แรงดึงดูดระหว่างเรา จงเบาบาง.
 
ตามตำนานหนึ่ง แอปเปิ้ลลูกหนึ่งทำให้มนุษย์กำเนิดขึ้นบนโลก ในวันที่ดูเหมือนว่าจะเป็นวันที่มีอากาศสดใสเฉกเช่นทุกวัน อีฟกับอดัมได้ยินเสียงหนึ่ง ว่ากันว่ามันคือเสียงแห่งลูซิเฟอร์ที่มีร่างคล้ายงู ลูซิเฟอร์พยายามล่อลวงให้อีฟกับอดัมจับต้องผลไม้แห่งความรู้ และกลืนกินมัน

ว่ากันว่าผลไม้แห่งความรู้นั้นมีลักษณะคล้ายแอปเปิ้ล เมื่อทั้งคู่หลงอยู่ในคำลวงของลูซิเฟอร์ พวกเขาจึงหยิบผลแอปเปิ้ลที่งอกงามอยู่บนต้นไม้นั้น และกว่าที่จะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งคู่ก็โดนเนรเทศให้กลายมาเป็นมนุษย์คู่แรกบนโลกใบนี้เสียแล้ว

บางที... ชีวิตของเราทุกคนบนโลกอาจเกิดมาจากเจ้าแอปเปิ้ลเพียงลูกเดียว

แอปเปิ้ลลูกที่สองที่โด่งดังคือลูกที่หล่นใส่หัวของเซอร์ไอแซค นิวตัน ผู้ค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลก ไม่รู้อะไรดลใจนิวตันในตอนนั้นให้ไปนั่งใต้ต้นแอปเปิ้ล เมื่อแอปเปิ้ลหล่นใส่หัวเขาอย่างจัง แทนที่นิวตันจะหยิบแอปเปิ้ลลูกนั้นขว้างไปไกล ๆ อย่างที่คนอื่นทำ แต่ทว่าเขากลับสงสัยในการมีอยู่ของมันตรงนี้ ทำไมแอปเปิ้ลลูกนี้ถึงไม่ลอยออกไปนอกโลกกันล่ะ ทำไมของทุกอย่างบนโลกต้องหล่นลงพื้น

แล้วนิวตันก็ค้นพบบางอย่าง...
แรงโน้มถ่วงของโลก

แอปเปิ้ลลูกที่สามที่ส่งผลแก่เธอคือลูกที่อยู่ในมือของเธอตอนนี้ หญิงสาวมองไปยังหน้าร้านของตนเองที่ไม่ค่อยจะมีคนสนใจสักเท่าไหร่ ก่อนจะประหารชีวิตเจ้าแอปเปิ้ลในมือให้กลายเป็นอาหารเช้าสำหรับแม่ค้าผู้หิวโหย แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ลิ้มรสหวานของแอปเปิ้ล เธอก็พบเจอกับบางสิ่ง

เด็ก...

เด็กผู้หญิงกำลังยืนร้องไห้ตรงหน้าร้านของเธอ ผมแกละสองข้างกับชุดเดรสสีชมพูทำให้เด็กผู้หญิงคนนี้ดูน่ารัก เจ้าหนูร้องไห้จ้า แผดเสียงร้องของตนเองเพื่อหวังให้ใครสักคนได้ยิน

หญิงสาวนึกถึงเจ้าลูกนกตัวน้อยที่ตกจากรังและกำลังแผดเสียงเรียกแม่ของมันอยู่อย่างมีความหวัง แน่ล่ะ, เด็กน้อยกำลังหลงทาง พลัดหลงกับแม่ผู้เลินเล่อที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย บางทีเด็กหญิงคนนี้อาจจะโดนทิ้งไปแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้



แต่ขอโทษนะเด็กน้อย วันนี้ไม่มีดาวเหนือสำหรับหนูหรอก

...อย่างน้อยก็ในตอนนี้



หญิงสาวแสยะยิ้มเพียงนิด ตามองเหตุการณ์เบื้องหน้าราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่เธอเจอมันทุกวันเฉกเช่นกับหนังสือพิมพ์รายวันที่ถูกส่งอยู่ในกล่องรับจดหมายหน้าร้านทุกเช้าและเต็มไปด้วยข้อความน่าเบื่อในนั้น เธอถอนหายใจ เปลี่ยนแอปเปิ้ลในมือให้กลายเป็นอาหารเช้า กัดไปคำโตจนได้ยินเสียง กร๊วม!

