จดหมาย - 2
จดหมายฉบับที่ 24

       เออนี่… หลังจากจดหมายคราวก่อนที่ฉันเล่าให้เธอฟังไปว่าฉันทะเลาะกับต้อกแต้กอ่ะ หลังจากนั้นมาอาทิตย์นึงเราก็เพิ่งกลับมาคุยกันด้วยละ ยัยนั่นเป็นคนมาขอโทษฉันก่อนนะ อยากจะบอกว่าตอนแรกไม่อยากคืนดีด้วยเลย เพราะฉันโกรธเรื่องวันนั้นจริงๆ แต่สุดท้ายก็คืนดีกันน่ะนะ เผอิญว่ายัยนั่นยอมเดินไปซื้อข้าวมันไก่ร้านโปรดของฉันมากินด้วยกันที่บ้านน่ะสิ ฉันเลยยกโทษให้จนได้

       แต่วันนี้มีเรื่องตื่นเต้นจะเล่าให้เธอฟังอีกแล้ว
       อันที่จริงจะเรียกว่าตื่นเต้นก็ไม่ถูก… มันออกแนวน่ากลัวมากกว่านะ

       ฉันรู้สึกแปลกๆอีกแล้วละ เมื่อคืนน่ะ ซักประมาณเที่ยงคืน ฉันก็ปิดทีวี ปิดไฟเข้านอนตามปกติใช่มั้ย แล้วพอเคลิ้มๆจะหลับ ฉันก็ได้ยินเสียงครืดๆ ตอนแรกฉันนึกว่าเป็นเสียงคุณพ่อกลับบ้านซะอีก แต่พอฟังดีๆแล้วมันไม่ใช่ แล้วเสียงนั้นก็เงียบไป พอฉันเคลิ้มๆจะหลับอีกที ก็ได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าด เหมือนไม้ลั่นน่ะ คือปกติบ้านไม้มันก็มีเสียงอย่างนี้ตลอดจริงไหมละ แต่คราวนี้เสียงมันแปลกๆไปน่ะ

       หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

       แต่ที่ฉันฝันน่ะสิ ประหลาดมาก

       ฉันฝันเห็นเมษา เขามายืนอยู่ข้างเตียงฉัน ในสภาพแบบปกติที่สุด เขายิ้มให้ฉัน แต่รอยยิ้มของเขามันแปลกตาพิลึก มันดูไม่เหมือนทุกที แบบ ปกติเวลาคนเรายิ้มตาจะหยีนิดนึงใช่มั้ย แต่เมษาน่ะ ตาเค้ายังจ้องมาที่ฉัน แต่ปากเขายิ้มกว้าง เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาฉันสะดุ้งตื่นแล้วยังจำติดตามาจนถึงตอนนี้เลย

นึกๆไปแล้ว บางทีฉันอาจจะไม่ได้ฝัน

ฉันอยากให้เธอกลับมานะคนดี ฉันเริ่มจะกลัวเข้าแล้วจริงๆ

       โชคดีที่ตอนนี้เป็นตอนกลางวัน แล้วฉันก็นั่งเขียนที่โรงเรียนซะด้วย ไม่งั้นฉันคงไม่กล้าเล่าให้เธอฟังแน่นอน ฉันคงต้องจบจดหมายแค่นี้ก่อนนะ ต้อกแต้กมาเรียกฉันไปกินอาหารกลางวันแล้วละ แล้วฉันจะเขียนหาเธออีกนะ
                                                                                                  
                                                                                                           คิดถึงเธอนะ
                                                                                                                   จริงใจ

จดหมายฉบับที่ 26

      วันนี้อาจารย์เค้าเชิญวิทยากรพิเศษมา เป็นอาจารย์จากต่างจังหวัดน่ะ ที่ไหนซักที่นี่แหละ สอนเรื่องธรรมะ หลักธรรม ทำนองนี้ แต่เค้าสอนดีนะ ตลกมากกก พวกเราขำกันตลอดเวลาเลย แล้วพอท้ายๆเค้าก็เริ่มพูดเรื่องบุญคุณของพ่อแม่ ก็น้ำตาไหลกันไปอีกรอบ เธอจำพระอาจารย์ที่เคยมาตอนเราอยู่ ม.ต้นได้ไหม อาจารย์คนนี้ก็แนวๆนั้นล่ะ แต่ว่าเขาตลกกว่ามากๆเลย บางทีเขาอาจจะไปโรงเรียนของเธอก็ได้นะ
       แล้วพอใกล้จะจบการบรรยาย เค้าก็ให้นักเรียนถามอะไรก็ได้ ส่งเป็นเศษกระดาษไป ก็จะไม่รู้ว่าใครถามไง เพราะเราไม่ใส่ชื่อ ฉันก็ส่งไป ฉันถามเรื่องที่คาใจฉันมาตลอด ที่ฉันเห็นเมษา รู้มั้ยเค้าตอบมาว่ายังไง

