มองปัญหาแบบมองภาพอิมเพรสชั่นนิสม์
เมื่อเกิดปัญหาใด ให้มองด้วยสายตาของบุคคลที่สาม

บางครั้งปัญหาของเราดูยิ่งใหญ่กว่าปัญหา “โดยแท้จริง” เสมอ เพราะมันเป็นปัญหาที่เรามองด้วยมุมมองของเรา

1.

เมื่อคืนนี้ฉันฟังเพลง “รักแรกพบของ Tatoo color” และเมื่อฟังเพลงนี้ก็คิดถึงเรื่องที่เคยแต่งเมื่อเข้ามาเล่น Storylog ใหม่ ๆ เรื่องนั้นชื่อเรื่อง “รักแรกพบ”

จำได้ว่าตอนแต่งครั้งแรก อ่านทวนแล้วทวนอีก ฉันคิดว่ามันเจ๋งมาก มันดีงามที่สุด นั่นเป็นมุมมองของคนเขียน

ไม่ว่าอ่านอย่างไรก็คิดว่างานของตัวเองดีเสมอ

หนึ่งปีผ่านไป ฉันกลับมาอ่านมันอีกครั้ง “ด้วยสายตาของบุคคลที่สาม”

เป็นเรื่องแต่งที่พล็อตใช้ได้ เล่าเรื่องแปลกใหม่ดี แต่ไม่มีการสร้างอารมณ์ร่วมกับผู้อ่าน สำนวนและการใช้ภาษาบางช่วงยังขาด ๆ เกิน ๆ

เป็นเรื่องแต่งที่อ่านแล้วผ่านเลยไป

ไม่น่าเชื่อว่าฉันเคยมองเรื่องแต่งเรื่องนี้ว่าดีงามไม่มีเรื่องใดเสมอเหมือน

2.
 
ฉันกำลังฟื้นตัวจากอาการอกหัก และคิดว่าตัวเองดีขึ้นมากอย่างไม่น่าเชื่อ

นั่นคงเพราะฉันกำลังมองตัวเอง มองความรักที่เคยเกิดขึ้น มองผู้ชายคนนั้นด้วยสายตาของบุคคลที่สาม

ฉันกับเขาเป็นคนสองคนที่เข้ากันไม่ได้ ความชอบคนละแบบ รสนิยมคนละด้าน หากฉันฝืนจนเอาชนะใจผู้ชายคนนี้ได้ก็คงจะคบกันได้ไม่นาน

ฉันมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เอาแต่ร้องไห้ว่าอีกฝ่ายไม่รัก แต่ไม่ได้มองปัจจัยอื่น ๆ เลยว่าทำไมฉันและเขาถึง “รักกันไม่ได้”

ฉันในวันนี้กับฉันในวันนั้น ต่างกันโดยสิ้นเชิง

มันคือการเปลี่ยนมุมมองจากบุคคลที่กำลังประสบปัญหาเป็นบุคคลที่มองปัญหาด้วยสายตาของบุคคลอื่น

การมองปัญหาในแง่นี้ทำให้ฉันมีสติมากขึ้น

3. 
ฉันเคยเป็นที่ปรึกษาปัญหาความรัก เพื่อนของฉันถูกผู้หญิงหลอกใช้ให้รัก เตือนอย่างไรก็ไม่เชื่อฟัง

ฉันพยายามเตือนทุกหนทาง สุดท้ายได้แต่บอกกันในกลุ่มเพื่อนว่า “ปล่อยมันไปเถอะ เดี๋ยวมันก็เห็นทางสว่างเอง"
 
เพื่อนของฉันคนนี้เป็นที่ปรึกษาความรักที่ดีกับฉันเสมอ หากแต่เมื่อเจอปัญหาของตัวเอง เขากลับมืดบอดบนเส้นทางความรัก

คงเพราะเขากำลังตกอยู่ในวังวนปัญหา

4. 
บางครั้งการแก้ปัญหาไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่เราพลิกมุมมองจากคนเผชิญปัญหา เป็นคนมองปัญหาด้วยสายตาของบุคคลอื่น

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแต่งที่อ่านโดยใช้สายตาของคนอื่น การที่ฉันเห็นปัญหาความรักของเพื่อนอย่างชัดเจน ในขณะที่เพื่อนมองไม่เห็น หรือความรักที่ฉันเดินออกมาจากวังวนนั้นแล้วเดินมามองปัญหาการอกหักของตัวเองด้วยสายตาคนอื่น

มันทำให้ฉันเห็นปัญหาชัดเจนขึ้น

แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น

คงจะเหมือนการที่เรามองภาพอิมเพรสชั่นนิสม์ที่เมื่อมองใกล้ ๆ พิจารณาทีละจุดเรามักไม่รู้ว่านี่คือภาพอะไร

มองอย่างไรก็ไม่รู้

แต่เมื่อเราถอยออกมาห่าง ๆ พิจารณาภาพอิมเพรสชั่นนิสม์จากที่ไกล ๆ

เราจะรู้เองว่าภาพนั้น…คือภาพอะไร 

ภาพปกจาก vincent van gogh ชื่อภาพ the red vineyard
SHARE
Written in this book
ประสบการณ์ที่พานพบ
บอกเล่าเรื่องราวในชีวิตที่ได้พบเจอ
Writer
niji
mirage_niji
mirage_niji

Comments

Vanont
3 years ago
ใกล้บ้างไกลบ้างแล้วแต่กรณีที่เกิด อิมเพรสบ้างเอกเพรสบ้างเรียลลิติกบ้างก็เป็นสีสันชีวิตดีเหมือนกันครับ

Reply
niji
3 years ago
มองแบบเซอร์เรียลลิส ที่ต้องตีความก็แล้วแต่กรณีเช่นกัน^_^
loongchat
3 years ago
อย่างน้อยก็ได้มองอีกหลายมุม รู้ลึกมากขึ้น
ภาพปกสวยมาก ชอบครับ
Reply
niji
3 years ago
สวยจริง ๆ นะคะ รูปนี้ ไม่ค่อยเคยเห็นเผยแพร่นัก