คุณกับภาพฝันกัดกินใจ
ทำไมคนเราถึงต้องชอบใครสักคน
คุณอยู่ไกลออกไป ในชีวิตที่คล้ายจะเดินเฉียดกันบ่อยครั้งโดยไม่อาจได้พบกัน
เราเชื่อมต่อกันด้วยสถานะทางสังคม บางช่วงเวลาคุณดูแลเราเล็ก ๆ น้อย ๆ เอ่ยถ้อยคำอ่อนโยน นั่นอาจเป็นเพราะหน้าที่
ในคำพูดที่ปราศจากความหมายที่แท้จริง เราถูกความว่างเปล่าในถ้อยคำเหล่านั้นกัดกินเชื่องช้า ด้วยคำพูดที่ว่า ‘คิดถึง’ หรือ ‘ไม่ว่ายังไงเรายังมีพี่ เรายังมีทุกคนนะ’

แรกพบ เราสะดุดใจกับคุณที่เพียงยืนอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางผู้คนมากมายที่ยังไม่ทันได้รู้จักกัน เรามองคุณนานกว่าเพียงวินาทีที่ใช้มองคนไม่รู้จัก ถึงอย่างนั้น เราคิดไว้ในใจแต่แรก เราคงไม่มีทางได้คุยกัน ด้วยอายุที่ต่างกัน และชีวิตที่ดูไม่มีสิ่งใดคาบเกี่ยว
แล้วเย็นวันนั้นคุณก็ปรากฏตัวข้าง ๆ พร้อมบอกว่าคุณเป็นรุ่นพี่ที่จะดูแลเรา
แล้วเราก็ได้พบคนที่เลือกทางเดินคล้ายคลึงกัน คุณอยู่ข้างหน้า บนเส้นทางที่เรากำลังจะก้าวเดิน โดยไม่รู้ตัว ความหวังของอนาคตที่จางหายไปได้กลับคืนมา แล้วเราก็ออกวิ่งอีกครั้ง ด้วยคำพูดที่คุณอาจเพียงล้อเล่นว่าให้เป็นแรงผลักดันของกันและกัน บอกให้เราตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะก้าวข้ามคุณไป

หลายครั้ง เราพบกัน สายตาประสานในระยะห่างสิบเมตร คุณเดินจากไป ปราศจากคำทักทาย และเราลังเลเกินกว่าจะเอ่ย
หลายครั้ง คุณกอดเรา สัมผัสราวกับว่าคุ้นเคยกันมานาน ทว่าสำหรับใครหลายคนแล้ว มันคงเป็นเพียงการทักทายที่ไม่มีความผูกพันมาข้องเกี่ยว

กลางดึกคืนนั้น คุณออกมาอยู่ข้างกันตามคำชวนที่เราเพียงล้อเล่นในวันโกหก วนาทีที่คุณตอบรับ ในหัวของเราว่างเปล่า ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงต่อไป
บทสนทนาทอดยาวออกไป เข็มนาฬิกาเดินหมุนไปโดยที่เราไม่ได้ใส่ใจ สองสามครั้งที่คุณพูดคล้ายกลับว่าจะจากไปแล้ว เรารั้งคุณไว้ด้วยคำพูดที่เราเจตนาล้อเล่น ทว่าคุณยังยอมอยู่ตรงนั้น เคียงข้างกัน

เราไม่มีทางรู้หรอกว่าในห้านาทีที่แล้วอาจเป็นนาทีที่ดีที่สุดในชีวิตแล้วก็ได้ แม้ความสุขของตอนนั้นจะทำให้คุณหวังถึงรอยยิ้มที่มากขึ้นในวันพรุ่งนี้
ระหว่างเรากับคุณ ช่วงเวลาสั้น ๆ ในคืนนั้น อาจเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วก็ได้

