รอยยิ้มในวันที่พลัดบ้าน
 ฉันได้ยินชื่อชนชาติพันธุ์ภูไทมาหลายต่อหลายครั้ง 
เพื่อนและรุ่นพี่หลายๆคนที่ฉันรู้จักก็ก่อกำเนิดจากรากฐานของอารยะภูไท
ฉันได้ยินชื่อและได้แต่เพียงสงสัย อะไรคือภูไท ? แล้วเขาแตกต่างกับเราอย่างไร ? 
 
ฉันคิดอยู่หลายวันกับสารคดีชิ้นนี้ 
ชาวภูไทสำหรับคนอีสานคงเป็นชนเผ่าธรรมดาที่เห็นและได้ยินจนชินหูชินตา

แต่กับเด็กสาวชาวทะเลอย่างฉันที่พลัดบ้านมาร่ำเรียนเสียไกล กลับมองว่าเป็นเรื่องที่น่าค้นหาอย่างยิ่งยวด ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย เคยได้ยินแต่เพียงภาษาภูไทเฉียดๆหูจากรุ่นพี่ที่รู้จัก นั่นยิ่งกระตุ้นต่อมความอยากรู้ของฉันเข้าไปกันใหญ่ และความรู้สึกเหล่านี้แหละ ได้นำพาฉันมาสู่หมู่บ้านแห่งวัฒนธรรมภูไท ณ บ้านโนนหอม จ.สกลนคร

ฉันมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านโนนหอมกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งด้วยพละกำลังแห่งความใคร่รู้ ใคร่เห็น ใคร่ฟัง ใคร่สัมผัส ต่อชาติพันธุ์ที่ฉันไม่รู้จัก แน่นอนว่าฉันเลือกที่จะไม่ค้นหาข้อมูลไปก่อนล่วงหน้า นั่นเพื่อไปฟังประวัติศาสตร์จากปากของพวกเขา ไปดูให้เห็นอารยะ ความเชื่อ ศิลปะ ที่บรรพชนของพวกเขาก่อร่างสร้างขึ้นมาร่วม 100 กว่าปี
 
พวกเราลัดเลาะขึ้นภูพาน เทือกเขาแห่งประวัติศาสตร์ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ ถนนที่คดลดเลี้ยว รายทางด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ ความคิดของพวกเราต่างล่องลอยจินตนาการถึงหมู่บ้านที่เป็นจุดหมาย .. ใกล้ถึงแล้ว...


ร่องรอยความทรงจำของชนภูไทรุ่นหลัง 

ภาพลุงรวม จำปาแก้ว ผู้ดูแลและอนุรักษ์วัฒนธรรมของชนเผ่า ร้องเรียกเชื้อเชิญพวกเราไปยังศูนย์ศิลปวัฒนธรรมของชาวภูไทที่ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านด้วยความเป็นกันเอง คุณลุงคือชายวัยกลางคน เชื้อสายภูไทขนานแท้ ที่มีรอยยิ้มอบอุ่นด้วยมิตรไมตรี กำเนิดและเติบโตที่หมู่บ้านโนนหอม ผู้สืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษในการอนุรักษ์ความเป็นภูไทมิให้ถูกยุคสมัยกลืนกินความงดงามแห่งอารยะธรรมไปเสีย

ชาวภูไทที่บ้านโนนหอมแห่งนี้ยังจดจำเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชนเผ่าได้อย่างดีเยี่ยม แม้นจะเป็นการบอกเล่าสืบต่อกันมาหลายช่วงอายุคนก็ตาม แต่เรื่องราวของการอพยพย้ายถิ่นฐานตลอดจนพื้นเพเดิมของชาวภูไทโบราณกลับยังคงอยู่ในความทรงจำของชนภูไทรุ่นหลังตลอดมา

“ มีพ่อแม่ปู่ย่าตายายเล่าให้ฟังหลาย ตั้งแต่บรรพชน เฮาอพยพมาจากเทิงลาว อพยพก่ะคือการหนีมาซั่นหล่ะ ” 
ลุงรวมเริ่มเรื่องด้วยภาษาอีสานที่แปลกหู ทว่ากลับนุ่มนวลน่าฟัง

