จริงหรือเปล่า
.................................................
.......
....

"จำได้แค่นี้จริงๆ"
"หรอ"
"...."
"เทคโนโลยียุคนี้มันก็ใจร้ายเนอะ เปลี่ยนทุกๆ อย่างเป็นเพียงสิ่งที่เลือกจะเก็บเอาไว้
ถ่ายโอนได้ หรือลบออกไปได้"
"ฉันว่ามันเป็นเรื่องของความสมัครใจนะ"
"....อืม"
"แกก็เคยทำนี่"
"ใช่ เลยทำให้ได้รู้ว่าแกลบได้แค่นี้ แต่เปลี่ยนทุกสิ่งที่เคยสัมผัสกันไว้บนร่างกายไม่ได้เลย"

น้ำทะเลซัดเข้าใส่เสากันคลื่น
เป็นภาพที่น่าเศร้า
ใครบางคนแถวนี้บอกกับพวกเราว่า พวกเขายอมแพ้แล้ว
เคยมีสิ่งที่เรียกว่าเสากันคลื่นอยู่ไกลจากที่เรานั่งตรงนี้หลายกิโลเมตร
แต่พวกมันก็พังทลายลงไปแล้ว
จมลงไปอยู่ภายใต้คลื่นที่ซัดเข้าใส่อย่างไม่มีหัวใจหรือความรู้สึกอะไรใดใด

"แกลบทั้งหมดเลยหรอ"
"อืม ในบันทึกที่เขาให้ฉันเขียนเพื่ออ่านหลังจำอะไรไม่ได้แล้ว ฉันเขียนลงไปว่าฉันลบทุกอย่าง"
"แล้ว..."

เธอยืนนิ่งอยู่ในห้องครัว
เขาเคยเป็นคนที่มอบทุกอย่างให้เธอที่ตรงนี้
กลิ่นของความรัก
เสียงช้อนส้อมกระทบกัน
จริงๆ แล้วเธอรู้ตัวว่าเธอจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้แล้ว แต่สัมผัสบางอย่างนั้นสะกิดเตือนเธอ
บอกให้เธอรู้ว่าเคยมีใครบางคนอยู่ที่นี่กับเธอ
และจากเธอไปแล้ว

"ฉันจำได้แค่เพียงกับข้าวที่ฉันทำกินเองคนเดียว ดันมีรสชาติแล้วก็กลิ่นเหมือนที่เคยทำให้ใครบางคนกินอะไรประมาณนั้น"
ในห้องครัวยามเย็นที่สมควรพอแล้วกับเวลาที่จะต้องเปิดไฟ
เธอค่อยๆ กินอาหารที่เธอทำอย่างช้าๆ
คล้ายๆ กับว่าเธอนั่งกินร่วมกับความว่างเปล่าที่ไม่มีตัวตนอีกแล้วในความทรงจำตอนนี้

"มันไม่เหมือนกับหนังที่เคยดูเลย ที่เขาว่าวันหนึ่งอาจจะต้องวนลูปกลับไปเจอกันอีก
ฉันไม่รู้สึกแบบนั้นเลย"

หัวใจที่ต่อต้านคล้ายๆ กับว่าความรู้สึกสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้เธอหลังจากลบเขาไปแล้ว
วันหนึ่งเธอกลับไปพบเขาอีกครั้ง
แต่เธอก็ไม่หลงเหลือความรู้สึกอะไรที่ว่านั้นอีกต่อไปแล้ว
ถึงแม้จะรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงราวกับว่าจะต้องเป็นคนนี้ที่เธอสมควรที่จะมอบความรักให้
แต่นั่นมันก็เป็นเพียงแค่เรื่องของหัวใจ
ความรู้สึกนั้นเฉยชา
ความขัดแย้งอะไรบางอย่างทำให้เธอตัดสินใจก้าวเดินสวนทางเขาไป
กลับสู่ความว่างเปล่าที่น่าจะเป็นเขาคนนี้ที่เคยเป็นเจ้าของใจฉัน


"แล้วทำไมแกไม่ลบทั้งหมดล่ะ"
ฉันรีบเอามือขึ้นมาจับหมวกที่กำลังจะแพ้แรงลม ปลิวออกไป

"เขาบอกกับฉันว่า เขาอยากให้ฉันจำได้ว่า เรามีความผิดพลาดในแง่ไหนต่อกัน
เพราะฉะนั้นฉันกับเขาจึงไม่ลบมันออกไป เพื่อที่จะไม่ไปทำกับใครคนอื่นอีกต่อไปแล้วประมาณนั้น"
"แล้วแกก็ตกลงหรอ?"
"อืม"
"...."

