ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า กว่าจะรู้ตัว ...
เป็นโรคซึมเศร้า กินยาปรับเคมีในสมองมาปีกว่า
จากตอนแรก คิดว่าสาเหตุมาจากงานที่ทำ 
แต่เดิมบริษัท เริ่มงาน9.00น. เลิกงาน18.00น.
แต่ด้วยตำแหน่งที่ทำเจ้านายสั่งให้มาเร็ว
ด้วยเหตุผลนานาประการ เลยกลายเป็นว่าต้อง
เข้างาน8.00น. เลิกงาน17.00น.

ตอนแรกก็แอบดีใจว่าได้มาเร็วกลับบ้านเร็วกว่าคนอื่น กลายไปกลายมา ต้องทำงานถึง20.00-23.00น. เกือบทุกวัน
เหตุผลน่ะ เพราะงานมักเข้าตอน17.00ทุกวัน
งานที่ต้องคอยเป็นศูนย์กลางประสานงาน 
ชีวิตผกผันตามสถานการณ์ของเจ้านายโดยตรง
ตอนแรกก็อดทน มุ่งมั่น คิดว่า อีกไม่นานงานแบบนี้จะหมดไป

ที่ไหนได้ งานประเภทนี้เริ่มถาโถมเข้ามาเยอะขึ้น
สภาพร่างกายตัวเองเริ่มผิดปกติ
ปลายมือเย็นเยือก ปลายเท้าเย็นเยือก
หัวเริ่มหนัก ตาเริ่มพร่า รู้สึกตัวหนักไปหมด
แทบพาตัวเองขึ้นรถบีทีเอส ลงเรือ ขึ้นรถเม ต่อวินมอเตอร์ไซค์เข้าบ้าน แทบไม่ไหว

ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าเป็นโรคซึมเศร้า
กว่าจะรู้ เริ่มตั้งแต่ไปหาหมอ ตรวจคลื่นไฟฟ้า >ปกติ ความดัน>ปกติ หมอสรุปว่า เครียดสะสม แนะนำให้พักผ่อนให้พอ กับออกกำลังกาย

ผ่านไป6เดือนอาการเดิมยังไม่หาย
เลยตัดสินใจไปหาอีกหมอ อีกโรงพยาบาล 
เป็น หมอระบบประสาท หมอบอกว่าเป็นโรคไมเกรน ให้ยาแก้ไมเกรนมา แต่ยิ่งกินยิ่งเวียนหัว เบลอๆ พอไปหาหมออีกรอบหมอบอกน่าจะเป็นโรคหายใจเร็วกว่าจังหวะทำให้ออกซิเจนในสมองเยอะเกินไป หรือเรียกว่าอาการ ไฮเปอร์เวนติเลชั่น
ทำให้ร่างกายหมดแรง หน้ามืด ตัวหนัก
 หมอเลยปรับยากิน กับ แนะนำว่า ถ้ามีอาการหายใจไม่ทัน ตัวหนัก ให้หาถุงกระดาษมาสูดหายใจ 
หลังจากรับยามากิน ปรากฎว่า ยาแรงกว่าเดิมรึยังไงไม่ทราบ กินแล้วเวียนหัว มึนหนักมาก
เลยเลิกไปหมอที่นัดไปโดยปริยาย

ทว่า มีจังหวะนึงต้องพาคนในครอบครัวไปหาหมอจิตเวชโรงพยาบาลชื่อดัง เลยถือโอกาสตรวจด้วยเลย
เป็นครั้งแรกที่ได้รู้ว่าเป็นโรคซึมเศร้า
สาเหตุมาจาก ระบบความคิดกดดันตัวเองที่มีมาตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้น เจอความกดดันจากครอบครัว และความเครียดจากที่ทำงาน 
3ปัจจัยนี้ประสานกัน ทำให้เป็นตัวกระตุ้นให้อาการกำเริบขึ้นไปอีก เลยเป็นอย่างนี้

