วาดฝันไว้...ให้คนเป็นคน
(บทความนี้เปิดเผยเนื้อเรื่องส่วนสำคัญของภาพยนตร์แอนิเมชัน In This Corner of the World)

หลังจากดูภาพยนตร์เรื่อง “แค่วาดฝัน ให้โลกสวย” จนจบ end credit แล้ว ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นกับตัวผมคือความกระอักกระอ่วนและความไม่สบายใจ มันอึดอัดทั้งที่เพิ่งดูแอนิเมชันจบไปเรื่องหนึ่งแท้ๆ แต่ความรู้สึกกลับบอกว่าสิ่งที่เพิ่งผ่านการรับรู้ของตนเองไปเมื่อครู่นี้ไม่ใช่ภาพยนตร์ feel good เลยแม้แต่น้อย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดแนวคิดต่อต้านสงครามผ่านมุมมองของคนที่อยู่แนวหลังได้อย่างมีพลัง โดยไม่มีคำพูดทำนอง “Make love Not war” ให้ยุ่งยาก เพียงแค่ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีแม้แต่ทางเลือกจะเดินไปในชีวิต ต้องอยู่ตามกรอบขนบธรรมเนียมประเพณีของสังคม ผิดกับเคย์โกะ พี่สาวของซึซากุ (พระเอก) ที่เลือกเส้นทางเดินชีวิตเอง

สิ่งเดียวที่ซึสึทำได้คือนั่งฝันและวาดรูปเท่านั้น แต่การทำแค่นั้นจะมีประโยชน์อะไร?

ภาพยนตร์ถ่ายทอดจินตนาการของซึสึผ่านสัตว์ประหลาด ฉากสีน้ำ ภาพลายเส้น เรือลอยได้ เป็นต้น ซึ่งถ้าเปรียบกับวรรณกรรมก็คงเป็นวรรณกรรมแนวสัจนิยมมหัศจรรย์อันงดงามและจับใจ

แม้จินตนาการจะสวยงามแค่ไหน เราก็ยังคงรับรู้ความเจ็บปวดและความโหดร้ายของความขัดแย้งได้อยู่ดี ยิ่งในฉากที่ฮารุมิตาย แทนที่ภาพยนตร์จะถ่ายทอดฉากระเบิดออกอย่างตรงไปตรงมา ผู้กำกับกับหลีกเลี่ยงแล้วสื่อเป็นภาพลายเส้น ความสับสน และความรู้สึกผิดของซึสึได้อย่างปวดร้าว สะเทือนใจ

เราจะฝันเฟื่องไปเพื่ออะไร? ในเมื่อความเป็นจริงก็ยังคงใจร้ายกับเราอย่างไม่ไยดี

ผมจึงคิดได้ว่าความฝันและจินตนาการไม่อาจจะลบล้างความเจ็บปวดอันเกิดจากความขัดแย้งของมนุษย์ได้เลยแม้แต่น้อย

แล้วเราจะเฝ้าฝันไปเพื่ออะไร?

คำถามนี้ดังอยู่ในหัวของผมตลอดเวลา ชวนให้ผมครุ่นคิดอยู่อย่างนั้น เมื่อย้อนกลับไปมาดูสถานการณ์ในประเทศของตนเอง ทุกอย่างมันก็ชวนให้สิ้นหวัง ประชาธิปไตยที่ไม่รู้จะได้กลับคืนมาเมื่อไหร่ ความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมก็ยิ่งรุนแรงขึ้น การศึกษาก็ไม่ช่วยให้เด็กค้นหาตนเองพบ นักกิจกรรมฝ่ายซ้ายบางคนมีความย้อนแย้งขัดกับหลักการของตนเอง และอีกสารพัดเรื่องชวนหดหู่


มันช่างเศร้าเหลือเกิน เศร้าเกินกว่าใครจะทานทนไหว
 
ในเมื่อมันเจ็บปวดมากขนาดนั้น ทำไมถึงมีภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นมา?

หากลองนึกย้อนกลับไปตอนต้นเรื่อง พระเอกกับนางเอกมาเจอกันได้เพราะปีศาจคุณลุงเครายาวจับตัวทั้งคู่มา ซึ่งน่าประหลาดใจที่ปีศาจตนนี้ตรงกับจินตนาการของสึซึตอนท้ายเรื่องที่มองว่าพี่ชายของเธอไม่ได้เสียชีวิตไปจากสงคราม เพียงแต่ไปอยู่ทะเลทางตอนใต้ ไว้หนวดเครารุงรัง และแต่งงานกับจระเข้ และตอนที่พระเอกกับนางเอกได้เจอกับปีศาจอีกครั้งในฉากท้ายๆ ของเรื่อง จระเข้ที่อยู่ในตะกร้าด้านหลังก็มาร่วมโบกมือลาด้วย

สัญลักษณ์นี้ซ่อนความหมายอะไรแฝงอยู่กันแน่?

