เสียงเรียกเข้าที่ลืมไปแล้ว
ให้เราเป็นเสียงเรียกเข้าเก่า ๆ ที่เธออาจจะลืมไป แต่เธอจะไม่ลบมันออกไป


ความแออัดบนรถไฟฟ้าเวลาเลิกงาน..
เป็นเรื่องที่ยากเกินจะอธิบายได้ สถานียอดฮิตอย่างสุขุมวิท
คุณคงไม่อยากจะคิดถึงมัน และเราก็เป็นเหมือนอย่างคุณ
ลุงคนนั้นคงอยากกลับไปหาเมียกับลูกที่บ้าน
ท่าทางร้อนรนของผู้ชายทางแถวซ้ายคงเป็นเพราะเขากำลังจะไปนัดสาย
การจดจ้องนาฬิกาบอกการมาถึงของรถไฟฟ้าคงเป็นความน่าตื่นเต้นของเราเพียงคนเดียว
เราชอบเวลานาฬิกาค่อย ๆ นับถอยหลังและขบวนที่ 3 กำลังมาถึง
ปล่อยให้คนที่เขารีบได้เดินทางก่อน
เรารอได้ไม่ใช่เพราะเราไม่รีบ
แต่เราไม่อยากเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครบางคนพลาดสิ่งสำคัญของเขาไป


หน้าปัดนาฬิกาบอกเวลาว่าตอนนี้ทุ่มสิบนาที
คนในสถานีก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง
เราเลยคิดที่อยากจะกลับบ้างแล้ว
เมื่อเราเข้าไปในขบวน เราก็หาที่ว่างและหาที่จับเพื่อทรงตัว
ได้ที่ท้าย ๆ ตรงทางเชื่อมแต่ละโบกี้

เสียงริงโทนที่เราใช้อยู่ดังขึ้นตอนเรากำลังเหม่อ ๆ
ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าควานหาโทรศัพท์
เสียงยังคงดังอยู่ เสียงของเกมส์มาริโอ้ที่เป็นเวอร์ชั่นดนตรี
คนเริ่มหันมามอง
เรายิ้มแหย ๆ ก่อนมุดหัวเข้าไปหาในกระเป๋า
"สวัสดีครับ"
..
เสียงเรียกเข้าหายไปแล้วและแทนด้วยเสียงรับโทรศัพท์ของใครซักคน
ใจที่นิ่งอยู่ในนาทีก่อนหน้า กระตุกจนเหมือนจะหลุดออกมา
ความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้ตัวชาวาบอาบไปตั้งแต่หัวถึงปลายเท้า
เรารู้สึกมือสั่นนิดหน่อย
ใจหนึ่งไม่อยากให้ใช่
แต่ใจหนึ่งคิดว่ายังไงก็ใช่

และเมื่อหันไปมองก็เป็นเขาคนที่เราอยากเจอ

ยังกลับบ้านช้าเพราะอยากให้คนอื่นกลับก่อนอยู่อีกหรอเราพับเก็บโครงการที่จะลงสถานีห้วยขวาง
ยืนเลยมาจนถึงสถานีจตุจักร
เหตุผลที่ไม่น่าเรียกว่าเหตุผลคือได้เจอกับคนที่ใช้เสียงเรียกเข้าเดียวกัน
คนที่หายไปตั้งนาน
หายไปจากเรา
..
'เราก็เหมือนเดิมของเราแบบนี้แหละ'
'...'
'...'
'...'
'ยังใช้เสียงเรียกเข้าเดิมอยู่อีกหรอ.. คิดว่าเปลี่ยนไปแล้วซะอีก'

เขาแค่ยิ้มให้เหมือนว่าถ้าเขาตอบคำถามเรา มันอาจจะทำให้บรรยากาศตรงนี้แย่ลง
เรามองหน้าเขาอย่างที่เคยชอบมอง
หนาวเคราขึ้นมาเหมือนคนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง
กระเป๋าเป้ใบเดิมที่เคยไปเลือกซื้อด้วยกัน
'เราพึ่งเปลี่ยนที่ทำงาน เงินเดือนเยอะขึ้นด้วย'
'แบบนี้ต้องเรียกเธอว่าป๋ารึเปล่า'
เสียงหัวเราะของเราสองคนมันสื่อไปในทางไหนกันนะ
คนที่กำลังมีความสุข หรือคนที่กำลังเรียกร้องหาความสุข

'เราไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย..'
'...'
'อย่างที่เธอเห็นว่าเรายังใช้กระเป๋าใบเดิม โทรศัพท์เครื่องเดิม.. อ้อถุงเท้าก็คู่เดิมนะ'
'...'
'ไม่ใช่ว่าเราหาอะไรใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิตไม่ได้ แต่มันเป็นเพราะเราเคยชินกับการมีบางอย่างอยู่ในชีวิต บางอย่างมันดีจริง ๆ นะที่มันยังอยู่กับเรา..' เขาหันมามองเราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำอำลา
'...'
'แต่เพราะเราคิดเอาเองว่าบางอย่างคงจะดีกว่าถ้าไม่ได้อยู่กับเรา อาจดูเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ตัดสินใจด้วยตัวเองในการให้บางอย่างอยู่ หรือทำให้บางอย่างหายไป'
'...'
'เธอแค่กำลังรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเธอเลย เพราะเรารู้สึกกับเธอมากเกินไปจนบางครั้งความรู้สึกของเรามันทำร้ายเธอ เราอยากเห็นเธอเหมือนเดิมในทุกวัน ถ้าก่อนหน้านี้เธอเคยเข้าใจเราแบบไหน ตอนนี้อยากให้เธอเข้าใจเราใหม่ได้รึเปล่า ให้เราเป็นเพียงเสียงเรียกเข้าเก่า ๆ ที่เธอจะลืมไปว่ามีอยู่ในโทรศัพท์ ไม่ต้องร้องไห้อีกแล้วนะ..' เราเงยหน้ามองเขาคนที่ยังอยากให้เข้าใจและเพราะเราเข้าใจเขา
'เราเข้าใจเธออยู่แล้ว เราจะเข้าใจทุกอย่างอย่างที่เธออยากให้เราเข้าใจ'
'...'
'แต่เธออาจจะลืมไม่มีใครเหมือนเดิมในทุกวันหรอก' เราถึงยังเจ็บในทุกครั้งที่เสียงริงโทนเก่าดังขึ้นมา

ต้องพยายามในแต่ละวันให้มันผ่านไป
มันไม่ได้ดีขึ้น
เวลาไม่ได้ช่วยให้ลืมอะไรเหมือนที่ใครบอก
เวลาแค่ทำให้บางอย่างเลือนลางในความทรงจำ
ฝืนยิ้มในบางครั้งที่ต้องกลั้นความรู้สึกเอาไว้
ทั้งที่ข้างในใจพังไปหมด
แล้วอีกนานแค่ไหนที่ใครซักคนจะทำใจได้
หรือเขาเพียงแค่จดจำเอาไว้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีทางจะลืม


เราแค่ยังทำไม่ได้ในตอนนี้
และเรายังใช้เสียงเรียกเข้าเดิม
ไม่ได้ลืม และไม่ได้คิดจะลืม
SHARE
Writer
_EE2VJ24
Eater
เราเป็นนักกินที่สามารถกินทุกอย่างที่อยากกิน

Comments