By the sea
หลังจากทริปทะเลครั้งล่าสุดก็ทำให้ผมเริ่มคิดถึงทะเลเดิมที่ผมเคยชอบขึ้นมาอีกครั้ง

มันผ่านมานาน นานพอที่จะทำให้ผมเริ่มลืมสิ่งที่เคยเกิดขึ้น และห่างพอที่จะทำให้ผมรู้สึกว่าคงจะไม่ได้กลับไปที่ทะเลแห่งนี้อีกแล้ว จนผมเริ่มเลิกจะคิดถึงมันไปแล้วด้วยซ้ำ

แต่กับครั้งนี้มันออกจะต่างออกไปนิดหน่อย

ไม่กี่วันก่อน ผมนั่งอยู่บนชายหาด อุณหภูมิที่กำลังดี ท้องน้ำสีฟ้าสวยกว้างสุดลูกหูลูกตา กับลมทะเลและกลิ่นอายที่พอเหมาะทำให้ผมรู้สึกอยากจะนั่งอยู่เฉยๆ เหม่อลอย คิดอะไรเรื่อยเปื่อยแบบที่ตัวเองชอบทำประจำ เสียบหูฟังคู่โปรดที่ได้มาฟรีๆ เข้ากับโทรศัพท์เก่าๆ แล้วเริ่มกดเล่นเพลง เพลงแรกผมก็เลือกตามอารมณ์ของผมเอง แต่หลังจากนั้นก็ปล่อยให้มันสุ่มไป

จริงๆ มันก็ดีอยู่หรอก จนกระทั่งทะเลแห่งนี้กลับทำให้ผมคิดไปถึงทะเลอีกแห่งหนึ่ง ที่ๆ ผมเคยชอบมาตลอดหลายปี จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่ผมไม่อาจจะได้ไปอีกแล้ว แถมมนุษย์ธรรมดาๆ อย่างผมก็ไม่ใช่เจ้าของอะไรทะเลนั้นด้วย ซึ่งจริงๆ ผมก็ไม่รู้หรอกว่าป่านนี้จะมีใครเข้ามาเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทะเลนั้นแล้วหรือยัง ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เรียกว่าไม่ได้คิดอะไรแล้วก็คงจะว่าได้ แต่ถ้าถามว่าคิดถึงมั้ย ก็คงตอบได้ว่าคิด ถึงจะไม่รู้ว่าคิดถึงเพราะยังคิดถึง หรือคิดถึงเพราะมีทะเลตรงหน้ามากระตุ้นก็เถอะ แต่ความคิดถึงมันก็คือความคิดถึงล่ะนะ

จริงๆ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป้าหมายของการบันทึกครั้งนี้คืออะไร อาจจะเป็นเพราะว่าผมว่าง ประกอบกับสิ่งที่คิดมาหลายวันมันเริ่มจะตกผลึก ซึ่งถ้ามีอะไรที่สามารถมาเก็บมันเอาไว้ได้ก็คงจะดีไม่น้อย 

เมื่อก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่าตัวผมเองไม่ได้ต้องการให้ใครหรืออะไรมาคอยดูแล ผมจัดการตัวเองได้ ผมดูแลความคิดและความรู้สึกตัวเองได้ 

จนกระทั่งวันนึง วันที่ผมได้มาพบกับทะเลแห่งนี้
ที่แห่งนี้คือความลงตัวสำหรับผมทุกอย่าง ทั้งหาดทราย เสียงคลื่น กลิ่นอาย ทุกอย่างดีสำหรับผม จะติดก็แค่ว่าบางทีคนอาจจะเยอะไปหน่อย น่ารำคาญนิดๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ลบเลือนความจริงที่ว่าทะเลแห่งนี้ช่วยให้ผมรู้สึกสบายใจกว่าที่ไหนๆ เพราะฉะนั้นผมก็ยังชอบไปอยู่ดี มันเหมือนกับว่าทะเลแห่งนี้กำลังช่วยดูแลผมอยู่ เหมือนกับว่ามันทำให้ผมกล้าที่จะแบกร่างที่อัดแน่นไปด้วยความทุกข์ใจไปโยนลงริมชายหาดแห่งนี้ แม้จะไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังก็ยังรู้สึกว่าได้รับการเยียวยา แล้วทำไมผมถึงจะไม่ไปล่ะ