ประเด็นนี้ผมพยายามครุ่นคิดมาสองสามวันแล้ว ลองปรึกษากับเพื่อนที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้เหมือนกัน ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ผมสัมผัสได้ว่ามันมีความสำคัญมากอย่างแน่นอน

คำอธิบายต่อไปจากนี้จะเป็นเพียงการเดาของผมเพียงฝ่ายเดียว

ผมคิดว่าสัญลักษณ์นี้แสดงถึงวัฎจักรที่วนเวียนในภาพยนตร์ เปรียบดั่งชะตากรรมของผู้คนที่บันดาลให้เกิดการพบเจอและการสูญเสีย ผู้คนที่เสียชีวิตไปจากสงครามก็กลายเป็นสิ่งที่สะท้อนใจผู้ที่อยู่เบื้องหลังให้ดำเนินชีวิตต่อไป

ชีวิตมันก็มีทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่เจ็บปวด มีทั้งความอ่อนโยน และความรุนแรง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จะไปกำหนดกงการอะไรก็เปล่าประโยชน์

สิ่งเดียวที่เราทำได้คือหลีกเลี่ยงความรุนแรงทุกระดับไม่ให้เกิดขึ้นในสังคมของเราอีกต่อไป

ความรุนแรงจากการต่อสู้ไม่ว่าจะฝ่ายไหน ล้วนก่อให้เกิดความเจ็บปวดและความสูญเสียให้กับคนทุกฝ่าย แม้ว่าผู้ก่อความรุนแรงทุกฝ่ายจะโฆษณาชวนเชื่อว่าความรุนแรงจะนำไปสู่ความสงบสุข

ได้โปรดอย่าหลงเชื่อคำพูดปลิ้นปล้อนโป้ปดหรือหลอกลวงพวกนี้อีกเลย มิฉะนั้นก็จะตกเป็นเครื่องมือหลอกใช้สำหรับการต่อสู้ไปเรื่อยๆ

คนเราเกิดมาไม่นานก็ต้องตาย สู้ทำอะไรที่อยากทำจะไม่ดีกว่าหรือ?

สิ่งที่ซึสึพอจะทำได้และให้แรงบันดาลใจให้กับเรามันไม่ใช่การฝันเฟื่องเพื่อปิดบังความโหดร้ายของความรุนแรง และแม้ว่าซึสึจะพ่ายแพ้ให้กับความรุนแรงผ่านความอดทน ความสงบปากสงบคำ ใช้ชีวิตตามคำสั่งของคนอื่นมาตลอดก็ตามที

แต่เธอมาเพื่อบอกกับทุกคนว่าชีวิตมันมีค่าเกินกว่าจะให้ใครมาทำลายชีวิตของเราได้
 
เพราะในโลกยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่เราไม่สามารถกำหนดให้เป็นไปดั่งใจได้ เราจะยอมให้ใครอื่นมากำหนดชีวิตของเราอีกหรือ เพียงแค่สิ่งที่คนเราควบคุมไม่ได้มันก็ยากลำบากเพียงพอแล้ว

พอครุ่นคิดมาจนถึงจุดนี้ คำตอบของคำถามทั้งหมดก็ไม่ใช่อะไรอย่างอื่นนอกจากคำตอบที่ว่า
"ความฝันและจินตนาการเป็นประดิษฐกรรมที่ทรงพลังที่สุดในหมู่มวลมนุษยชาติ"

เป็นสมบัติล้ำค่าของความเป็นมนุษย์ที่เราควรจะหวงแหน ไม่ใช่อุดมการณ์ขวา-ซ้าย

แต่เป็นไฟฝันที่ทำให้เรายังมีชีวิต

...และคงเป็นคน


SHARE
Written in this book
My bioscope
รวมรีวิวสมัครเล่นของคนดูหนังธรรมดา
Writer
Moreyearold
Normal person
แก่ขวบ...คนธรรมดาที่ชอบเสพความคิดผ่านตัวอักษร และขีดเขียนบ้าง นาน นาน ที

Comments