จับฉลาก
ผมนั่งใจเต้นตึกๆ อยู่ในห้องเรียนบนอาคารชั้น 6 ของโรงเรียนมัธยมชายล้วนแห่งหนึ่งที่แม่ของผมหมายมั่นปั้นมืออยากให้ผมเรียนที่นี่

มันเป็นโรงเรียนที่เด็กผู้ชาย ป.6 ละแวกนี้อยากเข้าเรียนให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยการสอบตรง ใช้สิทธิ์โควต้านักกีฬา นักดนตรี ศิลปะ หรือกระทั่ง 'จับฉลาก'

โชคร้ายที่ผมเรียนไม่ได้เรื่อง กีฬาไม่เด่น ดนตรีก็เล่นไม่เป็น ส่วนงานศิลปะก็ฝีมือดาดๆ จึงทำให้พลาดในทุกกระบวนการคัดสรรของที่นี่ในรอบแรกทั้งหมด

แต่โชคยังดี...ที่บ้านผมอยู่ในพื้นที่มีสิทธิ์จับฉลากเข้าเรียนที่นี่ได้ โต๊ะเรียนในห้องชั้น 6 วันนั้นจึงมีผมนั่งหัวเกรียนทำหน้าเหลอหลาอยู่กับเขาด้วยคน

ทีแรก...ผมนึกว่าจะได้จับฉลากและได้เข้าเรียนแบบง่ายๆ สบายๆ แต่เมื่อผมไปถึงที่โรงเรียนแห่งนั้น ผมกลับพบว่ามีเด็กรุ่นเดียวกับผมอีกมากมายมหาศาลที่อยากเข้าที่นี่และมีสิทธิ์จับฉลากเช่นเดียวกับผม คะเนโดยสายตา อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะต้องมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ผิดหวังกันหลายคน

หลังจากทำเรื่องต่างๆ เสร็จสิ้น เด็กที่รอจับฉลากทั้งหมดก็ถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ และมีอาจารย์พาเข้าไปนั่งในห้องเรียนรอจับฉลาก

เหมือนผมถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์ เมื่ออาจารย์ผู้หญิงสูงวัยใส่แว่นท่านหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง ก่อนจะบอกกับเราว่า "ใครไม่ได้เข้าเรียนที่นี่ก็ไม่ต้องเสียใจไปหรอกนะ" พร้อมกลับยื่นโถใสๆ ใบเขื่องให้เด็กที่นั่งอยู่ตามโต๊ะหยิบสิ่งที่อยู่ในนั้นคนละอัน ก่อนจะเดินออกจากห้องไปทำอะไรสักอย่าง

ผมจ้องมองพิจารณาสิ่งที่อยู่ในมืออย่างถี่ถ้วน... 

มันเป็นขวดเล็กๆ คล้ายขวดยาอม แต่แทนที่ข้างในจะบรรจุเม็ดยา กลับบรรจุมวนกระดาษสีเหลืองใบเล็กๆ

จังหวะนั้นเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกันที่นั่งอยู่ข้างหน้าผมก็เอะอะเสียงดังจนผมต้องเงยหน้าขึ้นดู

ภาพที่เห็นคือภาพเพื่อนคนนั้นหมุนฝาขวดออก ก่อนจะคลี่กระดาษแล้วโชว์ให้เพื่อนรอบๆ เห็นว่าเป็นกระดาษเปล่าๆ ไม่มีอะไรเลย พวกเราที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็งงไปพร้อมๆ กับมัน ...ตกลงแล้วสิ่งนี้คืออะไรกัน

ทันใดนั้นเองอาจารย์ก็กลับเข้ามาในห้อง พร้อมบอกนักเรียนทุกคนว่า "อย่าเพิ่งเปิดขวดนะคะนักเรียน" 

ยังไม่ทันสิ้นเสียง เพื่อนผมไอ้คนที่แอบเปิดขวดดูไปแล้วรีบก้มเก็บกระดาษแล้วหมุนขวดปิดอย่างรวดเร็วก่อนอาจารย์หน้าชั้นจะหันมาเห็นและเอ็ดเอา

อยู่ๆ ห้องก็เงียบกริบเมื่ออาจารย์เริ่มเปลี่ยนโหมดเป็นพูดอย่างขึงขังชัดถ้อยชัดคำ เสียงดังกังวานนั้นแหลมทะลุอากาศ

"ฟังครูนะ ใครที่เปิดขวดแล้วเจอกระดาษที่มีลายเซ็นแปลว่าได้เรียนที่นี่ ส่วนใครที่เปิดเจอกระดาษเปล่าๆ แปลว่าไม่ได้..." อาจารย์เว้นจังหวะหนึ่งห้วงก่อนจะเอ่ย "...ขอให้ทุกคนโชคดี"

หลังจากสิ้นเสียงอวยพรของอาจารย์หน้าชั้น เด็กทั้งห้องเริ่มส่งเสียงกันเองอย่างออกรส ทุกคนต่างลุ้นว่ากระดาษของตัวเองจะมีลายเซ็นหรือไม่ 

ผมค่อยๆ เปิดขวดของตัวเอง คลี่กระดาษสีเหลืองใบเล็กออกมาช้าๆ ก่อนจะพบว่ามีลายเซ็นอะไรสักอย่างที่อ่านไม่ออกปรากฏอยู่บนนั้น!

ในขณะที่ในใจผมร้องวู้ววว!! รู้สึกดีใจที่ทำสิ่งที่แม่หวังได้สำเร็จ และพยายามหาเพื่อนสักคนที่กระดาษมีลายเซ็นเหมือนกันมาร่วมดีใจด้วย จู่ๆ ผมก็ดันเหลือบไปเห็นเพื่อนของผม ไอ้คนที่แอบเปิดขวดไปแล้วคนนั้น กำลังบรรจงเปิดขวดของมันอีกครั้ง 

...พร้อมทำหน้าลุ้นสุดขีดกับกระดาษสีเหลืองใบเล็กในมือตัวเอง


Photo: https://stocksnap.io/photo/7J7G14DEFW

SHARE
Written in this book
เฮ้ย อย่าดิ
ผมจำได้ว่ามันเป็นวันจันทร์ ที่ผมเพิ่งตัดผมทรงนักเรียนหัวเกรียนมาใหม่ๆ ผมเป็นเด็กหงอที่มักถูกแกล้งอยู่บ่อยๆ และครั้งนี้ก็ไม่รอด... เพื่อนหัวโจกเดินเข้ามาเบิ๊ดกะโหลกเกรียนอย่างจัง จนมันดังแป๊ะ! จังหวะนั้นผมโมโหสุดขีด จึงโต้ตอบมันด้วยการพูดเสียงจ๋อยๆ ว่า... เฮ้ย อย่าดิ
Writer
NickyPP
writer
มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง facebook.com/nickyppth

Comments

Namkanokp
2 years ago
เด็กคนนั้นคงคิดว่าปฏิหารคงมีอยู่จริง 
Reply