ผ่านไปนานวันเข้า บ่อยครั้งเข้า วันนึงผมรู้สึกตัวว่าทะเลแห่งนี้ทำให้ผมรู้สึกดีมากกว่าทุกที่ที่เคยไป ผมรู้สึกดีแม้จะแค่ไปนั่งอยู่เงียบๆ ริมชายหาด ฟังเสียงคลื่นที่เหมือนกับจะคอยบ่นสารทุกข์สุกดิบให้ผมฟัง และบางครั้งผมก็เดินเก็บขยะตามริมหาดเท่าที่ผมจะทำได้เพื่อให้ทะเลแห่งนี้มันสวยงามเหมือนเดิมแบบที่มันควรจะเป็น ให้มันคงสภาพเป็นแบบที่ผมชอบอยู่อย่างนั้น ช่วงเวลานั้นสำหรับผมคือความสุขแบบที่ผมไม่ได้เจอมานาน เป็นความรู้สึกที่ห่างหายไปจนผมเกือบคิดว่าผมคงกลับมารู้สึกแบบนั้นไม่ได้อีกแล้วด้วยซ้ำ แต่มันก็กลับมา

ผมกับทะเลแห่งนี้ผ่านเวลามาด้วยกันพอสมควร นานพอที่จะทำให้รู้สึกดี ถึงจุดที่ว่าวันนึงผมเคยสงสัยว่ามันเป็นความรัก แต่พอมาคิดดูดีๆ อีกที นี่มันไม่ใช่ความรักหรอก มันคือความผูกพันมากกว่า แต่ก็เป็นความผูกพันที่แน่นมากพอที่จะทำให้รู้สึกแย่เมื่อคิดว่าวันนึงเราจะต้องจากกันไป

และวันนั้นมันมาถึงจริงๆ 
ด้วยอะไรบางอย่าง ผมก็แทบไม่ได้ไปที่นั่นอีก ถึงจะมีโอกาสได้ไปบ้างประปราย แต่ก็ไม่ได้บ่อยและถี่เท่าเดิมอีกแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าความรู้สึกดีๆ และความห่วงใยของผมจะลดน้อยลง มันกลับมากขึ้นด้วยซ้ำ ทะเลที่สกปรกง่าย ถูกทำร้ายง่ายแบบนี้ บางทีผมไม่อยู่ผมก็ไม่รู้ว่าจะมีใครมาคอยเก็บกวาดให้มั้ย เอาเข้าจริงผมว่าก็คงมีแหละ แต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

ให้ตายเถอะ มาถึงตรงนี้ก็เริ่มเป็นห่วงหนักขึ้นมาจริงๆ ไม่ค่อยได้ยินข่าวคราวซะด้วยสิ 

ถ้ามีโอกาสก็คงอยากกลับไปเที่ยวหาอีกครั้ง ถึงจะเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป แต่ถ้าทำได้ก็ไม่อยากจะพลาด คงจะแวะไปคอยดูแลตามความเหมาะสม แล้วก็คงจากไป ทั้งผมและทะเลนั้นต่างก็มีวิถีเป็นของตัวเอง เพราะงั้นแค่ได้เจอกันผ่านๆ ก็คงพอแล้ว

สุดท้ายก็คงจะไม่มีอะไรพิเศษ มันก็คงเป็นแค่เรื่องราวที่ผ่านเข้ามาและผ่านออกไปเหมือนอย่างเคย แต่ผมอยากจะบอกว่าผมก็ยังเป็นผมคนเดิม เพราะฉะนั้น ไม่ต้องเกรงใจที่จะเอาขยะหรือสิ่งสกปรกตามชายหาดมาให้ผมช่วยเก็บกวาด ผมทำได้และยินดีทำ และจะยังเป็นแบบนี้เสมอไป 

ดูแลตัวเองดีๆ นะ
จากหมาข้างถนนผู้มีปลาอยู่บนขาหน้าข้างขวา

 
SHARE

Comments

TheEarth
7 months ago
ผมอ่านแล้ว ผมนึกถึงฟีลลิ่งที่ผู้ชายคิดถึงผู้หญิงอันเป็นที่รักมากกว่านะครับ55555
Reply
awanderingstray
7 months ago
แหมก็... อาจจะละมั้งครับ 5555