บ้านของเรา
        หลายๆคนคงเคยได้อ่านเรื่องเล่าจากประสบการณ์ต่างๆในร้านกาแฟ แต่ในเวลานี้ มุมมองนั้นอาจจะต่างออกไป เราไม่ได้เล่าประสบการณ์คนที่นั่งร้านกาแฟหรือร้านอาหาร แต่เป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารที่ตกหลุมรักบรรยากาศในร้านเล็กๆกลางเมือง
        ถ้าใครเคยอ่านบล็อกที่แล้วววว(ใช่ค่ะปีที่แล้วเอง) จะพบว่าเราประสบปัญหาทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดรวมถึงยาวนานที่สุดในชีวิต ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวเราเองอยากจะทำงานพาร์ททามตั้งแต่สมัย ม.3 ว่ากันตามตรงตอนนั้นไล่โทรตามบริษัทว่าใครรับเด็กอายุ 15 ทำงานบ้างจะรู้สึกเป็นพระคุณมาก และใช่ค่ะไม่มีใครรับ ส่วนใหญ่บริษัทเหล่านี้จะรับตั้งแต่อายุ 18 ขึ้นไป และเมื่ออายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ รวมกับการที่จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในเดือนมีนาคม เรามีเวลากว่า 6 เดือนในการทำงานก่อนเข้ามหาวิทยาลัย รวมถึงแรงกระตุ้นที่ต้องการหาเงินใช้เองหรือเรียกอีกอย่างว่าอีโก้ของไอเด็กคนนึง เราหาร้านที่รับพนักงานเสิร์ฟประมาณ 10 ร้าน แล้วเรียงลำดับร้านน่าจะใช้ความสามารถทางภาษาอังกฤษในการทำงาน(เรียนมาเป็นสิบปีจะได้ใช้) และโทรไปสมัครทันที ทางร้านให้เตรียมเอกสารและนัดสัมภาษณ์วันต่อไป และจะประกาศผลในวันถัดไป เล่ามาขนาดนี้แน่นอนว่าต้องได้งานค่ะไม่งั้นคงจบตรงนี้ 
        เราเริ่มงานวันที่ 1 เมษายน ถึงตรงนี้ผู้อ่านหลายคนที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหารอาจจะพอนึกออกว่าต้นเดือนเมษาจะเกิดอะไรขึ้น ใช่ค่ะ พวกคุณเดาไม่ผิดหรอก
        เดือนเมษายน วันแรกของเดือน และบังเอิญมากที่เป็นวันเสาร์ ค่ะ ลูกค้าถล่มร้าน เราแทบจะใช้คำว่าวิ่งแทนที่จะเรียกว่าเดินไปเสิร์ฟ กับเด็กตัวน้อยๆที่ไม่รู้เรื่องของการทำงานใดๆเนื่องจากอายุพึ่งถึงเกณฑ์ ด้วยสถานการณ์บีบบังคับ เพราะว่าเดือนเมษายนคือเดือนแห่งวันหยุดแถมยังมีวันครอบครัว เป็นโอกาสเหมาะของครอบครัวคนไทยจีนที่จะมาทานอาหารร่วมกัน เราต้องใช้เวลาให้น้องที่สุดในการปรับตัวจนไม่เป็นตัวถ่วงของคนอื่น (ตรงนี้ถ้าอยากให้เล่ารายละเอียดจะมาเขียนเพิ่มนะคะ) ต้องเสิร์ฟได้ รับออเดอร์ได้ บริการลูกค้าที่ต่างกันได้ รวมถึงบริหารจัดการการดูแลให้ทั่วถึงได้อีกด้วย และตรงนี้คือสิ่งสำคัญที่เรากำลังจะเล่าต่อไป
