บันทึกเตือนตัวเอง
หลายๆครั้งที่เราสูญเสียอะไรมากมายเพราะขาดการควบคุม ปล่อยให้ร่างกายทำงานตามความเดือดของอารมณ์ เขวี้ยงของที่อยู่ใกล้มือ เหวี่ยงและด่าทอคนที่อยู่ใกล้ตัว โมโหขาดสติและใส่อารมณ์ราวกับอาการของคนขาดยา สภาพไม่ต่างอะไรจากเด็กน้อยเอาแต่ใจและไม่รู้จักเหตุผล

เราอาจจะรู้สึกสะใจจากการกระทำเหล่านั้น รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยความอัดอั้นที่หนาแน่นอยู่ในหัว และหนักหนาอยู่ในอก รู้สึกว่าเราชนะ รู้สึกว่ามันสาแกใจ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะได้รู้ซึ้งในสิ่งที่เราเก็บกดซักที 

แต่ความจริงแล้ว ใครจะมาเข้าใจเรา ว่าเราต้องการอะไรจากการกระทำเหล่านั้น จากการกระทำที่ไร้ซึ้งการนึกถึงจิตใจของกันและกันอย่างนั้น จะมีก็แต่ สร้างบาดแผลให้เขาซะมากกว่า

ฉันเจอข้อความหนึ่งจาก status บน Facebook ใจความคร่าวๆมีอยู่ว่า
เมื่อเด็กชายโมโหหรือโกรธใครซักคน ผู้เป็นพ่อมักจะให้เด็กชายคนนั้นตอกตะปูที่กำแพงตามอารมณ์ที่ระอุจนพอใจ และเมื่อความโกรธหรือความโมโหนั้นหายไป ผู้เป็นพ่อก็จะให้เด็กชายคนนั้นกลับมางัดตะปูออก แล้วถามเด็กชายคนนั้นว่า รอยตะปูนั้นหายไปเหมือนอารมณ์ของเขาหรือเปล่า

ความโกรธ ความโมโห การตะคอกเสียงดังและการทำตามอารณ์
อาจจะทำให้เรารู้สึกสะใจในเวลาสั้นๆและอาจจะรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อย
แต่หารู้หรือไม่ว่า สิ่งของที่เราเขวี้ยงไปโดยมีอารมณ์โมโหเป็นผู้นำนั้นก็แตกไปเช่นกัน ถึงจะซ่อมได้ ก็ใช่ว่าจะเหมือเดิม
เช่นเดียวกับความรู้สึกที่เสียไปและบาดแผลที่เกิดขึ้นในใจเขา มันอาจจะจางลงได้ด้วยการพูดขอโทษตอนสติกลับมาแล้ว แต่มันก็ยากที่จะเหมือนเดิม 

ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบปล่อยให้อารณ์นำทุกอย่างเมื่อฉันโมโหหรือโกรธ ทำหน้าบึงตึง ถอนหายใจดังๆ หนักสุดก็ทุบตีโต๊ะ และหนักสุดขีดก็พูดจากระแทกแดกดันทำร้ายจิตใจคนใกล้ตัว ...โดยเฉพาะกับแม่ และมักจบลงด้วยการรู้สึกผิด นั่งร้องไห้กับสิ่งที่ตัวเองทำ และเดินไปขอโทษ
 
แต่เพราะนั่น คือ แม่ ต่อให้ฉันเผลอทำอีกกี่รอบ แม่ก็ยังเป็นแม่ที่พร้อมให้อภัย หายโกรธ และเข้าใจที่สิ่งที่ฉันได้ทำลงไป แน่นอนที่สุด แม่ไม่มีวันทิ้งฉันไปไหน แม้ว่าจะเบื่อหน่ายเต็มทนกับนิสัยแย่ๆที่แม่ไม่ได้เป็นผู้ให้มา และพยายามจะเอามันออกไปจากฉันก็ตาม
แล้วถ้าเป็นคนอื่นละ? คนที่เจอฉันตอนที่ฉันโตแล้ว คนที่รู้จักฉันครั้งแรกในภาพลักษณ์ที่สวยงาม คนที่ฉันเผยแต่มุมดีๆของตัวเอง เพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง พวกเขาจะทนฉันเหมือนแม่หรือเปล่า ...คงไม่แน่นอน 