และเมื่อเธอมองไปยังวิวเบื้องหน้าอีกครั้ง เจ้าอาหารเช้าในมือของเธอเหมือนจะดิ้นพล่าน ก่อนจะกระโดดออกไปจากมือของเธอและมุ่งหาแรงโน้มถ่วง ตุ๊บ!, เจ้าแอปเปิ้ลกระแทกเข้ากับพื้นโลกจนต้องส่งเสียงออกมา

หญิงสาวไม่แน่ใจว่าเจ้าแอปเปิ้ลที่กำลังกองแอ้งแม้งบนพื้นนั้นมาจากตะกร้าใบเดียวกับแม่มดใจร้ายในเรื่องสโนว์ไวท์หรือเปล่า เหมือนว่าเธอจะโดนยาพิษ และสูญเสียมวลของตัวเองบนพื้นโลก บางที แรงโน้มถ่วงอาจไม่สามารถรั้งเธอไว้กับพื้นโลกได้

และในระหว่างที่ยาพิษกำลังออกฤทธิ์ เธอก็พบว่ามีสิ่งหนึ่งกำลังกลายเป็นดาวเหนือของเด็กผู้หญิงในชุดเดรสสีชมพูคนนั้น ใบหน้าเรียบเฉยมองเด็กหญิงก่อนจะย่อตัวลงมาให้อยู่ในระดับที่เท่ากัน มือที่เหมือนจะใหญ่กว่ามือของเธอเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นผ้าซับน้ำตา ใบหน้าเย็นชาคู่นั้นทำหน้านิ่ง ๆ เด็กหญิงเหมือนจะหยุดร้องไห้แล้วมองมายังสิ่งนั้นอย่างชั่งใจ และสิ่งนั้นก็ทำในสิ่งที่เธอไม่คิดว่าคนหน้าเย็นชาราวกับอมความทุกข์เอาไว้มาเนิ่นนานจะมี

เขายิ้ม- ยิ้มสวยทีเดียวล่ะ ก่อนจะคุยอะไรบางอย่างที่หญิงสาวไม่ได้ยิน แต่แล้ว สิ่งนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจเป็นครั้งที่สองของเช้าวันนี้



สิ่งนั้นไม่ใช่มักเกิ้ล...

เขามีเวทมนตร์ หญิงสาวรู้สึกได้ ในตอนที่มือของสิ่งนั้นกำลังแบอยู่ทั้งสองข้าง สิ่งนั้นกำมืออยู่ชั่วขณะหนึ่ง และหญิงสาวก็มั่นใจว่ามันไม่มีอะไรในนั้นแน่ ๆ แต่แล้ว เมื่อสิ่งนั้นแบมือออกมา เธอก็พบว่ามันมีอมยิ้มสีรุ้งอันโตอยู่ในมือสวยนั้น

และในขณะที่หญิงสาวกำลังจ้องสิ่งนั้นอย่างจาบจ้วง สิ่งนั้นได้มอบอมยิ้มรสหวานแก่เด็กหญิงก่อนจะหันมาสบตากับเธอ

สบตาจริง ๆ

มันเป็นช่วงเวลาราวเก้าถึงสิบวินาที ไม่นานเท่าไหร่ในเพลงหนึ่งเพลง แต่หญิงสาวกลับรู้สึกว่าเก้าถึงสิบวินาทีเมื่อประเดี๋ยวมันเพียงพอ เพียงพอให้สิ่งนั้นร่ายมนตร์บางอย่างใส่ตัวเธอ

ดวงตาเรียวแหลมคู่นั้นเต็มไปด้วยเวทมนตร์ต้องคำสาป หญิงสาวหวังว่าเขาจะไม่ใช่เมดูซ่า เพราะหากเป็นเช่นนั้น เธอคงกลายร่างเป็นหินในไม่กี่วินาทีนี้

สิ่งนั้นคืออะไรกันแน่?

หญิงสาวตัดสินใจจากลาช่วงเวลาแห่งอาหารเช้า ก่อนจะเปิดประตูร้านและเดินตรงไป ไม่ใช่ว่าเธอนึกสงสารเด็กผู้หญิงอะไรในตอนนี้ ไม่ใช่เพราะว่าอากาศในตอนนี้มันเหมาะต่อการเดินเล่นเหลือเกิน

แต่เธอกำลังสงสัยเกี่ยวกับสิ่งนั้น

หญิงสาวเกลียด เกลียดความรู้สึกสับสนกับอะไรสักอย่าง เกลียดเวลาที่ตัวเองต้องมานั่งคิดแล้วคิดอีก เกลียดเวลาที่ตัวเองต้องกลายเป็นฝ่ายที่เสียสละอะไรสักอย่างให้คนที่ไม่เห็นค่าของมัน



“ลูน่า!!”