สรุป หมอให้ยาปรับเคมีในสมอง กับยานอนหลับ
แต่ด้วยที่เป็นคนแพ้ยานอนหลับ สุดท้ายหลังจากปรับยาหลายรอบ ก็ได้รู้ว่าเหมาะกับเมลาโทนีน กินแล้วได้นอนหลับลึก ตื่นขึ้นก็เหมือนมีแรงอีกครั้ง

แต่ด้วยภาวะความกดดันด้านปัญหาครอบครัวรุมเร้าเข้ามา รุนแรงถึงขั้นต้องไปขอโทษบรรดาคนในหมู่บ้าน 
ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องที่ตัวเองทำแต่คนในครอบครัวทำ
 บวกกับความกดดันในงานที่ทำ กลับบ้านดึก 
ตื่นเช้าทำงานวันถัดไปแทบลุกไม่ไหว 

ใจไหว แต่ร่างกายบ่งบอกว่าไปไม่ไหว
คงไปด้วยกันไม่ได้ 

ท้ายสุดเลยอาศัยจังหวะลาป่วยไปสัมภาษณ์งานใหม่

ปัญหาที่ลาออกไม่ใช่เพราะเงินเดือนเลย
เพราะเหตุผลที่เล่ามานั่นเอง
ต่อให้เจ้านายต่อรองเพิ่มเงินเดือนให้
คงไม่เลือกที่จะอยู่ต่อ

แล้วฐานะทางบ้านที่ไม่ได้มีพื้นฐานดีมั่นคงอะไรนัก
จึงทำให้ไม่สามารถลาออกมาพักรักษาตัวเฉยๆได้

ด้วยต้องทำหน้าที่ส่งเงินให้ครอบครัว ส่งน้องเรียน
ก็ต้องใช้กำลังที่มีหางานที่เหมาะต่อไป

และในตอนนี้ ก็ได้งานใหม่
ไม่ต้องทำทุกวัน
เงินเดือนดีกว่าเดิม2เท่าตัว
แต่ตื่นตี4เลิกงาน17.00น. กว่าจะเดินทางไกลกลับถึงบ้านก็20.30น.

หวังว่าอะไรๆจะดีขึ้นบ้างในอนาคต



SHARE
Written in this book
เรื่องเล่า ชีวิตผู้หญิงคนหนึ่ง
แม้จะเป็นผู้ใหญ่ ก็ยังจำเรื่องราวที่ประทับใจ ฝังใจได้เสมอ ตลอดเส้นทางของชีวิตที่ได้เดินก้าวผ่านมา ในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต มีสิ่งให้จดจำ ให้รู้สึกระลึกถึง ไม่ว่าจะทั้ง เรื่องด้านบวก ด้านลบ ก็อยากถ่ายทอดให้ใครสักคนได้รับรู้ ก่อนที่จะลาโลกนี้ไป หลงเหลือไว้เป็นบันทึกแห่งความทรงจำ ของผู้หญิงคนหนึ่ง ก็ยังดี...
Writer
Neruko321
Finding my route to future
Wanna be billionaire . แม้ต้องสร้างขึ้นมา ก็จะทำมันให้สำเร็จ แม้เป้าหมายเป็นความฝัน ก็จะไปให้ถึงฝัน

Comments

XXX
4 years ago
สู้ๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ ทุกวันนี้ก็เข้างาน 8.30 เลิกงานก็ เทีี่ยงคืน ตีสอง ตีสาม ยังถามตัวเองทุกวันว่าทำเพื่ออะไร
Reply
Neruko321
4 years ago
เพื่ออนาคต เพื่อความมั่นคง ความต้องการของแต่ละคนมีปัจจัยไม่เหมือนกัน ถ้ายังไหวก็สู้ต่อไปนะคะ
ทางนี้ก็จะพยายามต่อไปค่ะ
Earnncool
4 years ago
เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ😀
Reply
Neruko321
4 years ago
ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ☺
Piwwiww
4 years ago
ก้าวผ่านมันไปให้ได้นะคะ  สู้ๆ

Reply
viewli
4 years ago
สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ :)
Reply
Lihubillah
4 years ago
สู้ๆน่ะ🙋🙋
Reply