ชีวิตเราต้องเป็นอย่างนี้หรอ?
ให้เสียงนกกางเขนเป็นนาฬิกาปลุก
ตื่นมาย่ำไอเย็นของน้ำค้างบนยอดหญ้า
จิบกาแฟอุ่นๆ เพื่อคลายความง่วง
น่าจะดีกว่าเสียงปลุกซ้ำๆ ที่ดังจากโทรศัพท์
กับเสียงรถราบนถนนที่ดังเข้าหู ทั้งที่ยังอยู่บนเตียง
และต้องรีบร้อน เพื่อไปให้ทันเข้างาน

ชีวิตเราต้องเป็นอย่างนี้หรอ?

ต้องมาเจอสิ่งที่ไม่อยากเจอ
เพียงเพราะใครต่อใครเขาทำกันน่ะหรอ
เส้นทางสู่ความฝัน มันเป็นอย่างนี้หรอ

ความรู้สึกคัดค้านดังขึ้นในใจ
คงไม่ใช่แค่ผมคนเดียวแน่ที่รู้สึกไม่โอเคกับชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้
อย่างน้อยเพื่อนคนนึง ก็บอกกับผมว่า "นี่กูทำอะไรอยู่วะเนี่ยะ"
และถอนหายใจเฮือกใหญ่ หลังจากวางสายโทรศัพท์จากหัวหน้า

มันจำเป็นจริงๆ หรอ กับการที่ต้องออกจากบ้านไปทำงานต่างถิ่น
ใช้ชีวิตตัวคนเดียว หรืออาจจะรู้จักเพื่อนร่วมงานแค่ไม่กี่คน

มันใช่จริงๆ หรอ กับการที่ต้องทิ้งพ่อแม่ไว้ข้างหลัง
และให้เหตุผลว่า ออกมาทำงาน ออกมาทำตามความฝัน

สมัยเรียนอยู่ปี2
เพื่อนคนนึงห่างจากบ้าน เพื่อมาเรียน และได้บอกกับผมว่า
"กูต้องตั้งใจเรียน วันรับปริญญา แม่กูจะได้ดีใจ"

และด้วยความที่ผม มักจะสวนทางความคิดของคนอื่นอยู่บ่อยๆ
จึงบอกกับตัวเองว่า "นี่กูต้องรอไปจนถึงวันรับปริญญาเลยรึเปล่า กว่าแม่กูจะมีความสุข"

"ไม่นะ...  
แค่อยู่กินข้าวเย็นที่บ้านด้วยกันทุกวัน ก็น่าจะมีความสุขได้แล้วม้างงงงง"

หลังจากนั้น ผมก็กลับไปอยู่บ้าน โดยทิ้งหอที่เช่าอยู่โดยไม่รู้สึกเสียดาย

จนตอนนี้ เริ่มกลับมาคิดคล้ายๆ กับตอนนั้นอีกครั้ง
เพราะไม่มีทางรู้เลยว่า ความฝันที่พยายามเดินตามหาอยู่นั้น จะสำเร็จหรือไม่ และเมื่อไหร่
มันจะคุ้มหรือเปล่า ที่เราจะไม่อยู่กับพ่อแม่ ทั้งๆ ที่ท่าน ก็แข็งแรงน้อยลงทุกวัน

..........
ชีวิตมันก็แค่ต้องรักษาสมดุลในแต่ละสถาการณ์
ทำงานที่ชอบ กับรายได้เพื่อเลี้ยงปากท้อง
ยิ่งยุคนี้ มนุษย์ Gen Y ส่วนใหญ่ คงจะเคยผ่านมาบ้าง
ผมก็เคย...
งานที่อยากทำ เราก็มีความสุข แต่มันไม่พอเลี้ยงปากท้อง
ส่วนงานที่พอจะเลี้ยงปากท้องได้ ไม่รู้ว่า ดีจริงรึเปล่า ความสุขก็มีบ้าง ไม่มีบ้าง
แล้วจะเลือกทางไหน...


ตำแหน่งงานดีๆ แต่อยู่ห่างบ้าน กับงานที่ไม่รู้จะโตได้แต่ไหน แต่ได้อยู่กับครอบครัว
บางคนบอกก็ออกไปหาประสบการณ์ เรียนรู้โลกภายนอก ไม่กี่ปี เดี๋ยวก็กลับไปอยู่บ้าน
แต่ก็มีไม่น้อย ที่มักจะตัดพ้อว่า "ถ้ารู้ว่า จะเป็นอย่างนี้ คงจะใช้ชีวิตกับพ่อแม่ให้มากกว่านี้"
แล้วจะเลือกทางไหน...


ทำงานอย่างหนัก เพื่อผลตอบแทนมากขึ้น กับถึงเวลาก็ทำ หมดเวลาก็กลับ
หลายคนอาศัยความหนุ่มสาว โหมให้กับงาน ไหนจะเงินเพิ่ม ไหนจะตำแหน่งที่โตกว่า
อดหลับบ้าง อดนอนบ้าง "เห้ย! เรายังหนุ่มยังแน่น กำลังกายค่อยออกก็ได้"
และอีกหลายคน.. ถึงเวลาทำงาน ก็ทำ หมดเวลาก็กลับ เราไม่ใช่พวกทำงานเอาหน้า!
อู้บ้าง เฉยงานบ้าง "ทำเท่าแค่เขาจ่ายให้เราก็พอ ทำมากไปเขาก็ไม่ได้ให้มากกว่านี้หรอก"
แล้วเราจะเลือกทางไหน...

ผมเองก็บอกไม่ได้นะ ว่าในแต่ละครั้งที่คุณต้องตัดสินใจเลือก คุณควรจะเลือกทางไหน
เพราะ...ชีวิตคุณ คุณต้องเลือกเอง
ด้วยสถานการณ์ที่แตกต่าง ทำให้ข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจของเราๆ ต่างออกไป
และเพราะเราตัดสินใจไม่เหมือนกัน ทำให้ชีวิตแต่ละคนแตกต่างกัน

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอก เพื่อเป็นกำลังใจกับทุกคน คือ 
ทุกชีวิตล้วนมีความน่าอิจฉาแตกต่างกัน
หากคุณกำลังอิจฉาชีวิตใครต่อใครอยู่
จงรู้ไว้ว่า ยังมีอีกหลายชีวิตกำลังอิจฉาชีวิตคุณอยู่เช่นกัน

SHARE
Writer
Proud_dcc
reader
ฉันโง่ ฉันเขลา

Comments