บ้านเราอยู่ริมถนน
บ้านเราอยู่ริมถนน เดินกลับบ้านจะผ่านร้านถ่ายรูปเก่าๆของตายายนิสัยแปลกๆ 2 คน หลายปีก่อนเขามีแมว 3 ตัว เล่นไปมาหน้ากระจกร้าน ตอนตรุษจีนเขาชุดเอี๊ยมมาใส่ให้ทั้ง 3 ตัว ถ่ายรูปโชว์ไว้หน้าร้าน น่ารักมาก 

ช่วงนํ้าท่วมใหญ่ปี 54 ทําให้เราไม่ได้เดินกลับบ้านปกติเป็นเดือน หลายเดือนหลังนํ้าลดเราถึงนึกขึ้นมาได้ว่าเราไม่เคยเห็นแมว 3 ตัวนั้นอีก แต่ตอนนี้ตายายร้านถ่ายรูปมีแมวตัวใหม่มาอยู่แทนได้สักพักแล้ว

จากนั้นมา ก็มีแมวมามาไปไปสลับหน้ามาอยู่ร้านตายาย ลายไม่เคยซํ้า ทําให้เราสังเกตว่ามีแมวมาสับเปลี่ยนกับแมวเก่าหลายหน ยังพูดขําๆกับแฟนว่า สงสัยเขาเลี้ยงไว้กิน แต่ยังไงก็ดี ไม่เคยมีแมวมาอยู่ถึง 3 ตัวอีกเลย

2 ปีก่อนมีแมวจรสีดําตัวหนึ่ง มารอใครสักคนริมถนนทุกวัน ใกล้ๆร้านถ่ายรูปก่อนคํ่า ใครเข้าใกล้ก็จะมาคลอเคลีย เราจึงสังเกตว่าขามันมีแผลยาวไปเกือบหาง แต่ด้วยความที่แมวไม่แสดงความเจ็บปวด เราเลยไม่รู้ว่ามันเจ็บหรือเปล่า บางวันเราเห็นมีผู้หญิงคนนึง กลับจากทํางาน เอาของมาแบ่งให้มันกิน วันหนี่งเห็นเขาพยายามทายาม่วงที่ขามันให้ด้วย

วันหนึ่งเราเดินกลับบ้านหลังจากที่เราไปทํางานต่างประเทศ 3 อาทิตย์ เราก็สังเกตว่า เราไม่เห็นแมวดําตัวนี้เวลาเดิมอีก เราหวังว่ามันจะย้ายไปยึดถิ่นที่อื่น แถวนี้มอเตอร์ไซค์วิ่งบนฟุตบาทตลอดเวลา ช่วงนี้หน้าฝน ฝนก็กระหน่ำเปียกไปหมด ถ้ามันอยู่แถวนี้มันคงจะลำบากมากทีเดียว

เดือนนึงหลังจากนั้น แมวดำตัวนึงตัวใหม่มาอยู่ในร้านถ่ายรูป มันเดินเล่นอยู่ในร้าน ใจเราสงสัยว่าจะเป็นเจ้าแมวดำข้างฟุตบาทหรือเปล่า หากดูแผลที่ขามันเราก็คงจะรู้ แต่ว่าแผลมันจะอาจจะจางไปแล้วก็ได้ป่านนี้ เราไม่มีโอกาสเข้าไปพิสูจน์ว่าเป็นตัวเดียวกันหรือเปล่า แมวดำตัวนี้มีขนที่อกเป็นสีขาวหย่อมเล็กๆ มันอยู่ตัวเดียวในร้านอยุ่สักพักใหญ่ๆเลยทีเดียว

ปีที่ผ่านมาเราก็เห็นมันอยุ่ในร้านนี่แหละเวลาเราเดินกลับบ้าน น่าจะเป็นเวลานานที่สุดที่เราจำได้ที่ตายายร้านถ่ายรูปมีแมวหน้าเดิมอยู่ในบ้าน เราไม่ได้เจอแมวดำตัวนี้ทุกวัน บางวันเจอแต่กะบะทรายที่ยายเอามาผึ่งแดด บางวันก็เห็นมันออกไปเดินอยู่แถวฟุตบาทที่เราเคยเจอแมวดำมีแผล แต่ตอนนี้แมวดำของร้านถ่ายรูปมีปลอกคอและกระดิ่งเล็กๆแล้ว บางวันยายปล่อยมันออกมาเดินเล่น เราเดินสวนกับยายกำลังไล่มันกลับเข้าบ้านครั้งนึง

