เวิ่นเว้อไทม์ กับเรื่องเล่าเค้าน้ำลายสไตล์เด็กถาปัตย์ #คุณ(สมอง)ตัน ☕️🤖🖊

ฉันเป็นคนๆนึงที่ดิ้นรนอยู่ในสังคมอันแสนบ่าเบื่อ มีวงจรชีวิตวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาเรียกได้ว่าเป็นชีวิตธรรมดาๆทั่วๆไป ไม่มีอะไรแตกต่างจากคุณป้าที่นั่งดูดน้ำปั่นอยู่ตรงกันข้าม หรือพี่เมสเซนเจอร์ที่ขับรถผ่านไปเมื่อซักครู่ 

ฉันนั่งอยู่ในร้านกาแฟชื่อดังที่มีโลโก้เป็นวงกลมสีเขียวสกรีนภาพสุภาพสตรีผมลอนยาวด้านใน ฉันใช้เวลาอยู่ที่นี่มาพักใหญ่เพื่อสังเกตสิ่งรอบตัวเหมือนทุกวัน ร้านกาแฟขนาดใหญ่ที่มีลูกค้าหน้าเดิมๆแวะเวียนเข้ามาเหมือนทุกๆวัน ทั้งอาจารย์วิชาสังคมที่มักจะรีบมาซื้อกาแฟจนลืมเอกสารการสอนอยู่บ่อยครั้ง น้องพนักงานน่ารักที่วิ่งตามเอาเอกสารไปให้อาจารย์ท่านนั้นดังเช่นทุกครั้ง นักศึกษาสาวกระโปรงทรงเอเข้ารูปจับกลุ่มนั่งแชทกันหัวเราะคิกคัก ติวเตอร์ท่านหนึ่งที่ทำหน้าบูดบึ้งไม่พอใจทุกครั้งที่มีเสียงหัวเราะดังขัดจังหวะการติว น้องนักเรียนที่ทำหน้าง่วงนอนแทบจะตลอดเวลา 3 ชั่วโมงติว หรือแม้แต่คุณป้าและพี่เมสเซนเจอร์ข้างต้น

กิจกรรมทุกอย่างที่เกิดซ้ำและวนเวียนเหมือนมีใครกดปุ่มรีเพลย์เอาไว้ บ่อยครั้ง ฉันเกิดคำถามกับตัวเองว่า ฉันเป็นใคร?? ฉันอยู่ที่ไหน?? ฉันทำอะไรและทำเพื่อใคร?? เหมือนหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นที่เคยเรียนสมัยมัธยม...และบ่อยครั้ง ฉันได้คำตอบว่า ฉันคือนักศึกษาคนหนึ่งในคณะที่เรียนเกี่ยวกับการออกแบบ ในมหาวิทยาลัยเอกชนมีชื่อแห่งหนึ่งในเขตปริมณฑล ฉันกำลังทำเพื่อนความฝันและเพื่อตัวเอง คำตอบเหล่านี้เคยมากพอที่จะยอมรับว่า ฉันคือนักออกแบบคนหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยความฝัน จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

ทว่าเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่ฉันลองมาคิดทบทวนกับตัวเองโดยการนั่งมองชีวิตของผู้คนที่อยู่รอบตัว กิจกรรมที่เกิดเหมือนเดิมทุกวี่ทุกวัน ฉันกลับมองว่าชีวิตฉันก็เหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ มันดำเนินมาเรื่อยๆอย่างช้าๆ ซ้ำซากและน่าเบื่อหน่าย การเป็นนักศึกษาคณะออกแบบสอนให้ฉันคิดและจินตนาการถึงสิ่งต่างๆที่อาจจะเป็นไปได้ ทุกข้อจำกัดที่สามารเกิดขึ้นได้ คือการออกแบบที่ดี แต่การออกแบบสำหรับฉันมันเคยมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น...

ฉันอยู่กับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งที่เปิดโปรแกรมเขียนแบบพื้นฐานเอาไว้เหมือนทุกวัน นั่งมองรูปสามเหลี่ยมด้านเท่ามุมเท่า วงกลม สี่เหลี่ยมหลากหลายรูปแบบหรือแม้แต่รูปอิสระที่มีลายเส้นขยุกขยุยวุ่นวายในนั้น และจินตนาการว่าสิ่งเหล่านี้คือแมสที่จะสร้างสรรค์เป็นสิ่งต่างๆมากมาย แต่ไม่ว่าสิ่งนั้นจะคืออะไร มันก็ยังคงอยู่ในรูปแบบของสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม หรือลายเส้น...

ฉันเริ่มจินตนาการถึงสิ่งอื่นที่ไม่ได้อยู่ในความเป็นจริง เหมือนหนังเอเลี่ยนที่ไม่ได้ถูกสร้างจากภาพลักษณ์ของมนุษย์ที่นักออกแบบคาแรคเตอร์พอจะดัดแปลงและบิดเบือนให้กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่บนโลกใบนี้ได้ แต่สุดท้ายแล้วพื้นฐานของเอเลี่ยนเหล่านั้นก็ต้องมีส่วนประกอบหลัก เช่น ปาก ตา แขนขาหรือระยางค์ หรืออย่างใดอย่างหนึ่งที่สมมติขึ้นมาจากมนุษย์อยู่ดี ฉันลองนึกถึงหนังไซไฟ วิทยาศาสตร์ แฟนตาซี หลากค่ายหลายสัญชาติที่เคยได้ดูมา ว่ามีสิ่งที่ไม่ควรจะเป็นบ้างหรือไม่?