นับตั้งแต่ช่วงรัชกาลที่สาม เกิดการย้ายถิ่นฐานของชาวภูไทครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ภูไท จากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ( หรือแม่น้ำ ของ ตามคำเรียกของลุงรวม ) มุ่งหน้าสู่อีกฝั่งของแม่น้ำ นั่นก็คือประเทศไทย จากประวัติศาสตร์ว่ากันว่า การย้ายถิ่นนั้นบ้างเกิดจากการกวาดต้อนเชลยจากเหตุการณ์กบฏเจ้าอนุวงศ์ในช่วงพุทธศักราช 2369 – 2371 และบ้างเกิดจากการอพยพย้ายถิ่นฐานของชนภูไทที่ราบสูงจากฝั่งประเทศลาวสู่ที่ราบลุ่มในประเทศไทยด้วยความหวัง .. หวังที่จะปลดเปลื้องชีวิตอันแล้งแค้น หวังที่จะสร้างบ้านที่ปลอดจากการรบราฆ่าฟัน บ้านที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพรรณธัญญาหาร และบ้านที่ครอบครัวใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข

การเข้ามาของชาวภูไทบ้านโนนหอมนั้นเป็นเหตุจากประการหลังตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน บรรพบุรุษของพวกเขาดั้นด้นข้ามแม่น้ำโขง และลัดเลาะเลียบแนวเทือกเขาภูพาน และกระจัดกระจายกันจับจองถิ่นอาศัยและที่ทำการเกษตร ซึ่งคือบ้านโนนหอมในปัจจุบัน ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มชื้นแฉะ ซึ่งเหมาะแก่การเกษตรทำไร่ไถนาอย่างยิ่ง

เมื่อคุณลุงเล่ามาถึงตอนนี้ ฉันแทบจินตนาการไม่ได้เลยว่าพวกเขาเดินทางกันไกลขนาดไหนในยุคที่ไร้ซึ่งความเจริญของถนนหนทาง ยุคที่มีสิงสาราสัตว์อยู่มากมายตามป่าเขา ยุคที่พวกเขาต้องพาผู้คนในชนเผ่าและ ลูกหลานตัวน้อยๆเดินเท้าเพื่อแสวงหาชีวิตใหม่ในที่ๆไม่รู้จัก ไม่แปลกเลยที่ชาวภูไทต่างถูกกล่าวขานถึงความอดทน ความรักสันติ และความขยันขันแข็งกว่าชนใด 



ความเชื่อ ภูตผี หมอพื้นบ้าน และศาสนา  
“ หมอเหยา ” คือชื่อเรียกของหมอผีพื้นบ้าน ผู้ปัดเป่ารักษาโรคภัยตามความเชื่อของชาวบ้านโนนหอมซึ่งมีมาตั้งแต่โบราณกาลของ วิถีชีวิตของพวกเขาซึ่งผูกโยงกับธรรมชาติ จึงกำเนิดความเชื่อต่อภูตผี ไสยศาสตร์ รวมถึงศรัทธาพุทธศาสนาอย่างแน่นแฟ้น แม้นกาลเวลาล่วงมายังยุคปัจจุบันที่ก้าวหน้าแล้วก็ตาม ความเชื่อเหล่านี้ก็ยังคงอยู่กับพวกเขานับแต่โบราณมา

ป้าปุ๋ง หรือคุณป้าศรีทัย สุทธิอะ หญิงร่างผอมท่าทางใจดีวัย 61 ปี หนึ่งในชาวภูไทเก่าแก่ของชุมชน เดินนำน้ำเย็นๆมาเชื้อเชิญพวกเราอาคันตุกะให้ดื่มแก้กระหายต่อสภาพอากาศอบอ้าวของวัน ป้าปุ๋งนั่งพับเพียบอยู่บนแคร่ไม้ และเล่าถึงพิธีกรรมซึ่งช่วยให้ตนหายจากอาการป่วยนอนซมมาร่วม 10 ปี

“ ไม่รู้อะไรเลย จำอะไรไม่ได้เลย ปกติไม่เคยฟ้อนไม่เคยรำ แต่คนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าบอก ว่าพอป้าได้ยินเสียงพิณเสียงแคน มันจะฟ้อนเอง เป็นเอง ”
 
เมื่ออาการป่วยของป้าปุ๋งไม่สามารถบรรเทาได้จากแพทย์แผนปัจจุบัน ความเชื่อแห่งศาสตร์พื้นบ้านจึงถูกนำมารักษาควบคู่กันมา กระทั่งวันที่ “ หมอเหยา ” ผู้เป็นที่นับถือของชาวบ้านได้กล่าวว่ามีวิญญาณต้องการรักษาป้าปุ๋ง หลังพิธีกรรมนั้นเอง อาการป้าปุ๋งกลับกลายดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และไม่นานนักก็สามารถลุกเดินไปนาเพื่อส่งข้าวส่งน้ำแก่สามีได้ตามปกติ

