บันทึกเรื่อยเปื่อย...แบบไม่มีวาระพิเศษ
บางเรื่องที่อยากบันทึกมันก็แปลกดีที่มักจะคิดชื่อเรื่องไม่ค่อยออก รู้เพียงแต่อยากเขียน อยากบันทึกเรื่องราวเก็บไว้ ต่อให้เรื่องนั้นไม่มีคนอ่านก็ตาม คงเป็นความรักจะเขียนล่ะมั้ง

แม้ชีวิตก่อนหน้าเคยวาดฝันว่าจะลาออก แต่ไม่ได้คิดว่าจะไปเร็วกว่าที่ตั้งใจ ตอนนี้เกือบครบ 1 เดือนในการลาออก แต่หลังจากนี้เรากำลังจะไปทำงานพิเศษชั่วคราวด้วยการไปขายหนังสือ ขอบคุณสำหรับโอกาสครั้งนี้นะคะ

ชีวิตดีๆที่ตอนนี้เริ่มสดใส หลังจากพยายามรักษาตัวรักษาใจ หมอเองหลังจากที่เริ่มเปลี่ยนยารักษาอาการก็ดีขึ้นและสดใสอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้เพราะยาหรือเพราะใจที่ไม่ติดใจแล้วต่อสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่รู้เหมือนกัน หมอดีใจที่เราดูสดใส เราก็ดีใจที่ได้เราคนเดิมกลับมา

ชีวิตตอนนี้มีความสุขไปเรื่อย สุขได้มากและง่ายขึ้น สุขเล็กๆที่เราทำตกหล่นมานานตอนนี้ก็เก็บมาประกอบร่างความสุขให้ใหญ่ขึ้น และเป็นพลังผลักดันให้เราก้าวต่อไปในวันข้างหน้า

ช่วงนี้สุขภาพจิตที่ดีส่งผลต่อสุขภาพกายที่ดีเช่นกัน เรากลับมายิ้มได้อีกครั้ง ไม่ใช่เพียงแค่ฉีกยิ้มให้เห็นฟัน แต่คือการยิ้มไปถึงแววตาข้างในเช่นกัน คิดย้อนกลับไปก็ตลกดี เพราะมันคือชีวิตไงเลยมีวันที่ดีและวันที่ไม่ค่อยดี

เราเริ่มกลับมาฮึดอ่านหนังสืออีกครั้ง อ่านอย่างตั้งใจ อ่านให้สุขและหลบไปอยู่ในโลกของหนังสือ หนังสือเป็นเพื่อนสำหรับเราตลอดเวลา วันไหนที่รู้สึกเศร้ามากๆก็อาจต้องพยายามหาหนังสือมุมมองบวกมาค้ำจุนชีวิตที่กำลังจะจมดิ่ง บางวันที่อยากร้องไห้ก็อาจต้องหยิบเล่มที่รู้สึกเศร้าและจมดิ่ง เมื่อไหร่ที่รู้สึกตกในภาวะเคลิ้มสุข อยากเขินอายประหนึ่งมีคนมาสารภาพรักก็แค่หยิบนิยายดีๆขึ้นมาสักเล่ม

หลายคนถามไถ่ว่าเราเขียนยังไง ช่วยสอนหน่อย เราก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าตอนรู้สึกอยากเขียนก็เขียนมันขึ้นมา บางวันอาจตั้งใจ บางวันอาจแค่อัดอั้น การเขียนก็แค่ต้องซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่คิดอยากจะเขียนแล้วลงมือเขียนเลย เมื่อไหร่ที่มันเป็นเพียงบันทึกก็ไม่ต้องกลัวรูปแบบและการถูกผิด แค่เขียนตามที่คิดก็พอ นี่คงเป็นคำแนะนำเท่าที่นึกออกต่องานเขียนของเรา

เรานึกวันข้างหน้าไม่ค่อยออกว่าชีวิตจะเป็นยังไงต่อไป รู้เพียงแต่ชีวิตก็คงต้องก้าวไปเรื่อยๆตามจังหวะของมัน วันไหนเหนื่อยหน่อยก็หยุดพัก หายเหนื่อยก็ไปต่อล่ะมั้ง ทุกช่วงวัยชีวิตมันก็มีปัญหามาเรื่อยๆแหละ วันนี้แค่อยากขอบคุณทุกคนที่ยังอยู่ข้างๆกัน ได้ยินแม้เสียงกระซิบจากความเศร้าที่แผ่วเบาของเรา ขอบคุณมากจริงๆ
SHARE
Writer
FaFaFa
Reader Dreamer and Sister
ไม่ได้โลกสวยจนไม่รู้ว่าโลกนี้มีสีดำ เพียงแค่พยายามคิดให้ตัวเองทุกข์น้อยที่สุด

Comments

Peerayut
3 months ago
ลองอ่านหนังสือเดินทาง ท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับชีวิตด้านใน หนังสือหลายเล่มของสำนักพิมพ์โอ้พระเจ้า หรือสำนักพิมพ์ปลากระโดดก็อาจช่วยผ่อนคลายได้นะ 
Reply
FaFaFa
3 months ago
ขอบคุณค่ะ มีเรื่องไหนแนะนำเป็นพิเศษไหมคะ?
Peerayut
3 months ago
เรื่อง "สุดทางทุกข์ (At Hell's Gate : A Soldier's Journey from War to Peace)" บันทึกของทหารผ่านศึกสงครามเวียดนามที่ถูกความทรงจำอันโหดร้ายหลอกหลอน บาดแผลที่กระทบกระเทือนทางจิตใจจนประสาทเสีย พบเจอจุดเปลี่ยนเมื่อมาเจอพระชาวเวียดนาม ติช นัท ฮันห์ ทำให้เขาหยุดความทุกข์และเยียวยาตนเองได้ นอกจากนี้ก็มีงานเขียนของภอกษุณีสายวัชรญานชาวอเมริกันชื่อ เพมา โชดรัน ทุกเล่มสอนใจดีทั้งนั้นเลย 
FaFaFa
3 months ago
ขอบคุณค่ะ ไว้จะไปหามาอ่านนะคะ