เ ล่ น ผี
เสียงกลองจังหวะกระแทกกระทั้นผสานกลิ่นธูปจางๆ ท่ามกลางแสงตะเกียงหม่นนั้น ร่างหนึ่งยืนพนมมือจับสายสิญจน์ที่โยงมาจากหิ้งบูชา เปลวเทียนสะบัดไหว นกและปลาสานจากไปมะพร้าวปักประดับหิ้งเหมือนโยกส่ายรับเสียงกลอง
.
"ชองคืออะไร" ผมตั้งคำถามกับไอ้ศักดิ์หลังได้ยินคำนี้
.
"อ้าว! ก็เป็นคนไง" มันตอบเสียงดัง
.
"เออ กูรู้แล้วว่าเป็นคน คนอะไรล่ะไม่เห็นจะรู้จักไม่เคยได้ยิน..."
.
ก็แปลกดี ถึงแม้จะเป็นคนตราดโดยกำเนิดแต่ผมกลับไม่เคยรู้จักชอง คนชองหรือชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ตามแนวพรมแดนไทยกัมปุเจียแถบจันทบุรีและตราดอะไรนี่เลย
.
"เมื่อก่อนชองเคยมีประเทศนะ แต่ถูกเวียดนามตีแตกจนล่มสลายไปแล้ว กูให้มึงทายว่าเมืองหลวงของชองชื่ออะไร" แทนที่จะเล่าดีๆ มันกลับมาย้อนถามเสียอย่างนั้นก่อนจะพูดต่อ "เออ กูรู้ว่ามึงไม่รู้หรอก มันชื่อจันทบูรณ์ มึงรู้ไว้ซะ"
.
"มึงจะบอกว่าจันทบุรี" ผมตั้งคำถามกับมัน
.
"อือ กูเคยฟังนิทานมา" 
.
"ไอ้เวร เล่าเสียดิบดีนิทานนี่นะ" อดส่ายหน้าใส่มันไม่ได้
.
"เออ กูก็ไม่รู้ว่ามันจริงเท็จแค่ไหนหรอก แต่อย่างน้อยนิทานนั่นก็บอกได้ว่าคนแถบระยอง จัน ตราด ดั้งเดิมแถวนี้น่ะ ส่วนใหญ่มีเชื้อชองทั้งนั้นแหละ โดยเฉพาะระยอง คำว่าระยองยังมาจาก ราย็อง* ในภาษาชองเลย"
.
"จริงน่ะ แล้วทำไมกูไม่รู้จัก" ผมกล่าวแย้งในที
.
"ก็นั่นมันมึง" ไอ้ศักดิ์สวนกลับทันควันทีเดียว "มึงรู้จักอิสลามที่คนเขมรเรียกว่าจามไหมล่ะ พวกนั้นก็ไม่มีประเทศเพราะถูกเวียดนามยึดครองเหมือนกัน" มันพูดเหมือนพยายามหาแหล่งอ้างอิง
.
"เมืองจามปาหรือรัฐดานังนั่นน่ะนะ อันนั้นมันประวัติศาตร์โว้ยไม่ใช่นิทาน" อดค้านมันอีกไม่ได้
.
"เออ ไม่ต่างกันนักหรอก" มันยังเถียงด้วยเสียงอ่อยๆ ออกมาอีก
.
.
ท่ามกลางความมืดดำของหมู่บ้านกลางป่า มีเพียงแสงตะเกียงวับแวม เสียงกลองเพิ่มระดับกระชั้นถี่รัว เสียงคนพึมพำรอบกาย ร่างนั้นเริ่มสั่นเทิ้ม สักพักก็ออกอาการร่ายรำตามจังหวะ
.
"การเล่นผีก็คล้ายการทรงเจ้าเข้าผีนั่นแหละ แต่การเล่นผีจะเป็นการเชิญดวงวิญญาณบรรพบุรุษหรือญาติพี่น้องที่ตายไปให้มาเข้าร่างเพื่อไถ่ถามสาระทุกข์สุกดิบในโลกแห่งวิญญาณมากกว่า" ผมนึกถึกคำบอกเล่าของไอ้ศักดิ์ขณะนั่งดูพิธีของพวกเขา...

