"รีเซ็ต"
มีความจำเป็นต้องรีเซ็ตโทรศัพท์สมาร์ทโฟนให้คืนค่าเดิมที่โรงงานตั้งมา
เนื่องจากรู้สึกว่าเครื่องอืด ช้า เพราะหน่วยความจำภายในเก็บสารพัดสิ่งไว้เยอะแยะนัก
เมมโมรี่การ์ดเหลือที่ว่างไม่ถึง 1GB ด้วยซ้ำ เรียกได้ว่า...น้อยนิด
การถ่ายข้อมูลไปเก็บในฮาร์ดดิสก์ และรีเซ็ตเครื่อง น่าจะเป็นทางออกที่ดี
แม้การแบ็คอัพต่างๆ นานาจะยุ่งยากนิดหน่อยสำหรับเรา

กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของข้อมูลในโทรศัพท์ล้วนแต่เป็น "ภาพถ่าย"
มีเยอะอย่างยิ่ง ผสมปนเปสารพัดสิ่ง เลอะเทอะ เละเทะ
มีทั้งไฟล์ที่ถ่ายจากกล้องโทรศัพท์ และไฟล์ที่ Sync จากกล้องถ่ายรูปมาเก็บไว้
ถ่ายจริง ถ่ายเล่น ถ่ายเบลอ ถ่ายสวย ถ่ายไม่สวย มีครบ
ถ้าเปรียบเป็นห้องเก็บของ ก็เหมือนห้องเก็บของขนาดใหญ่ แต่ระดับความรกร้อยกะโหลก
มีทั้งภาพติดผนังสวยงาม ของไม่ใช้แล้ว สิ่งของเคยรัก สิ่งของๆ คนอื่น
มากมายเลยเถิดไปจนถึงของกินหมดอายุ ของที่คนอื่นฝากทิ้ง ของขวัญที่ไม่คิดจะแกะกล่อง
และสิ่งของที่เตรียมไว้แกล้งคนอื่น (รูปตลกๆ ของเพื่อน)
เอาล่ะ กลับมาที่เรื่องภาพ
บางภาพ ก็ไม่ทราบจริงๆ ว่าตนเองจะเก็บไว้ทำไม เพื่อสิ่งใด
เพราะแม้ดูแล้วจะกระตุ้นความทรงจำได้ แต่มันก็ไม่มีความหมายอะไรที่ควรจำแล้ว
การที่ทุกภาพถูกเก็บไว้หมด เพราะเสียดายที่จะลบ ลืมที่จะลบ เอาไว้ก่อนน่าเดี๋ยวค่อยลบ
มันทำให้เปลืองพื้นที่สำหรับเก็บ "สิ่งที่ควรเก็บ"
เราจึงตั้งใจว่าจะถ่ายโอนทุกภาพไว้ในฮาร์ดดิสก์
แล้วค่อยๆ "เลือกลบ" รูปที่ "ไม่ต้องเก็บไว้ก็ได้" ออก
ให้ทุกอย่างเบาลง  โล่งขึ้น สบายขึ้น เก็บแต่ภาพที่สวยงามสำหรับเราและมีความหมาย
เหมือนห้องโล่งๆ เรียบๆ ที่มองแล้วสบายตา
บนผนังมีแต่ภาพที่ถูก "เลือกแล้ว" ว่่าควรอยู่ในกรอบสวย

เมื่อข้อมูลทั้งหมดถ่ายโอนเสร็จสิ้น ก็ได้เวลารีเซ็ตเครื่องแล้วล่ะ
เรากดรีเซ็ตทันที เพราะในโทรศัพท์ไม่มีแอพพลิเคชั่นมากมาย (ภาพถ่ายกินหน่วยความจำหมด)
(แต่เลือกรีเซ็ตแบบแบ็คอัพแอพพลิเคชั่นไว้นะ)
โทรศัพท์กำลังเข้าสู่กระบวนการเกิดใหม่ของมัน ใช้เวลาอยู่พักใหญ่
เมื่อเครื่องถูกเปิดขึ้นดังเดิม ทุกแอพพลิเคชั่นยังอยู่ แต่ไม่มีข้อมูลใดเก็บไว้แล้ว
โอ้... เครื่องเร็วขึ้น ลื่นขึ้นอย่างน่าพอใจทีเดียว
เราเรียกข้อมูลที่แบ็คอัพไว้กลับคืนมาได้ทั้งหมด
แบ็คอัพไว้แทบทุกสิ่ง ยกเว้น...

เมื่อกดเข้าแอพ "ไลน์" ปรากฏว่าต้องล็อกอินอีเมลใหม่
...ตายละวาาาาาา ลืมแบ็คอัพ Chat Log !!
บทสนทนาต่างๆ ของเพื่อน พี่ น้อง ไม่กี่คนในชีวิตของเรา...จะเป็นอย่างไรบ้าง
และก็เป็นเช่นดังคิด เหมือนภาพยนตร์ที่รู้ตอนจบแล้วตั้งแต่เริ่ม
ทุกอย่างหายเกลี้ยง สิ่งที่ปรากฏเป็นเพียงหน้าจอโล่งๆ ที่มีเจ้าโคนี่ออกมาวิ่ง
และบอกว่า "เริ่มแชทสิ" 555
เดชะบุญที่สติกเกอร์และธีมยังมีชีวิตอยู่ดี เพราะลงทะเบียนอีเมลไว้

