ว่าด้วยเรื่อง "การสื่อสารอย่างสันติ" (ตอนที่ 1)
"26 มีนาคม 2560"

วันนี้ไปเรียนเรื่อง Nonviolent Communication หรือ การสื่อสารอย่างสันติ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราคงความรักความกรุณาไว้ได้ แม้ในภาวะที่เราต้องเผชิญกับความขัดแย้งรุนแรง คิดค้นโดยนักจิตวิทยาชื่อ Marshall Rosenberg ในการสื่อสารเช่นนี้ผู้พูดจะปล่อยวางการตัดสิน การวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น รวมทั้งพยายามทำความเข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งด้วยว่าเขารู้สึกอย่างไรและต้องการอะไร
.
การสื่อสารอย่างสันติ (NVC) ประกอบไปด้วย 4 องค์ประกอบหลัก คือ 1. การสังเกต 2. ความรู้สึก 3. ความต้องการ และ 4. การขอร้อง
.
เมื่อเราได้ยินถึงความรู้สึกและความต้องการของผู้อื่น เราจะรับรู้ถึงความเป็นมนุษย์ที่มีร่วมกัน
วันนี้สิ่งที่โฟกัสจะเป็นเรื่องของการแยกแยะความรู้สึก เพราะความรู้สึกต้องการแค่รับรู้หรือยอมรับ แต่ความต้องการคือการได้รับการตอบสนองหรือเติมเต็ม ซึ่งก่อนที่จะไปถึงความต้องการเราต้องรู้จักสังเกตและเข้าใจความรู้สึกก่อน
.
การสังเกต คือ การพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้อีกฝ่ายทราบว่าเรากำลังจะพูดถึงอะไร เราควรจะหัดสังเกตโดยพูดเฉพาะสิ่งที่ตาเห็น หูได้ยิน ไม่มีความคิด วิเคราะห์ ตัดสินและตีความเหมารวม โดยหัดทำตัวเป็นกล้องวีดีโอสะท้อนสิ่งที่เห็นและได้ยินเท่านั้น เช่น ถ้าเราบอกว่า "เมื่อเช้าเธอไม่สนใจฟังฉัน" คนที่เราพูดด้วยอาจรู้สึกถูกตัดสินและไม่อยากฟังเราพูดต่อ เเต่ถ้าเราพูดว่า "เมื่อเช้าตอนที่เรากำลังเล่าปัญหาในที่ทำงานให้เธอฟัง เธอเดินไปหยิบขนมในตู้เย็น" อีกฝ่ายอาจระลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจะช่วยให้เขาสามารถฟังในขั้นแรกนี้ได้โดยไม่ต้องการโต้ตอบและยินดีที่จะฟังเราต่อไป
.
ความรู้สึก คือ สิ่งที่เกิดขึ้นภายในใจโดยแยกจากความคิด จุดมุ่งหมายคือ การจับความรู้สึกและให้ชื่อความรู้สึกนั้น (Name it to Tame it) กุญแจหลักในการแสดงความรู้สึกคือ “ใช้คำที่แสดงความรู้สึกของเรา ไม่ใช่คำตีความการกระทำของผู้อื่น” เช่น เมื่อเช้าตอนที่เรากำลังเล่าปัญหาในที่ทำงานให้เพื่อนฟัง เพื่อนเดินไปหยิบขนมในตู้เย็น (การสังเกต) เรารู้สึกผิดหวัง (ความรู้สึก) เป็นการแสดงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในของเรา แต่ “ฉันรู้สึกว่าเพื่อนไม่ใส่ใจฉันเลย” เป็นการตีความความรู้สึกของอีกฝ่าย ซึ่งความรู้สึกนั้นเกิดจากความต้องการของเราที่ได้รับการตอบสนองหรือไม่ได้รับการตอบสนอง เราจะรับผิดชอบความรู้สึกของเราเองโดยไม่โทษว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ทำให้เรารู้สึกอย่างไร และสำหรับในความสัมพันธ์หากเราสามารถสื่อสารความรู้สึกได้อย่างตรงไปตรงมา จะช่วยให้เราไม่ต้องเก็บกดความรู้สึกหรือระเบิดความรู้สึกที่รุนแรงออกมาในภายหลัง
.
การใส่ใจความรู้สึกผู้อื่นอาจเป็นสิ่งที่สอนกันไม่ได้แต่คนเราเกือบทุกคนสามารถเรียนรู้ที่จะพัฒนาคุณสมบัติที่สำคัญนี้ได้ เพราะความรู้สึกเข้าอกเข้าใจผู้อื่นถือเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญของชีวิตผู้คนส่วนใหญ่
.
ในวันนี้ได้เรียนไปแค่สององค์ประกอบ คือ การสังเกตและความรู้สึก แต่รู้สึกว่าตัวเองได้อะไรกลับมาเยอะและใช้พลังเยอะมากในการเรียน 5 ชั่วโมงเพื่อฝึกตั้งใจฟังผู้อื่น
.
ก่อนเรียนผู้สอนกล่าวว่า
ก่อนฝึก NVC เราใช้สมองและความคิด แต่เมื่อเราได้ฝึก NVC เราจะใช้หัวใจ
ซึ่งเป็นอย่างนั้นจริงๆ และทำให้เกิดความคิดหลังเรียนเสร็จว่าที่ผ่านมาเราอาจจะไม่ได้เป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ตั้งใจฟัง หรือตัดสินคนอื่นด้วยความรู้สึกนึกคิดของเราเอง ซึ่งอยากจะขอโทษในการกระทำนี้ และจะพยายามฝึกฝนการฟังมากขึ้นเรื่อยๆต่อไป :)

#happysunday
SHARE

Comments