คำตอบคือ... ไม่ "ไม่มี" ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ในรูปแบบใด ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมาจากสิ่งที่เคยเห็นและเคยชินในชีวิตประจำวันทั้งสิ้น คำตอบของความเป็นไปไม่ได้ ยังคงเป็น "ความเป็นไปไม่ได้" ฉันบอกตัวเองอย่างปลงตก ว่ามีนักสร้างสรรค์และคิดค้นอีกมากมายที่โด่งดังเป็นที่ยอมรับระดับโลก หากสิ่งเหล่านี้จะสามารถเป็นจริงได้ก็คงเกิดขึ้นนานแล้ว...หรือหากจะเกิดขึ้นจริงก็คงต้องอาศัยทรัพยากรและมันสมองมากมายกว่าที่จะสร้างจินตนาการที่เป็นไปไม่ได้มาสู่ความเป็นจริง ซึ่ง...อาจเป็นไปได้ยาก ณ อดีต ปัจจุบัน และอนาตคอันใกล้

ฉันมองงานออกแบบของฉันพร้อมกับปิดหน้าจอลง...ฉันอยากออกแบบอะไรที่มันแตกต่างกว่านี้ ลึกซึ้งกว่านี้ เพราะสำหรับฉันการออกแบบคือ สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่ คือความท้าทายที่จะสร้างสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาจากคำว่า "ไม่น่าจะเป็นไปได้" 


เหมือนย้อนไปในวันเด็ก ที่ทุกสิ่งเป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเมืองในจินตนาการ เพื่อนที่ไร้ตัวตน การเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด อย่างที่ผู้ใหญ่มักมองว่า ไร้สาระ เพ้อเจ้อ และเป็นไปไม่ได้ เหมือนความฝันที่ตื่นขึ้นมาแล้วก็ลืม ลืมไปว่าฝันถึงอะไรหรือใคร หลงเหลือเพียงความรู้สึก รับรู้เพียงว่าสนุก มีความสุข เศร้าหรือหวาดกลัว

ฉันแอบนิยามความรู้สึกเหล่านี้ว่าตัวตนส่วนลึก คือความคิดจินตนาการในจิตใจ คือสิ่งที่สามารถทำให้รู้สึกถึงความต้องการที่ลึกซึ้งกว่าอารมณ์ มันทำให้ฉันเกิดความท้าทายในตัวเอง ฉันเปิดโปรแกรมขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับกระดาษและปากกา วาดสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยมและวงกลม ตามแบบในโปรแกรม...ฉันขยำกระดาษแผ่นนั้นแล้วคลี่ออก จากนั้นก็นำกระดาษอีกแผ่นหนึ่งขึ้นมาแล้วทำแบบเดียวกัน แต่คราวนี้ฉันพับมันเป็นรูปนกแล้วคลี่ออก ฉันใช้กระดาษอีกหลายแผ่นวาดรูปแล้วจัดการมันด้วยวิธีต่างๆ แม้กระทั่งจุ่มลงในแก้วกาแฟแล้วนำมาผึ่ง

สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม และวงกลมของฉันแปรสภาพได้หลายแบบไม่มีที่สิ้นสุด และถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วงานของฉันจะยังคงอยู่ในรูปแบบของสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลมและลายเส้นเหมือนเคย แต่เมื่อมองไปบนกระดาษยับยู่ยี่แผ่นนั้นรูปสามเหลี่ยมอาจกลายเป็นสี่เหลี่ยมหรือวงกลมก็ได้ อาจชัดเจนหรือจืดจางก็ได้ อาจคงอยู่หรือลบเลือนก็ได้ แต่ ณ ตอนนี้ ฉันรู้สึกพอใจที่รูปวาดของฉัน ไม่ได้อยู่ในรูปแบบที่มันควรจะเป็น ไม่ใช่สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลมเดิมที่เคยเห็น แม้จะธรรมดา ดูเป็นไปได้...แต่ก็แตกต่างในตัวเอง!

ฉันปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กใส่กระเป๋า เก็บรูปวาดของฉันใส่แฟ้ม แล้วหยิบสมุดสเก็ตเล่มเก่าที่ไม่ได้เปิดใช้มานาน นานมาก...นานจนลืมไปแล้วว่าเก็บเอาไว้ในช่องที่ลึกที่สุดในกระเป๋า แล้วเริ่มเขียน...

และแล้ว ฉันก็นึกออก...
สมัยเด็กฉันอยากเป็นนักเขียน เป็นนักจดบันทึก เป็นนักวาด เป็นนักออกแบบ หรือแม้แต่นักประดิษฐ์ จากสมุดเล่มเล็กๆเล่มนี้ที่เก็บรวบรวมจินตนาการในวัยเด็กของฉันเอาไว้ มีรูปคาแร็คเตอร์การ์ตูนตัวแรกที่วาด นิยายเรื่องแรกที่แต่ง แบบบ้านหลังแรกที่เขียน เครื่องบินกระดาษลำแรกที่พับ หลากหลายความทรงจำมากมายที่อัดแน่นไปด้วยความฝันและไฟแห่งการสร้างสรรค์

วันนี้ฉันบอกตัวเองว่าฉันสามารถเป็นอะไรได้หลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันยินดีและเต็มใจที่จะเป็นอย่างที่สุด...



   "คือ การเป็นนักออกแบบที่เป็นตัวของฉันเอง..."



>>>>>>>>  ดี(D) ซาย(Science) เน้อะ(;P)  <<<<<<<<
SHARE
Written in this book
Architect lifestyle

Comments