จินตนาการไร้ขีดจำกัด ด้วย VFX

ปกติพอเราทำละครประเด็น สิ่งที่เราต้องคำนึงอยู่เสมอคือเรื่องของความเหมาะสม ความรุนแรงของเนื้อหา มาจนถึงเรื่องนี้ ที่ประเด็นก็รุนแรงไม่แพ้กัน จนถึงขนาดที่ต้องนำไปทำเป็นส่วนแฟนตาซี เพื่อหลีกเลี่ยงประเด็นต่างๆเหล่านั้น และขยายกรอบจินตนาการออกไปกว้างกว่าเดิม

เป็นละครเรื่องแรกที่เราใช้ VFX
 
เมื่อรู้ว่าสถานที่แสดงคือ ออดิทอเรียมหอศิลป์ (ชั้น5) ซึ่งเป็นห้องโรงหนัง ตอนนั้นเป็นอะไรที่ท้าทายมาก เพราะเราอยากทำ ละครที่ใช้ VFX มาประกอบด้วย (หลังจากที่เคยล้มเหลวตอนสามเรา) คราวนี้เลยได้โอกาสจัดเต็ม

ขั้นตอนการออกแบบมันเต็มไปด้วยความยุ่งยากมาก เพราะเราเอาแรงบันดาลใจมาจาก NARUTO Live Action ซึ่งงานเขาละเอียด รวมถึงแสงสีเสียงที่จัดเต็ม ภายใต้การประสานงานที่เราไม่รู้เลยว่าสถานที่เป็นอย่างไร จะใช้เครื่องฉายขนาดเท่าไหร่ได้แต่ดูจากรูปเอา

สิ่งที่สำคัญคือ ความเชื่อในสิ่งที่เรามองไม่เห็น 
สิ่งที่มองไม่เห็นในที่นี้ไม่ใช่วิญญาณ แต่เป็นความแฟนตาซี ที่เป็นนามธรรมทั้งหลาย การจะทำให้ทุกคนเชื่อว่ามันเป็นไปได้เป็นสิ่งที่สำคัญ นึกถึงหน้าของทุกคนตอนที่รู้ว่าเราจะทำ VFX กับละครเรื่องนี้ ทุกคนดูตกใจ และเป็นกังวลอย่างมาก เพราะบ้านเราแทบไม่เคยมีใครทำแบบนี้มาก่อนเลย แต่หลังจากที่น้องๆได้เริ่มเห็นเค้าโครงความเป็นไปได้ จากเทรลเลอร์ ทีนี้ก็ได้ไอเดียใหม่ๆมาเยอะมาก (แอบเสียดายที่เราไม่มีเวลาพอจะปรับเพิ่มเติมแล้ว)

ยิ่งกว่าคำว่าวุ่นวาย คือความลกของเราเอง 555
 
แม้ว่าจะได้ซ้อมขนาดไหน การกดพลาดก็คือสิ่งที่มักเกิดขึ้นเสมอๆเมื่อเราลก 555 ตอนกดเอฟเฟกแต่ละตัวไปพร้อมๆกับให้จังหว่ะกับพี่ที่คุมไฟเป็นอะไรที่สนุกมาก

ถึงสุดท้ายงานนี้จะเป็นงานที่ถูกยำด้วยอะไรใหม่ๆที่ไม่เคยทำทั้งหมด มันสอนอะไรกับเราเยอะมาก โดยเฉพาะกับการที่เราค่อนข้างบ้าพอที่จะทดลองอะไรใหม่ๆตลอดเวลา Try and Error วันนี้โลกแห่งจินตนาการ กับความจริงที่เราเรียกว่า Real มันก็สามารถจะมาบรรจบกันได้

เจ้าปีศาจแห่งจินตนาการ
 
เป็นชื่อที่ไอซึเรียกให้เลยตอนที่ทุกคนต้องปวดหัวกับฉาก CG ต่างๆ

จริงๆชื่อสตูดิโอเดิมเราคือ Digital Creative Mirage Art Studio..! ขอบคุณทุกๆคนที่มาร่วมบ้าไปด้วยกันนะครับ ^^
SHARE
Writer
TAPPPOV
นักคิด
พื้นที่แบ่งปันโลกแห่งความคิด

Comments