ความอยากเที่ยวอยากหาประสบการณ์ทำให้ผมดั้นด้นลักลอบข้ามเขาบรรทัดตามมันมาถึงนี่ ที่จริงจุดหมายของเรายังอีกไกล บ้านญาตของไอ้ศักดิ์จะอยู่ลึกเข้าไปจนเกือบถึงตัวจังหวัดบัตด็อมบองทีเดียว แต่คืนนี้เราต้องพักค้างแรมกันที่นี่ก่อน บ้านแปดเบ็ย** หมู่บ้านเล็กๆ ที่เราลงจากเขามาถึงตอนฟ้ามืดพอดี คนในหมู่บ้านนี้ล้วนมีเชื้อชองเหมือนบรรพบุรุษของไอ้ศักดิ์ และเราก็มาตรงกับช่วงพิธีเล่นผีของพวกเขาพอดีเช่นกัน
.
การเล่นผีเป็นพิธีกรรมที่ผมดูจะไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน คนเป็นร่างทรงนั้นจะมีหลายคนทีเดียว ที่จริงคือใครก็ได้หากมีจิตสื่อวิญญาณได้ก็สามารถไปยืนพนมมือจับสายสิญจน์เพื่อรอให้วิญญาณมาเข้าร่างได้
.
ร่างสั่นเทิ้มนั้นส่งเสียงแหบพร่าบาดความรู้สึกทีเดียว ผมฟังไม่ออกหรอกดีแต่ว่าไอ้ศักดิ์มันคอยช่วยแปลให้บ้างในบางคำ หญิงชราซูบผอมเหลือบตากลอกกลิ้งไปมา อดหลบสายตาแหลมคมที่วาดผ่านไม่ได้ ขำตัวเองที่บรรยากาศพาให้จิตตกทั้งที่ปกติก็ไม่ใช่คนที่จะเชื่อเรื่องอะไรพวกนี้มากนัก ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ประเพณีความเชื่อ ที่เห็นนี่ล้วนไม่ต่างจากการแสดงนั่นแหละ ผมบอกกับตัวเอง
.
"กูไปนอนก่อนนะ" ผมบอกไอ้ศักดิ์พลางลุกขึ้นขนะร่างทรงนั้นคว้าขวดแป้งทีมีการจัดเตรียมไว้ให้มาเทใส่ฝ่ามือทาหน้า 
.
"ง่วงแล้วรึ" ไอ้ศักดิ์หันมาถาม ผมพยักหน้ารับมัน หญิงชราหยิบกระจกมาส่อง หากหันด้านหลังเข้าหาแทนที่จะเป็นด้านมีเงา ผมเห็นตั้งแต่ร่างทรงแรกๆ นั่นแล้ว และได้ถามไอ้ศักดิ์เกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน
.
"กูก็ไม่รู้นะ กูรู้แต่ว่าหากใครแกล้งหันด้านมีเงาใส่ร่านทรงนั่นจะร้องกรี๊ดทีเดียว" ผมคิดถึงคำพูดของไอ้ศักดิ์ขณะเดินอ้อมเยื้องออกมาทางด้านหลังของร่างทรง จังหวะนั้นไม่รู้ว่าไอ้ศักดิ์มันนึกสนุกหรืออย่างไร มันเอื้อมมือมาคว้ากระจกจากร่างนั้นและพลิกด้านสะท้อนเงาส่งให้...

เสียงกรีดร้องลั่นโหยหวนดั้นก้องไปทั้งหมู่บ้าน ร่างทรงชรายังคงนั่งนิ่ง ขณะที่คนอื่นๆ หันมาทางผมซึ่งยกสองมืออุดหูและแผดร้องออกมา ใบหน้าในกระจกบานนั้น มันช่างเหี่ยวย่นน่าเกลียดหน้ากลัวนัก ผมเห็นได้อย่างชัดเจน เกินจะรับไหว เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่ผม กับร่างสั่นเทา ผมยังแนบฝ่ามือเหี่ยวย่นกับใบหน้า พลางกรีดร้องออกมาอีกครั้ง...


*ราย็องแปลว่าประดู่
**ชื่อแปดเบ็ย แปลว่า แปดสาม เป็นชื่อทีได้ตามพิกัดแผนที่ทางทหาร (เนินแปดสาม)
SHARE
Written in this book
เรื่องสั้น สยองขวัญ
รวมเรื่องสั้น แนวสยองขวัญ
Writer
Lava
ผู้เฒ่าธรรมดา
เจ้าปัญหา จอมโวยวาย

Comments