"นิยาย" [ให้มันเป็นเรื่องของไฮกุ #1]
"อย่าสนุกแต่งนิยาย
บรรจุเนื้อเรื่องมากมาย
เพื่อทำลายคนอื่น"
นี่คงจะเป็น "ไฮกุ" แรกที่เราเลือกเขียนในช่วงที่ตั้งใจอยากจะเขียน
และอยากจะสะสมงานเขียนเอาไว้แบบจริงๆ จังๆ

เราเริ่มเขียนไฮกุเก็บไว้ ด้วยการโพสท์ลงเฟสบุค
ก็คงจะเป็นการโพสท์ที่เริ่มจะคิดหนักทุกครั้งที่คิดจะโพสท์ลงเฟสฯในแต่ละครั้ง
ด้วยความที่เราหยุดเล่นเฟสฯอย่างจริงจังมาก่อนหน้านี้
แต่ด้วยความจำเป็นที่จะต้องกลับมาใช้ใหม่
เราเลยเลือกที่จะเปิดบัญชีเฟสฯอันใหม่
เพื่อเปรียบเสมือนการเปิดใช้สมุดบันทึกเล่มใหม่นั่นเอง

ตั้งใจใช้สมุดบันทึกเล่มใหม่ด้วยการมีสติ
เพื่อที่วันไหนหยิบเอามาอ่านอีกครั้ง
จะได้รู้สึกว่าโลกมันไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น

แต่ก็อย่างว่าแหละเนอะ
ชีวิตในแต่ละวันของคนเราไม่ได้ราบรื่นขนาดนั้น
บางวันที่เจอเรื่องแย่ๆ ก็อดที่จะระบายลงเฟสฯไม่ได้
แต่ก็ยังดีที่สัญญากับตัวเองว่า จะไม่ระบายอะไรง่ายๆ ถ้ามันไม่จำเป็นจริงๆ

วันนั้นเราเจอเรื่องแย่ๆ จนได้
ใจนึงก็อยากระบายลงในเฟสฯ
แต่ก็ทันคิดและทันตั้งคำถามให้ตัวเองว่า
"ระบายลงไปแล้วได้อะไร?"
นอกจากอีกไม่กี่นาทีจะมีเพื่อนๆ และคนที่เป็นห่วงเรา
ทักมาถามว่า "เป็นอะไรหรือเปล่า?..."

ก็ลองหันมาระบายด้วยการเขียนเป็นไฮกุ
อย่างน้อยในช่วงที่คิดจำนวนคำให้ได้ 17 พยางค์
แบ่งเขียนให้ได้ 3 บรรทัด
อาจจะไม่ได้ตามกฏตายตัวของการเขียนไฮกุ 
ที่เป็น 3 บรรทัด 17 พยางค์ แบ่งเป็น 5 7 5 ก็ตาม
แต่ในระหว่างที่พยายามคิดจำนวนคำ
ความรู้สึกโกรธ อึดอัด และไม่สบายใจ
ที่อยากระบายลงในเฟสฯ มันกลับคลี่คลายลง

"ก็ดีนะ!"
บอกใจตัวเองทันทีที่รู้สึกว่าความรู้สึกแย่ๆ มันค่อยๆ หายไป
เพราะการเดินไปของช่วงเวลานั่นเอง

เราอาจจะระบายอะไรตั้งมากมายลงในเฟสฯ หรือช่องโซเชียลอื่นๆ
บางที เราตั้งใจอยากจะสะกิดใครคนนั้น
แต่มันกลับทำให้ใครอีกคน คิดไปเองว่าเรากำลังหมายถึงเขา
สิ่งร้ายๆ มันเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเกิด
เราทำลายความรู้สึกดีๆ ของใครบางคนโดยไม่รู้ตัว
เราทำลายความห่วงใยของคนที่รักและเป็นห่วงเราไม่รู้ตั้งเท่าไหร่
แต่ก็เป็นเราเอง ที่เสียใจเอามากๆ ในภายหลัง

ไฮกุ สามบรรทัดแรกที่เราเขียนเปิดงานเขียนชิ้นนี้
มันเป็นคำสิบเจ็ดพยางค์ที่เราอัดมันให้อยู่ในรูปแบบของการเขียนไฮกุ
จากความรู้สึกแย่ๆ ที่เราเจอมา
แต่ก็แปลกนะ
ที่เรากลับรู้สึกว่ามันเป็นคำที่เป็นประโยคเตือนตัวเอง
และอาจจะช่วยเตือนใครบางคนที่เผลอเข้ามาอ่านมัน

โลกนี้มันโหดร้ายพอแล้ว
กับการที่ใครบางคน
ถูกทำลายด้วยการถูกใส่ร้าย

เราเองก็เคยถูกทำลายเพราะถูกใครบางคนแต่งเรื่องให้เราเป็นนางร้ายในเรื่อง
เรากลายเป็นนางร้ายที่ไม่รู้ว่าตัวเองได้รับบทบาทนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่
แต่ก็ไม่เป็นไร
หัวใจเราเข้มแข็งพอ
หัวใจเรามันถูกรักษาด้วยการที่เราเลือกที่จะใส่ใจคนที่เข้าใจในตัวเรา
เลือกที่จะให้ค่ากับคนที่เขารักเราจริง
เพราะเอาจริงๆ แล้ว 
คนที่สนุกแต่งนิยายให้เรากลายเป็นคนไม่ดี
มันมีไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์ในชีวิตเสียด้วยซ้ำ

เพียงพอแล้ว
ที่เราจะอ่อนแอกับความไม่หวังดีของคนแค่ไม่กี่คน
ถึงเวลาแล้ว
ที่เราจะต้องหันกลับมารักตัวเอง
ด้วยการเข้มแข็งและเลือกที่จะยิ้มมากกว่าที่จะแสดงบทบาทคนเจ้าน้ำตาออกมา

ละคร ยังไงมันก็มีวันจบ
เรื่องร้ายๆ ที่ถูกแต่งขึ้นมาด้วยคนไม่หวังดี
ตอนจบก็มีการเปิดเผยความจริง
ชีวิตคนเราก็เช่นกัน
ถูกใครใส่ร้ายมามากแค่ไหน
วันหนึ่งความจริงในตัวเรา
มันก็ต้องเผยออกมาให้คนได้รู้
อยู่ที่เราว่าจะเข้มแข็งและอดทน
เป็นตัวเองที่ไม่คิดร้ายกับคนอื่นได้มากน้อยแค่ไหนกัน 
SHARE
Written in this book
ให้มันเป็นเรื่องของไฮกุ
เก็บเรื่องราวที่พบเจอ มาร้อยเรียงเป็นไฮกุ
Writer
Nink-Neem
girl : 1 9 9 3
รักหนังสือ ชอบการอ่าน หลงใหลการเขียน เสพติดการเดินทางพอๆ กับร้านกาแฟ ยินดีที่ได้รู้จักนักสะสมตัวอักษรทุกคนค่ะ

Comments

mymao
7 days ago
น่าสนใจมากๆเลยค่ะ สงสัยต้องไปลองเขียนดูบ้างแล้ว :) 
Reply
Nink-Neem
7 days ago
มาแลกกันอ่านนะคะ จะรอติดตามอ่านด้วยคนค่ะ