BEAUTIFUL MIND หน้าต่างความคิด โดย seventh lucky : บทบาท role play
 
คนเรา จำเป็นสวมบทบาทตามหน้าที่การงาน หรือบทบาทจำเป็นที่ต้องปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ไม่มีใครสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ตลอด หากอยากมีความก้าวหน้าในชีวิตการงาน



แต่ในหลายครั้งนั้น บทบาท เหล่านั้น กลับกลืนกินส่วนอื่นๆในชีวิตเราไปเสียหมด จนทำให้สูญเสียความเป็นตัวเองและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างโดยไม้รู้ตัว



บางคนเป็นหัวหน้าในที่ทำงาน แต่หากกลับถึงบ้าน ยังไม่อาจละทิ้งบทบาทหัวหน้า หรือไม้อาจถอนหัวโขนที่สวมอยู่ ก็อาจทำให้คนในครอบครัวรู้สึกอึดอัดได้



บางคนเป็นเจ้าของธุรกิจ มีคนงานในมือ ต้องสั่งการตลอดเวลา จนบางทีลืมตัว เจอเพื่อนหรือแฟน ก็เผลอปฏิบัติต่อคนสนิทราวเป็นกึ่งๆลูกน้องของตัวไปเสียหมด



บางคนเป็นผู้พิพากษา ชอบตัดสินชี้ชะตาชีวิตคนอื่น เวลาไปเดินห้าง ไม่วายจับจ้องดูผู้คนรอบข้าง แม่บ้านทำอย่างนี้ไม่ถูกนะ คนนั้นแซงคิว ไม่ยุติธรรมเลย เวลาขับรถเห็นคนทำผิดกฏจราจรก็เครียดไปหมด อยากตัดสินเอาผิดลงโทษเขา



บางคนเป็นนักวิชาการ เรียนจบสูงจากเมืองนอก อยู่ในสถาบันที่มีแต่คนเคารพนับถือ ถูกลูกศิษย์ลูกน้องพะเน้าพะนอเอาใจ ก็หลงคิดว่าตนเองเป็นบุคคลสำคัญ และทำกิริยา ไว้ตัววางท่าทำขรึม เพื่อให้ดูน่ากริ่งเกรงแบบผู้มีศักดินา ซึ่งที่จริงแล้วเป็นอากัปกริยาที้อารยธรรมสังคมทั่วๆไปมองว่าไร้มารยาท แต่ก็อดไม่ได้ที่จะวางท่าเวลาอยู่นอกสถาบัน หรือกับคนนอกสถาบันด้วยความเคยชินบางประการ



ปรากฏว่าการกระทำในทำนอง อินกับบทบาท แต่ผิดสถานการณ์ จนเป็นปัญหา ที่อาจทำให้บุคคลนั้นสร้างความเกลียดชัง สร้างความรำคาญ ก่อความเดือดร้อนใจ แก่สังคมภายนอก และแก่บุคคลภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับบทบาทที่ตนเองกำลังสวมโดยไม้รู้ตัว



การกระทำบางอย่างซึ่งสอดคล้องกับบทบาท ในบริบทของสภาพแวดล้อมหนึ่ง หากถูกนำไปใช้กับบุคคบและสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม เฉกเช่นนักแสดงที่สวมบทหัวหน้า และแสดง action ของหัวหน้า ต่อคนที่กำลังสวมบทบาทแฟนหรือเพื่อนสนิทของตนอยู่ เรื่องราวย่อมเละเทะเหลวเป๋ว หากเปรียบกับหนังก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปจนจบเรื่องได้ ย่อมเป็นต้นเหตุให้ความสัมพันธ์พังทะลายลงอย่างใช่เหตุ



หนึ่งบทบาท หนึ่งสถานการณ์ หนึ่งบริบทเท่านั้น อย่าขยายบทของตัวเองไปสู่สถานการณ์อิ่น พูดง่ายไคืออย่าเล่นบทผิดเรื่อง หรืออย่าอินกับบทจนแยกแยะความเป็นจริงในชีวิตไม่ออกเท่านั้น

 
 
SHARE

Comments