สิ่งใดที่ประกอบขึ้นด้วยความรัก สิ่งนั้นมีคุณค่าเสมอ
-1-

เด็กคนหนึ่งตื่นขึ้นมาในรุ่งเช้าของทุกๆวัน
เธออาบน้ำ แต่งตัว และรอยคอยที่จะออกไปเผชิญโลกกว้าง

ตอนนั้นเธอยังไม่รู้หรอกว่า อาหารเช้าที่เธอทานอย่างเอร็ดอร่อย มันได้ผ่านการเคี่ยวกรำจากคนที่รักเธอมากที่สุดคนหนึ่ง คนที่ตื่นนอนก่อนเธอเพื่อเข้าครัว แล้วปรุงอาหารด้วยหัวใจอย่างสุดฝีมือ ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นว่าเด็กตัวเล็กกำลังมีความสุขกับอาหารธรรมดาสักจานหนึ่ง

เขา หรือ เธอ เอื้อมมือไปหยิบเม็ดข้าวที่ติดอยู่บนมุมปากของเด็กน้อย ก่อนจะขยี้หัวเบาๆ แล้วบอกกับเด็กคนนั้นว่า...

"ตั้งใจเรียนนะลูก"

-2-

เด็กคนนั้นเติบโตขึ้นในโลกที่ยื่นบททดสอบให้กับเธอเสมอ  
 
บางเวลา เธอพ่ายแพ้ต่อความรักหรือหัวใจของใครบางคนจนต้องเจ็บช้ำและหลั่งน้ำตา

บางเวลา เธอท้อแท้ต่อชีวิตที่ต้องเผชิญหน้ากับขวากหนามบนเส้นทางเดินแห่งความฝัน จนบ้างครั้งถึงกับถอดถอนใจ

บางเวลา เธอเหนื่อยหน่ายกับการก้าวเดินที่ไม่รู้ว่าปลายทางในสิ่งที่วาดหวังไว้นั้นอยู่อีกไกลสักเท่าไหร่

หากมีเวลาใดที่เธอเจ็บปวด
จะมีอย่างน้อยก็หนึ่งคนที่เจ็บปวดกว่าเธอเสมอ!

-3-
ย่ำค่ำวันหนึ่ง
เด็กน้อยคนนั้นหอบชีวิตที่ผุพังกลับบ้าน
เธอเปิดประตูเข้าไปแล้วเห็นว่า บนโต๊ะอาหารมีของโปรดของเธอวางอยู่

เธอได้ยินเสียงคนคุยกันในครัวหลังบ้าน เธอย่องช้าๆเพื่อแอบฟังว่าคนในครัวนั้นกำลังคุยอะไรกันอยู่

"แหมมม ทำแต่ของโปรดของลูกนะคุณ"
ผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นขณะเก็บผักสดเข้าตู้เย็น

"อย่าน้อยใจไปคุณ คุณก็รู้ว่านานๆทีลูกเราจะกลับมาทานข้าวเย็นอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา"
ผู้เป็นแม่บอก ขณะกำลังล้างกระทะและภาชนะเครื่องใช้

"จะว่าไปแล้ว ลูกจะรู้หรือเปล่านร้าาาาา ว่าคุณไม่เคยลืมอาหารจานโปรดของเธอได้เลย"

"รู้-ไม่รู้ ไม่สำคัญหรอก มันสำคัญที่ว่าฉันยังจำได้ และยังได้ทำมันอย่างสุดฝีมือเพื่อเธอต่างหาก"

น้ำตาของเด็กน้อยที่ยืนแอบฟังอยู่ไหลย้อยอาบแก้ม
เธอสาวเท้าเข้าไปโอบกอดแม่จากด้านหลัง

ผู้เป็นแม่หยุดนิ่งก่อนจะล้างมือในซิงค์ แล้วหันกลับมาถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนผู้เป็นพ่อก็เดินเข้ามาในระยะประชิด แววตาฉายความห่วงใยในแบบเงียบๆ

เด็กน้อยส่ายหน้าอย่างไร้เดียงสา ก่อนจะเอื้อยเอ่ยเบาๆว่า

"หนูรักแม่กับพ่อ มากๆค่ะ"

-4-
"ทานเยอะๆนะลูก"

คำพูดเดิมๆที่เด็กน้อยได้ฟังอีกครั้งในวันที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ คำนั้นมันแทรกซึมในหัวใจของเธอมาโดยตลอด แต่เธอพึ่งรู้สึกได้ว่ามันช่างอบอุ่นเหลือเกินในวันที่หัวใจเธอบอกช้ำ

คล้ายกับว่าความเหนื่อยหน่าย ความท้อแท้ ความผิดหวัง ความหม่นช้ำ ถูกผ่อนคลายด้วยช่วงเวลาหนึ่งในยามย่ำค่ำ

ใช่, ย่ำค่ำของตอนเย็น

-5-

เธอเข้าใจแล้วว่า...โต๊ะอาหารไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้วางกับข้าวกับปลาเฉยๆ

หากมันยังเป็นตัวแทนของช่วงเวลา ของความรัก ของความห่วงใย ของความเข้าใจ ของความอบอุ่น ของเรื่องราวบางอย่างที่หาจากที่ไหนไม่ได้

-6-

สิ่งใดที่ประกอบขึ้นด้วยความรัก
สิ่งนั้นมีคุณค่าเสมอ

และสิ่งใดที่คงอยู่เพื่อใครสักคน
สิ่งนั้นมีค่ามากกว่าราคาใดใดในโลกใบนี้

มันไม่สำคัญเลยว่า โต๊ะกินข้าวจะใหญ่โตหรูหรา หรือแคบกระทัดรัดแค่ไหน
หากสิ่งสำคัญก็คือ...

....ในขณะที่นั่งกินข้าวอยู่นั้น...
เราเงยหน้าขึ้นมาแล้วเจอใครมากกว่า....


นั่นต่างหากที่สำคัญ!


SHARE
Writer
McPITCH
ธารดารา
มันอยู่ที่ว่าคุณอ่านเรื่องของผมแล้วนึกถึงใคร

Comments

GirlHappin
4 years ago
....ในขณะที่นั่งกินข้าวอยู่นั้น...

เราเงยหน้าขึ้นมาแล้วเจอใครมากกว่า.... 
ชอบประโยคนี้  กินใจ  
Reply
McPITCH
4 years ago
ขอบคุณครับ :)
Poyluang
4 years ago
เราไม่เคยกินข้าวคนเดียว อาจดูกระแดะนะ แต่ถ้าต้องอยู่คนเดียวเราจะยัดๆๆๆๆอะไรเข้าปากใก้อิ่มๆไป. กินข้าวของเราจึงสำคัญมากกับคนที่อยู่ตรงข้ามเรา. และถ้าอยู่บ้านแม่ตะมานั่งเฝ้าเรากินตลอด. .... ว่าแล้วไปถามแม่ก่อนวันนี้มีอะไรกิน
Reply
McPITCH
4 years ago
ขอให้แต่ละมื้อเต็มไปด้วยความรักนะครับ :)