เสียงหนึ่งสอดแทรกขึ้นมาก่อนที่สิ่งนั้นจะมองเห็นเธอ ดูเหมือนว่าเธอคนนั้นจะเป็นแม่ของเด็กหญิงตัวจ้อยคนนั้น ลูน่า, ชื่อของพระจันทร์ และชื่อของเด็กหญิงที่กำลังเลียอมยิ้มอย่างมีความสุข แปลกดี พระจันทร์ที่กำลังหลงทางอยู่หน้าร้านของเธอและเจอกับดาวเหนือที่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ใช่คนธรรมดา

เด็กหญิงพระจันทร์จากไปพร้อมกับวงโคจรของเธอ เหลือเพียงสิ่งนั้นที่กำลังมองมายังหญิงสาวอย่างอ่านความรู้สึกจากสายตาคู่นั้นไม่ได้ เธอไม่ได้ยิ้มให้ ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นอะไร ทำเพียงแสดงสีหน้านิ่ง ๆ อย่างที่สิ่งนั้นทำ

“เมื่อกี๊ฉันเห็นนะ”

ไม่มีเสียงตอบกลับมา สิ่งนั้นยังคงมองเธออย่างเงียบ ๆ หญิงสาวเพิ่งได้เห็นในตอนนั้นเองว่า สิ่งนั้นแต่งตัวด้วยโทนสีดำสนิท ไม่ว่าเสื้อเชิ้ต กางเกง รองเท้า แม้แต่ผ้าปิดปากที่ตอนนี้มันกองลงมาอยู่ตรงใต้คาง ผมของเขามีสีดำเข้ม แต่แปลก สีดำทั้งหมดที่ร่างกายของสิ่งนั้นมีมันตัดกับผิวขาว ๆ นั่นได้อย่างพอดี

“คุณเป็นพ่อมดใช่ไหมล่ะ?”

หญิงสาวยิ้ม แต่ไม่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่เป็นมิตรสักเท่าไหร่นัก เหมือนเป็นการท้าทายหรือกำลังเข้าไปจาบจ้วงหาความจริงจากสิ่งหนึ่ง เธอเอามือกอดอก จ้องมองสิ่งนั้นอย่างไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น

“คุณพูดอะไร”

“คุณเสกอมยิ้มได้”

สิ่งนั้นแสยะยิ้มนิดหน่อย แต่แค่นิดหนึ่งเท่านั้น ก่อนจะกลับไปยังหน้าตาเย็นชาอย่างเดิม ทั้งสองมองหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร มันไม่ใช่การต่อสู้ แต่นี้เป็นการพบกันระหว่างคนสองคนที่ระแวดระวังในวงโคจรของตัวเองและหวงแหนมันยิ่งกว่าอะไรดี

ทั้งคู่คล้ายกันในส่วนนั้น...

“ผมไม่ได้เสก มันคือมายากล”

สิ่งนั้นตอบ หญิงสาวสงสัยขึ้นไปอีก หากเขาเป็นแค่นักมายากล แล้วเวทมนตร์ที่สิ่งนั้นร่ายผ่านทางสายตานั่น มันคืออะไร

“คุณจบมาจากฮอกวอตส์ใช่ไหมล่ะ?”

แสยะยิ้มน้อย ๆ ราวกับสิ่งนั้นได้ลดความหนาแน่นของวงโคจรลงและคิดว่าหญิงสาวที่อยู่ดี ๆ ก็มาถามอะไรหยุมหยิมเกี่ยวกับนิทานหลอกเด็กไม่หยุดนั้นเป็นคนประเภทไหนกัน

ระหว่างคนที่ต่อต้านวงโคจร

“ผมไม่ใช่แฮร์รี่ พอตเตอร์นะคุณ”

และคนที่แรงดึงดูดหาตัวเขาเจอ และสามารถอยู่วงโคจรเดียวกัน

“คุณอาจจะเป็นลอร์ดโวลเดอมอร์รุ่นที่สองก็ได้”

สิ่งนั้นรู้สึกได้ว่าหญิงสาวที่มีผิวสีเข้มกว่าเขานิดหน่อยตรงหน้ากำลังกวนตีน

“อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้น”

หญิงสาวมองสิ่งนั้นตรงหน้า เขากำลังดึงผ้าปิดปากขึ้นและปิดบังครึ่งหน้าที่ดูออกจะ... ดูดีของเขา คนตรงหน้าดูเหมือนจะมีอะไรมากมายในใจ และเธอก็มั่นใจเหลือเกินว่า คนที่มอบอมยิ้มอันโตให้เด็กน้อย แม้จะรู้ว่าสุดท้ายแล้วอมยิ้มนั้นจะทำให้เด็กหญิงฟันหลอ ก็เป็นแค่คนที่แค่หาอะไรยัดปากเด็กให้หยุดร้องเท่านั้นแหละ