ตามความเชื่อของศาสตร์พื้นบ้าน การเลี้ยงผีเป็นเรื่องปกติธรรมดาของชาวบ้านไปเสียแล้ว กล่าวคือผู้ที่มีสัมผัสพิเศษจะสามารถสื่อสารแก่ดวงวิญญาณ และล่วงรู้ว่านั่นคือผีดีหรือผีร้าย เพื่อรับเอาวิญญาณที่ต้องการช่วยปัดเป่ารักษาโรคภัยของคนป่วยให้หายเข้ามาสู่ตัว ป้าปุ๋งและชาวบ้านต่างเชื่ออย่างสนิทใจถึงพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้

ไม่มีใครอธิบายถึงปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเหล่านี้ได้ แต่สิ่งที่ป้าปุ๋งและชนภูไทแห่งหมู่บ้านโนนหอมทิ้งท้ายไว้กับพวกเรา คือมนุษย์ต่างไม่เชื่ออะไรที่มองไม่เห็น พิสูจน์ไม่ได้ หรือไม่เป็นวิทยาศาสตร์ หากแต่โบราณกาลมา เรามนุษย์ต่างมีวิถีที่ผูกพันต่อปรากฏการณ์เหล่านี้ ไม่เจอกับตนนั้นหารู้ไม่ อาจจะมองเห็นว่าเป็นเรื่องแห่งความงมงายไปเสีย แต่หากลองตั้งคำถามดูว่า ก่อนโลกจะพัฒนาวิทยาการดังเช่นปัจจุบัน บรรพบุรุษเราอาจต่างประสบ หรืออาจคลาดแคล้วภัยร้ายจากศาสตร์เหล่ามาแล้วก็ได้ ใครจะล่วงรู้ ...



งดงามผ้าทอภูไท  
คุณลุงรวม นำเรามายังบ้านเรือนไทยงดงามสีทองอร่าม หากจะพูดให้เว่อเสียหน่อยคงกล่าวได้ว่าแสงแดดตกกระทบเรือนไทยจนแสบตาเลยก็ว่าได้ พวกเราอุทานเป็นเสียงเดียวกันอย่างตื่นเต้น ด้วยความคิดไม่ถึงว่าหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้จะมีสถานที่สวยงามและประณีตเช่นนี้ซ่อนอยู่ ... คุณยายสี่ท่านง่วนอยู่กับการทอผ้าบริเวณเยื้องลานหน้าบ้าน บ้านที่เราตกตะลึงเมื่อสักครู่นั่นเอง บ้านที่เป็นแหล่งรวมตัวของผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนเพื่อมาทอซิ่น เสื้อ ผ้าพันคอ รวมทั้งการย้อมครามเสื้อผ้า

เราได้รับการต้อนรับอย่างน่ารักอีกเช่นเคยจากรอยยิ้มเจือบนใบหน้าที่ผ่านกาลเวลาชำระความสาว หากถูกแต่งแต้มด้วยความเมตตาเอ็นดูเข้ามาแทนที่ คุณยายทั้งสี่ท่านยิ้มแย้มรับกับกล้องถ่ายภาพได้อย่างรู้งาน ฉันและเพื่อนต่างกระจัดกระจายเมียงมองการทอผ้าและซักถามกันอย่างเพลิดเพลิน

คุณยายเปิดฉากเล่าถึงศิลปะการทอผ้าซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้สมาธิ ความอดทนและความประณีตอย่างมาก ด้วยคุณลักษณะเหล่านี้ ฉันรู้สึกได้จากการสะท้อนผ่านการพูด ท่าทาง และอิริยบถอันนิ่มนวลของเหล่าคุณยาย อีกทั้งการทอผ้าถูกถ่ายทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น หากแต่คุณยายทั้งสี่กลับมีสีหน้าหมองลงเล็กน้อยเมื่อกล่าวถึงการสืบสานศิลปะวิชาการทอผ้าของเด็กภูไทรุ่นหลัง ... เป็นไปได้ยากเหลือเกินที่เด็กรุ่นหลังจะสืบสานต่อ ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปแล้ว ค่านิยมและโลกที่เปิดกว้างขึ้น คุณยายได้แต่รำพันกล่าว ..