มันทำเอาฉันขนลุกทั้งน้ำตาเลยละ

       เค้าบอกว่าเมื่อคนเราตาย วิญญาณก็มักจะไปวนเวียนอยู่รอบๆตัวคนหรือสิ่งของที่เค้าห่วงหาหรือว่าผูกพัน หรือความฝังใจต่างๆ เป็นเพราะเค้าเป็นห่วง หรืออาฆาต หรือแม้แต่รู้สึกผิดในการกระทำของตัวเอง

       มันทำให้ฉันคิดได้ว่า

       เป็นไปได้มั้ย ที่เมษาจะกลับมาหาฉันเพราะเค้ายังเป็นห่วงฉันน่ะ เค้าก็ไม่ได้ไปปรากฏตัวให้เธอเห็นไม่ใช่หรือ นั่นอาจเป็นเพราะคำสัญญาด้วยแหละ เรื่องนี้เธออาจจะไม่รู้ เพราะเราสัญญากันตั้งแต่ก่อนที่เราจะรู้จักเธอน่ะคนดี

        เราสัญญากันว่าจะไม่มีวันทอดทิ้งกัน เป็นไปได้มั้ยว่าที่เค้ากลับมาก็เพราะคำสัญญานั้น
        ...เพราะสัญญาไว้แล้ว

        สัญญาที่ให้ตอนที่ยังไม่คิดอะไร ตอนที่ยังเด็ก

        คนดี… ฉันไม่น่าสัญญาไว้เลย

จดหมายฉบับที่ 29

        เมื่อคืนฉันฝันเห็นเค้าอีกแล้ว เป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้นับตั้งแต่วันที่เห็นเค้ามายืนข้างเตียง ฉันเริ่มจะกังวลขึ้นมาจริงๆแล้วรู้มั้ยคนดี เค้าปรากฏตัวถี่ขึ้นเรื่อยๆแม้แต่เวลาที่ไม่ได้หลับ
ฉันลองเล่าให้พ่อกับแม่ฟังดู พวกท่านไม่ตอบสนองฉันด้วยซ้ำ ไม่ใช่แค่ปฏิเสธหรือหาว่าฉันบ้านะ สิ่งที่ทำมันแย่กว่านั้นอีก พวกเค้ามองฉันด้วยสายตาผิดหวัง ทำไมละคนดี ที่ผ่านมาฉันยังดีไม่พอหรือไง ฉันทำอะไรให้พวกเค้าไม่พอใจ ฉันผิดตรงไหน

แต่ช่างเถอะ

พวกเค้าก็เป็นแค่พ่อแม่งี่เง่าที่ไม่เคยสนใจว่าลูกจะเป็นยังไง

         วันนี้ฉันเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้ต้อกแต้กฟัง ต้อกแต้กก็ได้แต่เงียบแล้วก็เงียบ จนพอฉันเซ้าซี้มากๆเข้าเธอก็พาไปหาคนทรง บ้านคนทรงอยู่หลังโรงเรียน ไม่ใกล้ไม่ไกลซักเท่าไหร่หรอก หลังโรงเรียนมันเป็นภูเขา มีป่า บรรยากาศน่ากลัวเป็นบ้าเลยคนดี บ้านไม้เก่าๆผุๆ หน้าบ้านมีหยากไย่เต็มไปหมด อากาศเย็นๆ กลิ่นก็อับๆชื้นๆยังไงไม่รู้ พอฉันเข้าไปก็เกือบสำลักแน่ะ ควันธูปลอยโขมงเลย คนก็ไม่มี ตอนแรกยังแอบคิดเลยว่าต้อกแต้กพามาหลอกขายหรือเปล่า