และเธอก็คิดว่าบางทีสิ่งนั้นออกจะ... น่าสนใจ

“เพราะฉันอยู่ข้างฝ่ายร้ายเสมอ”

สิ่งนั้นที่แต่งตัวด้วยสีดำล้วน หน้าตาไม่รับแขก เมื่อหญิงสาวเข้าใกล้สิ่งนั้นอีกหน่อยก็พบว่าภายใต้เสื้อเชิ้ตที่ไม่ได้ติดกระดุมสองเม็ดบนดูเหมือนจะมีรอยสักบางอย่างซ่อนตัวอยู่ในนั้น และดูเหมือนว่าเธอจะได้กลิ่นบุหรี่มากจากสิ่งนั้นนิด ๆ

หญิงสาวแสยะยิ้ม นี่ชายชุดดำตรงหน้าเขาสูบบุหรี่เป็นอาหารเช้าหรืออย่างไรกัน

“และคุณมันจอมวายร้ายเลย”

“หึ”

เสียงเล็ก ๆ ดังมากจากสิ่งนั้น ก่อนจะเดินจากไปราวกับต้องการจะปิดกั้นอะไรสักอย่างจากตัวหญิงสาว ทิ้งไว้เพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่รู้สึกว่าคนที่กำลังเดินจากไปนั้นเป็นของสิ่งหนึ่งที่กำลังเลือกต้านทานในแรงโน้มถ่วงของโลก และพยายามทำให้ตัวเองหลุดออกนอกอวกาศ

เธอมองแผ่นหลังของคนตรงหน้าที่กำลังเดินไป เขาเป็นมนุษย์ธรรมดาจริง ๆ เหรอ

เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาจริง ๆ เหรอ

สุดท้ายหญิงสาวก็ไม่ได้คำตอบอะไรกลับมา นอกจากการที่รับรู้ว่าสิ่งนั้นพยายามทำให้เธอเชื่อว่า มันคือมายากล

และไม่แน่ มันอาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เราจะเจอกันบนดาวเคราะห์สีฟ้าดวงนี้ พรุ่งนี้และวันต่อ ๆ ไปเราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว และในวันหนึ่งบนโลกของหญิงสาว เธอก็จะลืมเลือนไปเองว่าวันนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และบางที เธออาจจะต้องล้มเลิกความสงสัยในตัวสิ่งนั้น และลบวันนี้ออกไปจากไดอารี่

เพราะสิ่งที่เธอไม่ชอบที่คือ การค้างคาใจกับเรื่องอะไรบางอย่าง และบางคน

หญิงสาวเดินกลับร้านของตัวเอง ตอนเช้าร้านของเธอไม่สวยเท่าไหร่หรอก แต่กลางคืนมันจะสวยและเปล่งประกายที่สุดในละแวกนี้ เธอเป็นคนตื่นเช้า แต่ว่ามักจะเปิดร้านตอนเที่ยงวัน และปิดราว ๆ เที่ยงคืน

ทันทีที่เดินเข้ามาในร้าน เธอก็พบกับเศษซากของแอปเปิ้ลที่นอนแอ้งแม้งอยู่ตรงนั้น มันยังนอนแน่นิ่งไม่ไปไหน

บางที นอกจากพื้นโลกแล้ว คงไม่มีสิ่งใดที่ดึงดูดเจ้าแอปเปิ้ลลูกนั้นอีก

แล้วสิ่งนั้นล่ะ จะมีอะไรที่ดึงดูดเขาบ้างหรือเปล่า แรงโน้มถ่วงของโลกจะรั้งเขาไว้ได้นานขนาดไหนหรือว่ารอบตัวเต็มไปด้วยสุญญากาศกัน หญิงสาวแค่สงสัยในความซับซ้อนของอวกาศอันกว้างใหญ่เกินกว่าที่เธอจะสำรวจมันได้

และแรงดึงดูดระหว่างเราอาจมีไม่มากพอที่จะทำให้เราได้เจอกันอีก
บางทีสิ่งนั้นอาจเป็นดาวเสาร์ที่ใช้วงแหวนปิดกั้นตัวเองจากดาวเคราะห์ทั้งมวล.



SHARE
Writer
twentyeight_A
INFJ
เพราะวงแหวนสำคัญต่อดาวเสาร์.

Comments