เรานีกถีงแมวที่เราเคยเลี้ยงเมื่อสิบปีก่อน มันจะออดอ้อนเพื่อให้ออกไปเดินเล่นนอกบ้านบ้าง ใกล้ๆก็ยังดี บางวันเราก็เดินสวนกับยาย ที่เดินมาจากทางบ้านเรา เหมือนมองหาอะไร ยายคงจะมองหาแมวดำของยายเพราะค่ำแล้วยายคงอยากจะปิดประตูร้านเสียที จนกระทั่งเมื่อ 2 เดือนก่อน วันนีงเราเดินผ่านร้านถ่ายรูป เห็นลูกแมวสีเปรอะแปลกหน้ามาวิ่งเล่นอยู่ในร้าน เจ้าแมวดำอยู่บนชั้นวางของ มองดูเพื่อนร่วมบ้านตัวใหม่อย่างระวังระไว

2 อาทิตย์ก่อน เรากลับบ้านค่ำ หมู่นี้เรากลับค่ำทุกวัน แทบไม่มีเวลาอยู่บ้านเหมือนเคย เกือบสามทุ่มแล้ว เราเดินผ่านร้านถ่ายรูป แมวเปรอะที่ตอนนี้โตแล้วกำลังเล่นกล่องกระดาษ บางทีเราก็นึกอยากหยิบโทรศัพท์ขี้นมาถ่าย แต่ก็ไม่อยาก นี่มันบ้านคนอื่น ได้แต่เดินผ่านไป ถนนหน้าบ้านเราเวลานั้นมืดแล้ว แต่มีแสงของรถที่ผ่านถนนหน้าบ้านเราตลอดเวลา แสงแวบไป เห็นยายกำลังกลบดินในหลุมต้นไม้เทศบาลข้างถนนตรงแถวที่แมวดำเคยมายืนรอคนอยู่ ต้นไม้ในหลุมนั้นตายไปนานแล้ว จึงเหลือแต่หลุมเปล่าๆมาเป็นเวลานาน เรานึกแปลกใจว่ายายทำไมมายืนกลบดินเวลานี้ ข้างยายมีตะกร้าใบใหญ่ที่คนนิยมใส่แมวพาไปหาสัตวแพทย์เปล่าวางอยู่ หากเราเป็นตัวละครในนิยายไทย เราคงเดินเข้าไปถามแล้วว่ายายทำอะไรอยู่ แต่เราได้แต่เดินผ่านไปเฉยๆ

แวบแรกที่สมองเราปะติดปะต่อเรื่อง เรานึกโกรธ คิดว่าแมวดำคงตายแล้ว และยายคงเอามันมาฝังอย่างมักง่ายที่หลุมต้นไม้ข้างถนน เรานีกไปถีงแมว 3 ตัวแรกเมื่อสิบปีก่อน และอีกหลายตัวที่เปลี่ยนหน้ามาอยู่ พลางคิดว่า บางคนก็ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ราวกับเป็นลูก เราได้แต่ทำใจ เดินกลับบ้านไปก็แค้นใจ

แต่ไม่ทันใดก็มีความคิดอีกแวบ เราจะไปรู้ได้ยังไงว่าเกิดอะไรขี้น ตอนที่ยายกำลังกลบดิน ดูยายเศร้าสร้อย ใครจะไปรู้เจ้าแมวดำอาจจะโดนรถเหยียบบนฟุตบาท ยายเห็นจึงเอาตะกร้ามาใส่แล้วเอามันมาฝังไว้ตรงนี้ ที่นี่กรุงเทพ แถวนี้มีแต่คอนกรีตไม่มีสวนอันใด ที่ที่ยายจะฝังแมวก็คงจะเป็นตรงนี้ นีกถีงบางวันที่เราเห็นยายนั่งดูทีวีอยุ่ในร้านแล้วแมวดำก็นั่งอยู่ข้างๆเป็นประจำ ยังไงก็คงต้องผูกพัน นีกถีงใจยายที่ต้องฝังแมวที่อยู่เป็นเพื่อนทุกวันมาเป็นปี แต่คืนนี้มันไม่สามารถมานั่งดูทีวีกับยายอีกแล้ว เราก็นีกเศร้าขี้นมาอย่างบอกไม่ถูก

จากนั้นทุกเช้าและเย็น เวลาเราเดินผ่านหลุมต้นไม้ข้างถนน เราจะมองดูดินที่ปูดๆขี้นมา เราสงสัยว่ายายจะขุดลงไปลีกเท่าไร คนแก่ไม่น่าจะขุดไปได้ลึกนักหรอก คิดไปว่าหากเทศบาลมาปลูกต้นไม้อาจจะเจอศพที่ยังสลายอยู่ของแมว แต่ไม่ว่ายังไง แมวตัวนี้เกิดมาสองสามปี แล้วก็ดับไป แต่มันจะนอนอยู่ตรงนี้ตอนนี้ และบางเศษเซลล์ของมันก็จะอยู่ตรงนี้ตลอดไป ไม่เคยมีใครเคยรุ้ว่ามันเคยมีชีวิตอยู่ เว้นแต่ยาย และอาจจะเรา และอาจจะตาอีกคน แต่เราไม่เคยเห็นตาอะไรกับแมวในบ้านตัวเองเลย จริงๆเราก้ไม่ค่อยเห็นตาด้วยซ้ำ

