การตกผลึกอย่างลุ่มลึกเมื่อตกจากรัก

 

          ผมเป็นนักอกหักมือวางอันดับหนึ่ง ผมว่าผมเสพติดความรู้สึกที่ได้ตกผลึกอย่างลุ่มลึกเมื่อตกจากรัก ผมชอบเวลาที่ได้คิดได้ทบทวน ได้เจ็บปวด ได้คิดถึง ได้โหยหา ผมว่ามันมีพลัง เพราะคนที่อ่านงานเขียนของผมส่วนมาก ก็มักจะมีรักที่เจ็บทั้งนั้น ผมเลยคิดว่า งานเขียนที่เป็นโทนหม่น ๆ จะโดนใจคนอ่านมากกว่า เพราะเวลาที่พวกเขารักน่ะ พวกเขาจะไม่สนใจงานเขียนอะไรหรอก เขาไม่ต้องการฟัง ไม่อยากยึดเหนี่ยว ไม่อยากรู้ว่าจะมีใครที่รู้สึกแบบเดียวกับเขาไหม

          ตอนนี้ ผมอยู่ในช่วงอกหักครั้งที่สิบแปด มันเริ่มต้นง่าย ๆ ผมได้คอนแทคมาจากเพื่อนเก่า เขาเป็นคนที่เพื่อนผมเคยชอบ แต่ปอดจนไม่มีปัญญาจะคุย และผมที่อัธยาศัยดีกว่าใครทั้งหมด จะจัดการเรื่องนี้ให้เอง แต่ผมหกล้ม หัวแตก เพราะรักเขาและเสียเพื่อนไปพร้อม ๆ กัน 
          --หึ ตลกสิ้นดี

          แล้วก็ตลกร้ายซ้ำไปอีก เพราะผมรักเขามากกว่าที่เคยรู้สึกเหมือนว่ารักกับ 17 ครั้งก่อนหน้านี้ ผมทุ่มเท หมดใจ ลืมไปว่าเป็นพวกเสพติดความอกหัก ผมไม่มีงานเขียนในช่วงนั้น เพราะมันดีจนผมไม่มีสิ่งที่ผมอยากจะแบ่งปันลงในงานเลย แต่ผมก็คิดว่าไม่เขียนงานก็ไม่เป็นไร จนกระทั่งธนูปักที่หัวเข่า

          ผมที่แม้จะรักมาตั้ง 17 ครั้งแล้ว แต่ในครั้งที่ 18 นี้ ก็ยังไม่รู้วิธีที่จะรักโดยไม่ให้เขาเจ็บปวด
 
          เราเดินมาด้วยกัน จับมือกันแน่นหนา กระทั่งเขาอึดอัด และปล่อยมือผม คนที่ลืมได้ก่อนเดินไปไวกว่า ส่วนผมก็ได้แต่กอดใจที่เจ็บจนเหมือนจนแหลกเอาไว้

          อกหักครั้งที่ 18 อย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้ผมก็มีรักแบบมาหลายแบบ เริ่มต้นในจุดที่ต่าง แต่จบลงเหมือนกัน คือการเหลือแค่ผมคนเดียว ครั้งนี้ก็คงเหมือนครั้งอื่น แต่ไม่ใช่… 

          ผมตกผลึกอย่างลุ่มลึกมากมายจากรักนี้ ระหว่างที่อกหัก ผมเขียนงานได้เป็นร้อยชิ้น ผมเขียนอยู่ทั้งวัน ทุกเวลา ในตอนที่คิดถึงเขา ผมจะอยู่หน้าคอม ปล่อยน้ำตาให้ไหลเวลาที่ผลิตประโยคที่โดนจนใจเจ็บ ผมสรรหาวิธี หามุมมอง ที่จะเล่าเรื่องของเรา ไม่ให้ซ้ำ ตัดมาบางตอน สลับมุม เล่าเป็นเรื่องสั้น เล่าผ่านคนอื่น ๆ

          ทดแทนช่วงเวลาที่รู้สึกแห้งแล้งจนเขียนงานไม่ไหวในตอนที่ใจชุ่มชื้น

          คนอ่านงานผมเป็นพัน คอมเมนท์เข้ามาเป็นร้อย ๆ ทุกคนเจ็บปวดเหมือนกัน เขาไม่ได้อ่านงานผมเพื่อจะได้รู้สึกดีขึ้น แต่อ่านเพื่อจะรู้สึกว่า ‘ใช่ กูก็รู้สึกแบบนี้’

