช้ชีวิตแบบนั้นจริงๆทำให้ฉันมองเขาเปลี่ยนไป เขาไม่ได้ด้อยค่าเหมือนที่ฉันคิดตอนแรกสักนิด เขาเป็นคนธรมดา เหมือนที่เราเป็น ใช้ชีวิตอยู่ปกติ มีความรู้สึกนึกคิด แต่งตัวสะอาดสะอ้าน คำพูดคำจาก็ทั่วไปไม่กระโชกโฮกฮาก


การเป็นคนไร้บ้านนั้นไม่ยาก และการเป็นคนมีบ้านก็ไม่ยากเช่นกัน
เพียงแค่การตัดสินใจเพียงเสี้ยวนาทีทำสถานะคนเราเปลี่ยนไปสิ้นเชิง

ข้อมูลที่ฉันได้รับมาคือคนไร้บ้านล้วนแล้วแต่มีบ้านทั้งนั้น
แต่บ้านเพียงไม่เป็นที่ที่อยู่แล้วมีความสุข หรือให้ความสบายใจกับเขาได้
เขาไม่ได้มองว่าบ้านคือบ้านอีกต่อไป 
การตัดสินใจเดินออกมาเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาที

และสามารถกลายเป็นบุคคลไร้บ้านได้ในทันที

การตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นน่ะ ฉันเข้าใจดี
วันที่ฉันไม่ได้มองว่าบ้านคือบ้านอีกต่อไป
วันที่ฉันติดสินใจขนข้าวขนของใส่กระเป๋าและเดินออกมา

ไม่มีความมั่นคงรออยู่ในภายภาคหน้า ไม่มีอะไร ไม่เห็นอะไรเลย
รู้เพียงแค่ ฉันต้องออกไปจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้
แม้ข้างหน้าจะไม่ได้มีความสุขอะไรรออยู่มากมายนัก
แต่อย่างน้อยก็ขอให้ได้เดินออกจากที่ที่ฉันอยู่แล้วทุกข์ก็พอ

หากคิดเดินออกไป ฉันจะกลายเป็นบุคคลไร้บ้าน
แต่หากฉันเดินกลับบ้าน ฉันจะเป็นคนมีบ้านเหมือนเดิม

มันก็แค่นั้น ไม่ยากไม่ง่าย ทุกคนมีโอกาสเป็นคนไร้บ้านแทบจะ 90 เปอร์เซนด้วยกันทั้งนั้น 
เพราะฉะนั้นไม่แปลกอะไรหากคนกลุ่มนี้จะยังคงอยู่ในสังคมให้เราๆเห็นต่อไป

หลายประเด็นเป็นเรื่องที่พูดยากและต้องเข้าถึง หากเราไม่สามารถช่วยอะไรพวกเขาได้มากมาย อย่างน้อยให้มองว่าเขาเหมือนเรา ไม่ได้ด้อยค่าอะไร ก็เพียงพอแล้ว








:  )





SHARE

Comments

buddygirlsss
2 years ago
ชอบเรื่องนี้จังเลยค่ะ เราเคยมีความฝันอยากเป็นคนไร้บ้านนะ แต่ความอยากมันยังมีอยู่เลยต้องทนอยู่เป็นคนมีบ้านต่อไป เห็นคนไร้บ้านทีไรเรามักจะอิจฉาที่เขาตัดสินใจใช้ชีวิตง่ายๆวันต่อวันได้ แต่ใครจะไปรู้ วันนึงเราอาจตัดสินใจเป็นคนไร้บ้านก็ได้ ขอบคุณที่เขียนมาแบ่งปันนะคะ :)
Reply
nnaomi
2 years ago
ขอบคุณที่ชอบเช่นกันค่ะ : )
HoneySweet
2 years ago
ไปฟังเสวนามาด้วยเหมือนกัน แต่ไม่ได้ไปเดินกาแฟตอนท้าย มันเป็นเรื่องแค่เสี้ยววินาทีแบบที่น้องบอกจริงๆ อยากชวนให้ลองคิดสักนิดนึงว่าก่อนที่เราจะก้าวออกไปจากที่ๆเราทุกข์ เราควรจะสร้างหรือหาที่ๆเรารู้สึกดีให้ได้ก่อนจะดีกว่าไหม ถ้าเรามีปัจจัยแวดล้อมที่สนับสนุนให้เราทำได้ เราก็ควรจะทำ การเดินออกมาอย่างมีจุดหมายมันคงจะดีกว่าออกมาแบบไม่รู้อะไรเลยใช่ไหมคะ
เป็นกำลังใจให้ก้าวผ่านช่วงเวลาต่างๆของชีวิตไปได้ด้วยดีนะคะ ^^
Reply
nnaomi
2 years ago
ไม่ได้ไปเดินกาแฟตอนท้ายเหมือนกันเลยค่ะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ รู้สึกคิดอะไรได้เยอะขึ้นจริงๆค่ะ : )