The Reason Why I Can't Stop Writing


"ทำไมลูกต้องแต่งนิยายอยู่ได้ แต่งมาตั้งนานแล้วไม่เห็นจะได้เรื่องอะไร"
"ยังไงก็คงไม่ได้ตีพิมพ์อยู่ดี"
"เลิกแต่งนิยายแล้วเอาเวลามาทำตัวเป็นลูกที่ดีก่อนได้ไหม"

คำถามเหล่านั้นเป็นคำถามเปรยที่ทำให้บ้านเราทะเลาะกันเสียงดังข้ามหมู่บ้าน ทุกครั้ง

ฉันหยุดแต่งนิยายไม่ได้หรอก
เพราะการได้จรดปากกาและปลายนิ้วลงเพื่อสร้างสรรค์เรื่องในจินตนาการขึ้นมา
มันจำเป็นสำหรับฉัน

"ถ้าหนูไม่ได้แต่ง หนูอาจเป็นบ้าไปแล้วก็ได้"

ฮ่า
เกือบลืมไปแล้ว
แต่ฉันเคยพูดแบบนั้นจริงๆ

ตอนนั้นฉันโกรธมากๆ ที่พ่อแม่ดูถูกความฝันของฉัน เลยโพล่งประโยคนั้นออกไป
ตอนนี้ฉันเพิ่งรู้ว่ามันจริงแค่ไหน

หากฉันไม่ได้เขียน
ไม่ได้ถ่ายทอดความอัดอั้นอะไรบางอย่างลงไปในกระดาษและหน้าจอคอมพิวเตอร์
ฉันอาจจะเป็นบ้าไปแล้ว

เพราะในชีวิตจริงมีน้อยครั้งเหลือเกินที่ฉันจะได้เล่าเรื่องให้คนอื่นฟัง

ฉันเล่าเรื่องคนอื่นให้คนในบ้านฟัง เพราะฉันรู้สึกว่าเรื่องของฉันมันไม่จำเป็น
หากฉันต้องเล่าเรื่องตัวเอง มันก็มักจะเวอร์กว่าความจริงเสมอ
ฉันติดเป็นนิสัยไปแล้ว

เป็นคนขี้โม้ น่ารำคาญ เสียงดัง ยิ้มมากไม่ยอมหุบ ชอบทำตัวเด่น ชอบรับหน้าที่แปลกๆ มาทำ
และมักอยากได้รับคำชื่นชมจากคนอื่นมากๆ ถึงขนาดที่ยอมทำทุกอย่าง
(แต่ฉันก็ไม่เคยขายเพื่อนตัวเองนะ)

ฉันเพิ่งรู้ตัวตอนนี้เองว่าฉันเป็นคนน่ารังเกียจแค่ไหน

ไม่แปลกเลยที่ฉันจะไม่ค่อยมีเพื่อนที่สนิทจริงๆ จังๆ ในช่วงมัธยม
หากฉันเป็นคนอื่น ก็คงไม่อยากเป็นเพื่อนกับฉันเหมือนกัน

แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ

การได้แต่งนิยายคือวิธีการหลีกหนีความจริงวิธีหนึ่งของฉันเอง

หากฉันเศร้า ฉันจะวิ่งไปหลบอยู่หลังสมุด หลังคอมพิวเตอร์ หลังตัวอักษร หลังตัวละครสมมติของตัวเอง ฉันจะมุดอยู่ใต้โต๊ะทำงานเงียบๆ คนเดียว ระบายความเจ็บปวด ความอ้างว้าง ความเหงาทั้งหมดลงไปในตัวหนังสือ

พูดให้ชัดๆ
เพื่อนสนิทของฉัน คือ นิยายของฉันเอง

เขาคือคนที่รู้ว่าฉันเป็นใคร เข้าใจว่าฉันมีที่มายังไง และเข้าใจว่าฉันต้องการอะไร
หากขาดเขา ฉันคงตาย

มันเป็นแบบนั้นจริงๆ



SHARE

Comments