ความตายเป็นสิ่งตลก เราไม่คิดถีงมันมากกว่าความเป็นสัจจะในวันปกติ ว่าวันนีงเราก็ต้องตาย บลาๆ สองอาทิตย์ก่อนน้องเราเจอเซลล์มะเร็งตอนไปตรวจร่างกาย แม่เราจึงให้ลูกทุกคนรีบไปตรวจ เราจำได้ว่า เรารุ้สีกขี้นมาทันทีว่าเรากลัวความตาย หากผลตรวจของเราเจอว่าเราเป็นมะเร็งลุกลามไปไกลแล้วเหลือเวลาอยู่อีกไม่นานล่ะ เราจะทำยังไง ในช่วงเวลานั้น ความตายดูช่างใกล้ตัวกว่าปกติเสียเหลือเกิน ราวกับเป็นสิ่งเดียวที่ใจเราจะนีกถีง ราวกับเป็นเรื่องแสนเร่งด่วน ต้องคิดให้ออกตอนนี้เดี๋ยวนี้ ว่า ถ้าจะต้องตายแล้ว จะทำยังไง และสิ่งอื่นๆรอบตัวในชีวิตดูหมดความสำคัญลงไป

เมื่อเย็นเราเดินกลับบ้าน วันนี้เรารู้สีกเป็นครั้งแรกว่า เราไม่ชอบงานที่เราเพิ่งจะทำมาได้ 2 เดือน ทำไมนะเหรอ เรานีกขี้นมาได้ว่า ยิ่งมีความไม่แน่นอนรอบตัวเรามากเท่าไร เราก็ยิ่งไม่มีความสุข งานใหม่เราตอนนี้ถูกคาดหวังให้ประคบความไม่แน่นอนด้วยผ้าขาว แต่ในที่สุดเลือดก็จะเลอะนองไปทั่วอยู่ดี สิ่งที่เราทำในงานนี้คือได้แต่ระวัง เฝ้าๆระวังนี่นั่น เหมือนกับความคิดว่าความตายได้มาอยู่ตรงนี้ตรงหน้าแล้วตลอดเวลา ทั้งๆที่มันยังไม่ใช่ … เราไม่อยากต้องใช้ชีวิต หากินด้วยงานแบบนี้ วันนี้เราจึงตัดสินใจได้ว่าเราไม่อยากทำงานที่นี่ต่อไป

แมวดำแขวนกระพรวนเล็กๆ ยืนดูรถผ่านไปมาอยู่ในร้านถ่ายรูป มันมีขนสีขาวปุยนึงอยู่ที่อก เราเดินมาจนถีงร้านถ่ายรูปตั้งแต่เมื่อไหร่ อ้าว เจ้าแมวดำ เจ้ายังอยู่ปกติสุข แต่มันจะใช่ตัวเดียวกันไหมนะ หากเราเป็นตัวละครในหนังสือเราคงเปิดประตูเข้าไปกอดมัน แต่ในชีวิตจริงเราไม่แม้แต่จะหยุดดูให้แน่ใจ เพราะเรารุ้ว่าเราจะไม่แน่ใจว่ามันคือเจ้าดำจริงๆ และมันไม่ได้นอนอยู่ใต้ดินที่ปูดอยู่กลางหลุมต้นไม้เทศบาลหน้าบ้านเหมือนที่เรานึกมาหลายวัน ตัวเราในชีวิตจริงไม่ได้เข้าไปถามยายว่ามันคือตัวเดียวกันหรือเปล่า อันที่จริงยายคงนึกว่าเราจะบุกเข้ามาในร้านด้วยจุดประสงค์อะไร เรามองไปยังดินที่ปูดตอนเดินผ่านมันก่อนเข้าบ้านในหลุมที่เรานึกว่าเจ้าดำนอนอยู่ใต้นั้น วันนี้มันดูไม่ปูด

นึกแล้วเชียวว่าตอนนี้มันคงดูไม่ปูด ยายไม่ได้ฝังเจ้าดำใต้นั้นเมื่อวันก่อน ดีจังมันยังอยู่ ดีจัง อยากได้เวลาที่ไม่กังวลในอาทิตย์ที่แล้วกลับคืนมาจัง… อืมแต่ตอนนี้รู้สีกเวียนหัว เหมือนจะอาเจียน แปลกจัง เราป่วยหรือเปล่านะ… ความตายล่ะ ความตายเข้ามาอยู่ใกล้เราแล้วอีกหรือเปล่านะ เราคิดไป











SHARE
Written in this book
Life is a series of tragedies
ชีวิตคือเวลาที่ผ่านไปอย่างเรียบๆแต่เรามารู้หลังว่ามันช่างเป็นโศกนาฏกรรม
Writer
norsez
novice storyteller
ด้วยภาพ http://flickr.com/norsez ด้วยเพลง http://soundcloud.com/norsez

Comments