เรารู้ดี เราอาจเพียงหลงใหลใน empty intention ของตนเอง
เป็นเพียงการตระหนักรู้ผ่านประสบการณ์ ผ่านความทรงจำ ผ่านความวาดฝันว่าตัวตนของคุณเป็นเช่นนั้น ทั้งที่หากนับรวมชั่วโมงที่เราอยู่ข้างกันในความจริง ทั้งหมดอาจไม่ถึงครึ่งวันด้วยซ้ำ เราพูดคุยผ่านตัวอักษร และชอบคุณในความฝัน
เช่นเดียวกับที่เรารู้สึกดีกับใครอีกคนมาตลอดสี่ปี ใครคนที่อยู่อีกฟากประเทศ และเรายังหาทางกลับไปพบอีกสักครั้ง
เรารักและเจ็บปวดด้วยความคาดหวังของตนเอง และการนิยามความสัมพันธ์ด้วยตนเอง

บางครั้งความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่อาจเป็นสิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าเสียงเรียกร้องของความตาย
ชีวิตในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เราไม่ได้คิดอะไรนอกจากว่า อยากลองพยายามที่จะมีชีวิตอีกครั้ง พยายามจะมีความสุขและเดินไปข้างหน้า แต่หากทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะเรามีความตายที่รอเราอยู่ จะจากไปเมื่อไหร่ก็ได้ ในวินาทีที่มั่นใจว่าตนเองไม่อาจมีความสุขได้ไม่ว่าอย่างไร
แต่พอได้พบคุณและผู้คนรอบกายในยามนี้ ความรู้สึกดีเป็นสิ่งที่บอกเราว่า ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำทุกสิ่งให้สำเร็จให้ได้ แล้วในทันทีที่เรารู้สึกว่าเรากำลังมีความสุข ก็มีเงาของความคาดหวังผูกรัดทั่วทั้งกายจนหายใจไม่ออก มันเป็นตอนที่เราไม่อาจแยกแยะอีกต่อไปว่าสิ่งใดเป็นรอยยิ้มหรือน้ำตาที่แท้จริง


ทำไมเราถึงชอบคุณที่มีความฝันคล้ายคลึงกัน ด้วยเหตุผลเพียงเท่านั้น เหตุใดเราจึงไม่ชอบตนเองมากพอที่จะโอบอุ้มใจด้วยอ้อมแขนของตัวเอง

ความชอบก็เป็นเช่นนั้น เรารู้ดี
ความรัก ไม่ว่าจะสถานะใดไม่จำเป็นต้องได้รับการตอบสนอง
และเราไม่ควรจะแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพียงเพราะความเมินเฉยในแต่ละครั้ง
ยังคงต้องเดินไปสู่วันพรุ่งนี้ หากความพยายามที่มีมันไม่พอก็ต้องพยายามและพยายามต่อไปอีกจนกว่าชีวิตจะถูกกัดกินจนไม่อาจหายใจอีกต่อไป
แล้วเราก็พยายามที่จะมีชีวิตอยู่อีกครั้ง

ในวันพรุ่งนี้ที่คงไม่ได้พบคุณ และวันถัดไปที่คุณคงยังปราศจากคำทักทาย

note: -empty intention หมายความประมาณว่าการนึกถึงบางสิ่ง จินตนาการถึงลักษณะ/ความทรงจำ โดยที่สิ่งนั้นไม่ได้ปรากฏอยู่ตรงหน้า รู้จักคำนี้มาจากวิชาที่เรียนอยู่และคิดว่ามันตรงความรู้สึกที่สุดค่ะ
        -เผื่อคนในชีวิตจริงเข้ามาอ่าน เราไม่ได้ชอบคนที่เขียนถึงแบบคนรัก ถ้าอ่านงานก่อน ๆ ที่เราลงไว้จะเห็นได้ว่าเราเขียนถึงความรู้สึกดีที่มีต่อหลายคนที่ต่างกันออกไป
SHARE
Writer
Reinforce
ระหว่างการเดินทาง
นัก(อยาก)เขียนอายุสิบเก้า รักงานเขียน ภาษา ปรัชญา ศิลปะ ดนตรี กีฬา จักรยาน การถ่ายภาพ ดวงดาวและท้องฟ้า

Comments

fairyrada
10 days ago
สู้ :)
Reply
Reinforce
9 days ago
ขอบคุณนะ :)