        ตอนแรกฉันก็เฉยๆ แต่พอคนทรงเธอเห็นฉัน เธอก็ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าเลย ปากก็พูดแต่ว่า ‘ชดใช้กรรม’ ซ้ำไปซ้ำมา ตาเธอเบิกกว้าง จ้องมาที่ฉันแต่เหมือนไม่ได้มองฉันอยู่ เหมือนมองทะลุไปเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหลังฉัน พอฉันอ้าปากจะถาม คนทรงก็กรี๊ดขึ้นมาว่า ‘ปล่อยเธอ ปล่อยเธอไป!’
แล้วก็แทบจะในวินาทีเดียวกันนั้นแหละคนดี ฉันก็รู้สึก… มีมือ มือข้างหนึ่งแตะหลังฉัน แรกๆก็เบาๆ แล้วก็หนักขึ้น หนักขึ้น จนฉันเกือบหันไปดู แต่ก็รู้ว่าหันไปคงไม่เห็นอะไรแน่ๆ ต้อกแต้กหันมามองฉันแล้วก็กรี๊ด เธอร้องไห้ ฉันก็ร้องไห้ แต่ก็ได้แต่ยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น

       แล้วฉันก็รู้สึกว่ามีมืออีกข้างแตะไหล่ฉัน ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนผ่านคอ คนดี! คนคนนั้นโอบกอดฉันจากด้านหลัง จู่ๆฉันก็รู้สึกเย็นยะเยือกที่หลัง รู้สึกว่ามีคนหายใจรดต้นคอเป็นจังหวะ แล้วก็มีเสียง เสียงกระซิบ ดังที่ข้างหูฉันเอง เสียงนั้นทำให้ฉันถึงกับหมดแรง เสียงนั้นพูดว่า
 
‘ฉันเอง เมษา’

       คนดี! เป็นเค้าจริงๆ เค้าตามมาหลอกหลอนฉันจริงๆ ฉันรวบรวมความกล้า ถามออกไปว่าเค้าต้องการอะไร เค้าไม่ตอบ แล้วฉันก็รู้สึกว่าวงแขนนั้นคลายออก พอฉันเป็นอิสระ ฉันก็พุ่งเข้าหาต้อกแต้ก ฉันตัวสั่นเป็นลูกนกเลย ส่วนคนทรงก็ดูตกใจน่าดู พอเราสามคนเริ่มหายกลัวแล้ว เธอก็บอกฉันว่าฉันน่ะมีวิญญาณตามตัว เมษานั่นเอง เธอถามว่าเคยมีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า ฉันไม่อยากเล่า แต่ก็รู้ว่าไม่มีทางเลือก

        ฉันเล่าเรื่องทั้งหมด เรื่องที่ฉันรู้จักกับเมษามาตั้งแต่เด็ก ที่เราสนิทกันเพราะพ่อแม่ของเราเป็นเพื่อนกันแต่ก็ไม่มีเวลาให้เราเหมือนกัน เรื่องคำสัญญาที่ว่าเราจะไม่ทอดทิ้งกัน เรื่องเธอที่เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเรา แล้วก็เรื่องอุบัติเหตุที่โขดหินนั่น อุบัติเหตุที่ทำให้ฉันเสียเขา เสียเมษา เสียรักแรกไปตลอดกาล

         ระหว่างที่ฉันเล่า ต้อกแต้กนั่งอึ้งฟัง เธอเพิ่งมาเจอกับฉันหลังจากเธอย้ายไปกะทันหัน เธอไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้เลย ส่วนคนทรง พอฉันเล่าจบ เธอก็มีสีหน้าแปลกประหลาด เหมือนเธออยากจะพูดอะไรซักอย่างแต่เธอก็ไม่พูด สุดท้ายลงเอยด้วยการที่เธอไล่ฉันสองคนกลับมา พร้อมกับบอกฉันว่าให้ฉันระวังตัว บอกว่าฉันมีกรรมที่ต้องชดใช้

        คนดี ! ฉันกลัวเหลือเกิน กลัวมากๆ ฉันรู้ว่าถ้าเธอยังอยู่ที่นี่เธอจะคอยปลอบฉันอย่างทุกทีใช่ไหม เพราะเธอเป็นเพื่อนรักที่สุดของฉัน เพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ตอบกลับมาเร็วๆนะคนดี

                                                                                                                 รักที่สุด
                                                                                                                   จริงใจ

SHARE
Written in this book
LETTER
Writer
PANDAREE
writer
I do believe in fairytale : )

Comments