วันหนึ่งที่นี่ก็จะหายไป
คนที่ดูแลที่นี่บอกกับพวกเรา
ต่อให้ทุ่มเทต้านกระแสของคลื่นทะเลมากแค่ไหนสุดท้ายก็จะทำได้เพียงแค่ยืดเวลา
ช้าหรือเร็วคนเราก็จะต้องพัง คนเราก็จะต้องหมดสิ้นเรี่ยวแรง
ความหวังเป็นสิ่งที่ดี
แต่คนเรานั้นไม่มีวันที่จะผลิตขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำอีกได้หรอก ถึงจุดหนึ่ง
เราก็จะต้องยอมแพ้อย่างเงียบเชียบ
สาระสำคัญก็คือ ยอมแพ้อย่างเงียบเชียบแล้วไม่ทำอะไรอีกเลย
หรือยอมแพ้อย่างเงียบเชียบแล้วค่อยๆ สู้ต่อทั้งๆ ที่หัวใจยอมแพ้ไปแล้ว
คนที่นี่เลือกแบบหลัง

"จริงๆ แล้วฉันไม่ได้อยากลบอะไรเลยด้วยซ้ำ"
"....."
"แต่เขาบอกให้ฉัน ลบความทรงจำช่วงที่เรามีความสุขออกไปให้หมดจะได้ไหม
เหลือแค่เพียงวันแรกที่เราพบกันยังไง
แล้วก็ตัดส่วนระหว่างทางนั้นทิ้งไป เหลือช่วงเวลาสุดท้ายที่เรากำลังจะเลิกกันก็พอ"

นกนางนวลทะเล...
ซากของเสากันคลื่น...
เสียงของน้ำทะเลขึ้นลงภายใต้พื้นปูนที่เรากำลังนั่งอยู่...
พระอาทิตย์กำลังตก
มันไม่ควรเกิดขึ้นบนโลกนี้เลย เรื่องของการลบความทรงจำ
คนแข็งแกร่งเขาไม่ทำกันหรอก
แต่ฉันกับเธอแล้วก็ใครบางคนส่วนหนึ่งนั้นไม่ใช่คนแข็งแกร่งอะไรขนาดนั้น
มีคนมากมายบอกเล่าให้ฉันฟัง ให้ฉันอ่านเสมอว่า

วันหนึ่งเธอก็จะเสียดายที่ลบมันไป
ใช่แล้ว วันหนึ่งที่ว่าก็คือวันหนึ่ง มันไม่ใช่วันที่ฉันยังไม่รู้สึกเสียดายแบบคนอื่นเขา
วันหนึ่งฉันก็จะร้องไห้โดยไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับเขา
นั่นมันก็น่าจะเจ็บปวดมากกว่าการร้องไห้โดยยังจำทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้
และคนประเภทหลังนั้นน่าจะลุกขึ้นมาเจอโลกใบใหม่ได้เร็วกว่าฉันแน่ๆ


"แกยังเจอเขาอยู่ไหม"
"เจอสิ เราสัญญากันว่าถ้าลบความทรงจำเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนัดเจอกัน"
"....แล้ว"
"ฉันบอกกับเขาว่าอยากจับมือกันอีกครั้งได้ไหม ทั้งๆ ที่จำได้เพียงแค่วันที่มีแต่เรื่องเสียใจ"
"...."
"ความรู้สึกตอนนั้นบอกเลยว่า ฉันไม่ได้อยากเสียเขาไป..."
"แล้วเขาล่ะ"
"เขาบอกว่า จากกันทั้งๆ ที่ยังมีความรู้สึกอะไรบางอย่างให้เชื่อมถึงกันน่ะดีที่สุดแล้ว
พรุ่งนี้ฉันหรือเขาก็จะแข็งแกร่งได้มากกว่าเหล่าคนที่ลบทุกๆ อย่างไป
จากกันทั้งๆ ที่ยังจำความรู้สึกเศร้าๆ ช่วงเวลาสุดท้าย....."
"...."
"...."
"พวกแกนี่โหดร้ายแฮะ ยังเหลือหัวใจกับความรู้สึกบางส่วนเอาไว้"
"....เนอะ"
"แต่ทำไมรู้สึกว่า ทางฉันน่าจะเลวร้ายยิ่งกว่า ไม่มีหัวใจและความรู้สึกหลงเหลืออีกแล้วก็จริงอยู่
แต่ความว่างเปล่ามันหดหู่มากๆ เลยว่ะ
อยากจะคิดถึงเรื่องเศร้าเพราะใครบางคน แต่มันก็นึกไม่ออก
นึกไม่ออกเลยจริงๆ"