แวบแรกของความรู้สึกตอนนั้นคือ "เสียดายจัง"
บทสนทนาเหล่านั้น (ของคนไม่กี่คน) ที่คุยกันมาตั้งแต่แรกเริ่มเมื่อซื้อโทรศัพท์เครื่องนี้
ทุกโมเมนท์ ทุกเรื่องราว ทุกมุข ทุกถ้อยคำ หายไปหมดเลย
ให้พิมพ์อีกกี่ครั้งก็มีแต่คำว่า "หายไปหมดเลย"
นอกจากเสียดาย ยังแอบหวั่นเรื่องงาน เพราะมีไลน์ของลูกค้า
ที่ส่งนั่น ส่งนี่ สั่งนั่น สั่งนี่ไว้ มันเป็นทั้งหลักฐาน ข้อมูล แล้วก็อะไรหลายอย่าง
เฮ้อ
แต่มัวคิด มัวเสียดาย บทสนทนาของทุกคนก็ไม่หวนคืนมา
โทรศัพท์ถูกรีเซ็ต เช่นเดียวกับเรื่องราวในไลน์ ก็ถูกรีเซ็ตด้วยเช่นกัน
แม้ตัวหนังสือที่เป็นบทสนทนาเหล่านั้นจะหายไปจากสายตา
แต่ก็ไม่ได้หายไปจากห้วงทรงจำ ว่าเราเคยคุยอะไร กับใคร ตอนไหนบ้าง

สิ่งเล็กๆ ของการรีเซ็ตโทรศัพท์ครั้งนี้สอนเราว่า
สมองของเราจดจำได้อยู่แล้ว หัวใจของเรารู้สึกได้อยู่แล้ว
ดังนั้น อย่าไปยึดติดกับอดีต ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือไม่ดี
อย่ามัวอาลัยอาวรณ์สิ่งที่ต้องหายไป แม้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ
(เสียดายได้ แต่อย่ามัวจมปลัก)
ทุกอย่างเกิดขึ้น เพื่อตั้งอยู่ และดับไป
และบางสิ่งบางอย่าง เก็บไว้ที่ใจก็พอ ไม่จำเป็นต้องมองด้วยตาอยู่เสมอ

อยู่กับปัจจุบัน เพราะเมื่อจบวัน ทุกอย่างก็จบลง และเริ่มต้นวันใหม่
การเก็บทุกอย่างไว้ ไม่ว่าจะไฟล์ภาพ ไฟล์บทสนทนา หรือภาพที่ส่งกันไปมาผ่านไลน์
สิ่งเหล่านั้น ไม่ใช่ทุกอย่างที่ "น่าเก็บ"
เพราะไม่ใช่ทุกรูปจะสวย ไม่ใช่ทุกบทสนทนาจะมีแต่เรื่องดี
การที่ทุกอย่างหายไป (แม้จะไม่ได้ตั้งใจ) ก็น่าจะดีแล้ว

หลายคนลบแชทไลน์ทุกครั้งที่คุยเสร็จด้วยซ้ำไป

ก็คล้ายชีวิต ที่หากเราเก็บทุกอย่างไว้หมดโดยไม่เลือกสรรเลย
ทุกพื้นที่ก็จะรกรุงรัง แน่น อึดอัด หายใจไม่ออก
สิ่งของที่ไม่ใช้ ถ้าพอกพูนมากเข้าก็ฝุ่นเกาะ กลายเป็นขยะ
ผู้คนที่ไม่หวังดี ไร้ความจริงใจ เก็บไว้ในชีวิตก็มีแต่จะเสียความรู้สึก
สิ่งที่ใครๆ คิดกับเรา พูดกับเรา รู้สึกต่อเรา
มันจะมีอิทธิพลมากกว่าหัวใจของเราเลยหรือ
ตัดออกบ้าง ลบทิ้งบ้าง ละทิ้งบ้าง
มีแค่สองมือ สองขา หนึ่งสมอง หนึ่งหัวใจ
...จะยึดติดอะไรมากมาย
มีแค่ปัจจุบันเท่านั้น วินาทีนี้เท่านั้น ที่เราเลือกได้
เพราะเมื่อเข็มนาฬิกาเดินหน้า เรื่องเมื่อวินาทีที่แล้วก็กลายเป็นอดีตทันที

อีกไม่นาน บทสนทนาในไลน์ก็จะเริ่มใหม่และเยอะขึ้นเรื่อยๆ ตามวันเวลา
ซึ่งเราคงลบออกบ้างเมื่อมันจบลง
อีกไม่นาน ภาพถ่ายในโทรศัพท์ก็จะเพิ่มขึ้นเช่นเดิมตามการเดินทางในชีวิต
ซึ่งเราคงลบออกบ้างในบางภาพ ที่ไม่ได้สื่อความหมายอะไร

ให้ทุกพื้นที่ถูกเก็บไว้แต่เรื่องที่ "ต้องเก็บ"
เพราะมัน "น่าเก็บ" ดีกว่า

คิดว่าแบบนั้นนะ : )



SHARE
Writer
kritsanat
Author
I'm an ordinary man ฉันก็เป็นแค่คนธรรมดาๆ คนหนึ่ง

Comments