ฉันเคยถูกเพื่อนทิ้งเพราะมักจะปล่อยให้เองทำตัวแย่ๆตามอารณ์ร้อนเมื่อไม่พอใจเขา ฉันเสียใจมาก แล้วฉันเสียใจหนักกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าที่เพื่อนทนมาตลอดนั้น เพราะเขารักฉัน และหวังว่าวันหนึ่งความรักของเขาและการยอมโดนฉันทำร้ายจิตใจอย่างเงียบๆจะทำให้ฉันรู้ตัว รู้สึกผิด เห็นใจเขามากขึ้นและเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่แล้วฉันก็รู้ตัวช้าไป แม้ว่าฉันจะถูกเตือนจากคนรอบข้างอยู่หลายครั้ง ฉันรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ความรักมันถูกความไร้เหตุผลกัดเซาะทำลายจนไม่มีอะไรเหลือแล้วนอกจากความเย็นชาที่ฉันมองออกผ่านแววตาของเขา ตั้งแต่นั้นมาฉันเลยเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ต่อให้รักแค่ไหน ถ้าถูกทำร้ายจิตใจทุกวี่ทุกวัน รักมากมายยังไงก็เอาไม่อยู่ แต่ฉันก็เรียกร้องอะไรไม่ได้แล้ว ต่อให้เดินไปบอกเขาว่า ที่ฉันทำแบบนั้นมาทั้งหมดเพราะว่าฉันก็รักเขาเหมือนกันก็ตาม  เพราะการกระทำที่ไม่มีเหตุผล แลกด้วยความเข้าใจไม่ได้

ความโมโห ความโกรธ อะไรก็ตามแต่ที่มาพร้อมกับอารมณ์ ถ้าปล่อยให้เติบโต และไม่รู้จักควบคุม
มันจะมีพลังในการทำลายทุกสิ่งได้รวดเร็วมาก และมันสามารถเหยียบความดี ความรู้สึกดีๆ สิ่งดีๆ อะไรที่ดีๆ ให้แตกละเอียดได้อย่างง่ายดาย 

จริงอยู่ที่มนุยษ์มี ความรัก โลภ โกรธ หลง แต่อย่าลืมว่า สติและเหตุผลก็มีอยู่ในตัวมนุษย์เช่นกัน

เราอาจจะไม่สามารถร้องขอให้คนที่เราทำหล่นหายโดยไม่ได้ตั้งใจกลับมาได้ แต่เราสามารถที่จะรักษาคนที่ยังอยู่กับเราได้เสมอ 

เราไม่สามารถเอาความรู้สึกโกรธหรืออารมณ์โมโหออกไปจากตัวเราได้ เพราะเราก็เป็นแค่มนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งตามธรรมชาติมนุษย์ทุกคนต้องมีสิ่งนั้น แต่เราสามารถควบคุมมันได้ อยู่ที่ว่า เราจะควบคุมหรือปล่อยให้มันมีอิทธิพลหรือเปล่า แค่นั้นเอง

เราจะยอมปล่อยให้อารมณ์โมโหหรือความรู้สึกโกรธซึ่งมีฤทธิ์แค่สั้นๆ ทำลายทุกอย่างที่มีซึ่งใช้เวลายาวนานกว่าจะได้มาอย่างนั้นหรอ 

เราจะยอมให้ทุกอย่างพังทะลาย เพื่อแลกมาด้วยความสะใจกับการได้ตอบสนองอารมณ์ชั่ววูบอย่างนั้นหรอ

ถ้ายอม ให้ลองถามตัวเองดูว่า

คุ้มแค่ไหนเชียว?


...เขียนมาเพื่อเตือนตัวเอง...
SHARE
Writer
zuralidahami
Learner
work the worth working 🍃

Comments