“ ขออย่าให้ภูมิปัญญานี้หายไปเลย ”


เขาเรียกพวกเราว่าคอมมิวนิสต์ 
ฉันชั่งใจอยู่นานว่าจะกล่าวถึงเรื่องนี้ดีหรือไม่ แต่ประวัติศาสตร์ไม่ได้มีไว้เพื่อถูกลืม หากมีไว้เพื่อให้เรียนรู้จากเรื่องราวของพวกเขา และยังสะท้อนประวัติศาสตร์ของชาวภูไทในส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทยอีกด้วย ...

ลุงรวมเริ่มเล่าเมื่อเราถามถึงเหตุการณ์ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองตามประวัติศาสตร์ภูพานที่อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านโนนหอมนักว่า

“ เรานี่แหละหมู่บ้านคอมมิวนิสต์ ”
 
“ คอมมิวนิสต์ตามความเข้าใจของลุงคืออะไรหรือคะ ? ” ฉันกล่าวถาม
 


ลุงรวมจ้องมาที่ตาของฉันด้วยสีหน้าจริงจังกว่าทุกครั้ง
กล่าวว่า .. พ่อของลุงคือหนึ่งในขบวนการเสรีไทยในภาคอีสานภายใต้การนำของนายเตียง ศิริขันธ์ นั่นเอง แน่นอนฉันเคยอ่านเรื่องราวของเขา มันยิ่งกระตุ้นความยากรู้ของฉันอย่างแรงกล้า



“ คอมมิวนิสต์ มันก็เพียงแค่แนวคิดหนึ่ง คนในหมู่บ้านของลุงไม่รู้หรอกว่าแท้จริงแล้วคอมมิวนิสต์คือสิ่งใด หากแต่พวกคนในหมู่บ้านเรียกตนเองว่า กลุ่มเสรีไทย กลุ่มคนที่อยากเป็นไทย ด้วยเหตุการณ์บ้านเมืองในสมัยนั้น และสุดท้ายกลุ่มเสรีไทยก็คือผู้ปลดปล่อยชาติจากการตกเป็นประเทศผู้แพ้สงคราม หากแต่เขานิยามพวกเราว่าคอมมิวนิสต์กันเอง พวกเราไม่เคยบอกว่าตนคือคอมมิวนิสต์เลยด้วยซ้ำ ”

 
ฉันปิดสมุดบันทึกลง ปิดเครื่องอัดเสียง และกล่าวอำลาลุงรวมและชาวบ้านด้วยรอยยิ้ม
ความงดงามของชนชาติพันธุ์ภูไทในดินแดนอีสาน ณ บ้านโนนหอม จ.สกลนครแห่งนี้ 
มีได้เป็นเพียงชนชาติที่มองเอกลักษณ์แค่เพียงประเพณี วัฒนธรรม หรือเครื่องแต่งกายเพียงเท่านั้น  
แต่ความงดงามในเบื้องลึกในจิตใจของพวกเขา ความโอบอ้อมอารี ความสุภาพอ่อนโยน ความรักต่อเพื่อนมนุษย์ ความรักในชาติพันธุ์ และความรักสงบของพวกเขา ได้ทำให้ฉันค้นพบความหมายของการมาเยือนของวันนี้แล้ว

“หนองฮากคู่บ้าน ร่วมสืบสานประเพณี บุญข้าวจี่เดือนสาม สวยล้ำวัฒนธรรมฟ้อนภูไท งามยิ่งใหญ่บุญพระเวส เกษตรกรรมก้าวหน้า กลุ่มทอผ้าพื้นเมือง ชื่อลือเลื่องเนื้อโคขุน งามสมดุลเกาะแก่งหินน้ำพุง เรืองรุ่งมวยโบราณ”
 


SHARE
Writer
TodayIDie
Human
หากอยากเจอขุมทรพย์ ก็อย่าปล่อยให้ชีวิตผ่านไปวันๆ มนุษย์ทุกคนล้วนมีชะตากรรมที่ต้องบรรลุ

Comments

PAAD
9 days ago
โค๊ทสุดท้าย พยายามอ่านเป็นภาษาภูไทแล้วแอบขำตัวเอง 
:) ภาษาภูไทน่ารักครับฟังแล้วลื่นหูดี
Reply
TodayIDie
2 days ago
เป็นสำเนียงที่น่ารักมากค่ะ นุ่มนวล อ่อนโยน 
McPITCH
8 days ago
หาดูสารคดีได้ที่ไหนฮะ?
Reply
TodayIDie
7 days ago
เป็นงานเขียนค่ะ
McPITCH
6 days ago
อ่อครับ :)