          ผมว่าผมได้เจอขุมทรัพย์ เป็นแหล่งแร่ที่ผมจะเข้าไปขุดไปทุบ เอามาหล่อมาหลอมเท่าไหร่ก็ได้ เป็นเหมืองความเจ็บปวดในใจผมเอง

          เพราะแต่ก่อน ผมใช้เวลาไม่นานในการรู้สึกรัก ในการที่จะได้อกหัก ในการที่จะได้เก็บความรู้สึกฉาบฉวยพวกนั้นไว้ แต่กับเขา ผมใช้เวลานาน ผมเรียนรู้ทุกซอกมุม เพื่อจะรู้จักเขาเป็นอย่างดี ผมใช้เวลาเพื่อจะได้มีเขาอยู่ในชีวิตไปนาน ๆ ซึ่งก็นานได้เท่าที่เขาต้องการผมนั่นล่ะ อะไรที่หมดไปก็หมายความว่าเรียกคืนมาไม่ได้ ใจคนก็เหมือนกัน

          ใจที่แห้งแล้งของผมผลิตงานเขียนออกมาได้ไม่รู้จบ ผมมีหนังสือรวมงานเขียน มีคนติดตามเพิ่มขึ้นเป็นหมื่น มีคอมเมนท์เข้ามาไม่ขาดสาย มันเป็นเหมือนอาชีพ ถ้าไม่อกหักก็ไม่มีงาน เพราะฉะนั้นผมจำเป็นต้องอยู่กับความรู้สึกอกหักนี้ต่อไป
          .
          .
          .
          ห้าปีผ่านไป ผมยังนั่งอยู่หน้าคอม ส่องดูความเป็นไปของเขาในโซเชียลเน็ตเวิร์ก เห็นเขามีคนใหม่ เห็นรอยยิ้ม เห็นว่าเขาปฏิบัติกับคนใหม่มากกว่าที่เคยให้กับผม เหมือนกับว่าอัดฉีดน้ำตาเข้าไปในกระแสเลือด ให้เจ็บยิ่งขึ้น เจ็บเข้าไป เจ็บให้เหมือนกับว่าไม่เคยเจ็บมาก่อนหน้านี้ หล่อเลี้ยงไม่ให้การอกหักครั้งนี้ขาดหาย
 
          แต่ผมค้นหาความรู้สึกสดใหม่ไม่ได้อีกแล้ว มันชาชิน ผมจมจ่อ ไม่มีปัญญาจะพาตัวเองไปเจอกับการอกหักครั้งที่ 19 ผมเขียนเรื่องของตัวเอง เหมือนกับว่าเป็นเรื่องของคนอื่น ผมทำให้คนเชื่อ ทำให้คนเข้าใจ ทำให้คนศรัทธา

          แต่ในส่วนที่ลึกที่สุดนั้น ผมแค่ต้องการแสดงออก ผมเขียนเรื่องทั้งหมด เพื่ออยากให้คนคนเดียวอ่านมัน ให้เขาได้เข้าใจ ว่าผมรู้สึกอย่างไร เหมือนกับ 17 ครั้งก่อนหน้านั้น ผมเขียนงานทั้งหมดถึงเขา เหมือนเป็นจดหมาย ผมแฝงบางถ้อยคำที่มีแค่เขาเท่านั้นที่จะเข้าใจว่าผมหมายความอย่างไร มีแค่เขาที่จะนึกภาพตามได้ ว่าเราเคยผ่านเรื่องนี้ด้วยกันมาก่อน

          แต่มันไม่มีประโยชน์

          การเป็นนักอกหักมือวางอันดับหนึ่ง ไม่ได้เติมเต็มความรู้สึกที่อยากให้ใครสักคนเห็นค่าหลังจากที่เสียผมไป ในช่วงห้าปีกับการอกหักครั้งที่ 18 นี้ ผมพบว่าการตกผลึกอย่างลุ่มลึกนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับการรีดเค้นเอาเลือดจากใจแห้ง ๆ มาเขียนลงบนกระดาษ เพราะไม่มีใครกลับมาเสียดาย ในสิ่งที่เสียไป นอกจากตัวผมเอง

          ผมว่าผมจะวางมือแล้ว ผมจะหยุดมันแค่ครั้งที่ 18 นี่ล่ะ แล้วคงต้องไปหาทางใหม่ที่จะทำให้เขียนงานเลี้ยงตัวไหว เพราะผมไม่มีใจจะเจ็บอีกแล้ว








SHARE
Written in this book
TRY TO BE STORY-ER
Writer
BabeDontCry
Starter
Be myself

Comments