        เราใช้เวลาในร้านนี้ 4 เดือนก่อนเปิดเทอม (เนื่องจากทางร้านให้เริ่มงานช้า รวมถึงต้องการเวลาประมาณหนึ่งก่อนเปิดเทอม) เราได้คุยกับลูกค้ามากมาย ยิ่งเป็นชาวต่างชาติด้วยแล้ว การที่เราสามารถสื่อสารกับเขาได้ทำให้เขาค่อนข้าวประทับใจในระดับหนึ่ง ด้วยสถานที่ที่ร้านที่อยู่ทำให้มีลูกค้าประจำที่สั่งอาหารแบบเดิมๆเยอะมาก การที่จำสิ่งที่เขาทานและจำชื่อของเขาได้ รวมถึงเรื่องราวที่เขาเล่าให้เราฟังคือสเน่ห์ของร้านนี้ ในหนึ่งวันลูกค้าจะเยอะ(มาก)ในช่วงเวลาอาหารเที่ยงและเย็น แต่เยอะในปริมาณที่เราสามารถจำหน้าลูกค้าและรายละเอียดการสั่งได้หมด บางครั้งอาจจะรวมถึงราคาที่จ่ายต่อโต๊ะด้วย เรารู้สึกผูกพันกับสิ่งเหล่านี้อย่างบอกไม่ถูก ที่นี่เหมือนเป็นบ้าน บ้านที่รอให้ทุกคนกลับมาและเราพร้อมจะเตรียมอาหารให้ทาน พร้อมจะดูแล พร้อมจะพูดคุย เราที่ยืนอยู่ตรงนี้ในทุกวัน รอพวกคุณกลับมาทานเสมอ ไม่ใช่แค่เราที่จำพวกคุณได้ คุณก็จำเราได้เช่นกัน ที่เราบอกตอนแรกคือเราทำงาน 4 เดือนเริ่มเดือนแรกคือเมษายน ใช่ค่ะ วันนี้คือวันครบหนึ่งปีที่เราออกจากงาน เราไม่ได้นับหรืออะไร เรื่องมันเกิดจากว่า ด้วยอะไรบางอย่างทำให้เรานอนไม่หลับเมื่อคืน ทั้งๆที่ต้องตื่นเช้า เราคิดถึงพวกคุณที่เคยอยู่ที่นี่ คิดถึงตัวเราที่เหมือนมาเล่นสนุกในบ้านหลังนี้ 
คุณที่สั่งเนื้อ very well done เป็นประจำ พร้อมไวน์ Sauvignon blanc ไม่ว่าจะเช้าแค่ไหน
คุณที่สั่งซุปลอปสเตอร์และพอร์คชอร์ป ชาเย็น 2 แก้วทุกครั้งโดยใช้หลอดแค่อันเดียว
คุณที่จะทานกาแฟที่เป็นแก้วทรงสูงเสมอแค่เพราะจะเอามาอุ่นมือเพราะห้างมันเย็น
คุณที่โปรดปรานลาเต้อาร์ตรูปหมี และพวกเราพร้อมจะทำให้เสมอโดยที่คุณไม่เคยขอ
คุณที่จะนั่งโต๊ะตัวเดิมในทุกวันเพื่อทานกาแฟจนเราจะต้องจองไว้ให้เพราะกลัววคุณไม่พอใจ
คุณที่ป่วยเป็นมะเร็งและมักจะมาที่ร้านแล้วซื้อขนมไปเยอะๆเสมอ
คุณที่พยายามสั่งขนมผิดกฎร้าน พอเราทำให้แล้วไปบอกคนอื่นว่าเมเนเจอร์อนุญาต
คุณที่มักเรียกกาแฟดำเป็นโอเลี้ยง เบอร์รี่เป็นกระเจี๊ยบ และมากับเพื่อน 6 คนเสมอ
คุณที่ดื้ออยากจะใส่นมในกาชา เพราะเป็นความเคยชินของคุณ
คุณที่มาที่ร้านติดกันเป็นอาทิตย์เพื่อตามเราไปทำงานให้ บอกว่าทีรามิสุที่นี่อร่อยที่สุด
คุณที่ให้แหวนเรามา บอกว่าเข้ากับเราดี (แต่ขอโทษค่ะรู้สึกใส่แล้วโชคร้าย) เราเก็บไว้เสมอ
คุณที่ไม่เคยคุยกับเราแต่จำเราได้เสมอกับคำพูดวันลาสเดย์ so next time to waiter but manager

ยังมีอีกเยอะมาก เราจำพวกคุณได้จริงๆ ถ้าเรามีเวลามากพอ เราอยากกลับมารอคุณที่บ้านนี้อีกครั้ง ไม่รู้ว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง เราทราบแค่ว่าคุณมาที่นี่ไม่บ่อยเท่าเมื่อก่อน วันนี้เรามาที่นี่ เราหวังจริงๆว่าอยากเจอพวกคุณให้ครบทุกคน

และสุดท้ายนี้ เราคิดถึงคุณ :)

SHARE
Writer
thelostgirl
student
รู้จักเนเวอร์แลนด์กันมั้ย คนที่นั่นจะไม่มีวันโต โลดแล่นอยู่ในจินตนาการ เราเองก็เช่นกัน ———— away from the reality.

Comments