ฉันเหม่อมองออกไปยังพระอาทิตย์ลับฟ้า
กำลังจะตกขอบทะเลอ่าวไทยแล้ว
ลมพัดแรงเสียจนฉันรู้สึกว่าความเศร้าที่เราคุยกันเมื่อครู่นั้น จะไม่คงอยู่ตรงนี้นานนัก
เดี๋ยวนกนางนวลทะเลก็จะคาบบางส่วนบินหายไปประมาณนั้นสินะ
ฉันจำเรื่องราวของเธอกับเขาได้
แต่มันเป็นเรื่องที่เธอและเขาตัดสินใจแล้ว
ตัดสินใจที่จะว่างเปล่าแล้วก็เศร้าไปกับความไม่มีตัวตนของกันและกันอีกต่อไปแล้ว

ฉันจำอ้อมกอดที่มีน้ำตาของเธอได้
มันไม่ใช่กอดที่มาจากความรู้สึกเต็มใจที่จะกอด
เป็นแค่เพียงหนึ่งในสัมผัสที่เขาจะมอบให้ฉันเป็นครั้งสุดท้ายแล้ววันหนึ่งเขาก็จะไม่กอดฉันอีก
แต่เธอไม่เหมือนฉัน
เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครบางคนกอดเธอในลักษณะไหน
เหลือแค่เพียงสัมผัสที่คล้ายๆ กับว่าเธอเคยกอดเขาที่ตรงนี้ จะมีน้ำตาหรือเปล่าเธอจำไม่ได้อีกแล้ว

ฉันเก็บภาพของดวงตะวันวินาทีสุดท้ายจนลงทะเลไปหมดสิ้น
แสงบางส่วนยังใจดีกับเรามากพอที่จะสว่างสำหรับการเดินทางกลับที่พัก
จริงๆ แล้วเธอเคยมาที่นี่กับเขาแล้ว
เธอรู้สึกถึงความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ พระอาทิตย์ตกทะเล
แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นมากับเธอนั้น เป็นเพียงความว่างเปล่า
เธอแค่เดินมาซ้ำรอยความว่างเปล่าที่ตรงนี้อีกครั้ง
เพียงเพื่อจะถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า
ความว่างเปล่าที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ระหว่างเขากับเธอมันเป็นสัมผัสแบบไหน

เธอบันทึกแสงตะวันเอาไว้ทดแทนความว่างเปล่าภายใน
แล้วค่อยๆ ก้าวเดินออกไป
เพื่อที่จะหลุดพ้นความว่างเปล่าที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในหัวใจเธอวันแล้ววันเล่า

....
..

"ยังเหมือนเดิมเลย"
"อืม"
ฉันค่อยๆ เดินไปกับเขาข้างๆ กัน
การจับมือกับเขาในวันที่จำสัมผัสของความสุขไม่ได้นั้นมันมีความรู้สึกเศร้าซ่อนอยู่
ถึงปลายทางนั้น ฉันกับเขา ใครสักคนก็จะต้องปล่อยมือ
แต่มันก็เป็นหนึ่งในสิ่งดีๆ ที่บอกกับฉันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นไม่เคยว่างเปล่าเลย

.......
...

..

SHARE
Written in this book
From the Inside of My Oldest Heart
จากหัวใจเสี้ยวเก่าในโลกก่อนหน้านี้ที่ยังมีอยู่
Writer
Itymtakhang
mind writer
There's a monster in your head. :) (From Monster - Slow Reverse)

Comments

IamYourfish
4 years ago
มีคนอยู่4คน อ่านไปงงไป แต่ชอบเรื่องราว น่าสนใจมากกกก
Reply