การออกเดินทาง..ครั้งแรกในต่างแดน
การออกเดินทางคนเดียวมันเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดาของฉันมาก
แต่ครั้งนี้มันต่างไปจากทุกครั้ง เพราะฉันได้เดินทางไปต่างแดนคนเดียว นั่นเป็นครั้งแรกที่จะได้ออกนอกประเทศ
ฉันรีบหาข้อมูล และทำการจองตั๋วเครื่องบินทันที 
ใจนึงก็อยากไป อีกใจนึงก็กลัว ภาษาก็ไม่ค่อยได้ ไม่ใช่บ้านเราที่จะถามใครก็ได้ คนที่นั่นจะน่ากลัวมั้ย?
มีหลายคนที่ถามว่า ไปคนเดียวไม่กลัวหรอ? นอนห้องรวมมันอันตรายนะ คนมุสลิมน่ากลัวนะ อาหารบ้านเขาจะอร่อยหรอ? หลงทางขึ้นมาจะทำยังไง? ไม่มีเพื่อนคุยระหว่างเดินทางไม่เหงาหรอ?
ความกลัวสารพัดที่เข้ามาในความคิด แต่ในเมื่อเลือกที่จะลองก็ต้องทำให้ได้
เช้าวันออกเดินทางฉันตื่นเต้นเกินกว่าจะนอนหลับได้ 
เมื่อไปถึงปีนังฉันรู้สึกว่า 'คิดถึงประเทศไทย' เพราะความกลัวกำลังทำให้ฉันสับสน ภาษาที่ไม่คุ้นเคย
ฉันรีบหารถสำหรับคืนนี้เพื่อไปลงมะละกา แต่ปัญหามันก็เกิดขึ้นมา ผิดพลาดจากแผนที่ตั้งใจไว้ รถที่จะนั่งไปมะละกาคืนนั้นเต็็มหมดทุกเจ้า จนคุณลุงใจดีคนนึงหารถรอบดึกสุดให้ฉันนั่งเข้าเมืองKL เพื่อไปต่อรถไปมะละกาได้ ซึ่่่่่่่งระยะเวลาและค่าใช้จ่ายพอๆกันเลย ฉันเลยตัดสินใจไปรถรอบนั้น เมื่อได้รถแล้วฉันก็็็็็็ออกเดินทางเพื่อเก็บความทรงจำในปีนัง
ฉันรู้สึกว่า คนที่นั่นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แม้ภาษาฉันจะไม่เก่งแต่เขาก็พยายามช่วยฉัน มันทำให้ฉันกล้าที่จะใช้มัน
แต่จุดที่แย่กว่านั้นคือ ในระหว่างที่รถเข้าตัวเมืองKLตอนเช้ามืดแล้ว เด็กรถบัสก็ขึ้นมาตะโกนเสียงดังและเร็วมากจนฉันสะดุ้งตื่น
นักท่องเที่ยวต่างทยอยลงจากรถ ฉันคิดว่าถึงแล้วแน่ๆจึงได้เดินตามพวกเขาไป
สรุป ฉันลงผิดที่! จะทำยังไงดี! แต่โชคยังเข้าข้างฉัน คือ ฉันลงที่ KL SENTRAL ฉันยังสามาาถต่อรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีขนส่งเพื่อต่อรถได้
นี่แหละคือการเดินทาง ถ้าไม่หลงเลยก็ไม่มีสีสันน่ะสิ! จริงมั้ยล่ะ?!? 
เมื่อไปถึงมะละกา สิ่งที่ฉันต้องรีบทำคือ การหาที่พัก และฉันก็ได้ที่ๆดีมาก ฉันตัดสินใจนอนห้องรวมเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่ในห้องรวมนั้นมีฉันนอนแค่คนเดียว 
ฉันออกเที่ยวจนถึงเย็น หาอะไรทาน และกลับเข้าที่พักเพื่ออาบน้ำ ฉันออกมาเดินเล่นริมแม่น้ำตอนกลางคืนอีกครั้ง และฉันก็เดินมาเจอร้าน LOK LOK คิดว่ามาครั้งนี้จะไม่ได้ลองซะแล้ว
ฉันชอบที่จะลองอะไรใหม่ๆ ชอบเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆในแต่ละพื้นที่
คืนนั้นฉันหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า และสะดุ้งตื่นมาอีกทีตอน 8โมงเช้า 
หลังจากที่ฉันเช็คเอ้าท์แล้ว ก็มารอรถเมล์เพื่อนั่งไปลงสถานีขนส่งของมะละกา ระหว่างที่นั่งรออยู่มีคุณลุงที่ขับรถสามล้อของที่นั่นมาเรียกฉันและบอกว่า รถสาย17ที่จะไปสถานีขนส่งมาแล้วนะ 
ฉันทำได้เพียงแค่พูดขอบคุณคุณลุงคนนั้น รถเมล์ก็ได้เคลื่อนออกไปแล้ว ฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่กล้าออกเดินทาง มันทำให้ฉันรู้ว่าคนประเทศนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด 
เมื่อมาถึงเมืองหลวงKL ฉันเลือกที่จะเข้าที่พักเพื่อไปเก็บของ ซึ่งคราวนี้ห้องรวมของฉันมี6เตียง และทุกเตียงก็มีผู้คนที่หลงรักในการเดินทางเหมือนกันกับฉัน
เราได้ทำการพูดคุยและทักทายกันนิดหน่อย ฉันก็ออกเดินทางอีกครั้ง ในสถานี KL SENTRAL เป็นสถานีที่วุ่นวายมาก เพราะมันรวมทุกๆการขนส่งไว้ที่นั่น 
ที่ตู้กดตั๋วอัตโนมัติฉันเลือกรถไฟฟ้าผิดสาย ทำให้ฉันไม่เจอสถานีปลายทางที่จะลง ก็มีผู้หญิงมาเลคนนึงเข้ามาช่วยสอนฉันดูสายรถไฟฟ้าที่นั่นด้วย
พอเริ่มค่ำ ฉันก็นั่งรถไฟฟ้ามาลงที่ KLCC เพื่อมาดูน้ำพุที่ตึกแฝด เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง 5555
ความตื่นตาตื่นใจ มันทำให้เหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งนึงคืนสุดท้ายในต่างแดน ผู้คนในห้้้้้้้้้้องนั้นต่างแลกเปลี่่่ยนประสบการณ์การเดินทางกัน รอยยิ้ม เสีีียงหัวเราะและมิตรภาพได้เกิดขึ้นที่ห้องนั้น ฉันนอนหลับไปด้วยความสุข 
ก่อนขึ้นเครื่องกลับไทย ฉันรู้สึกว่าการเดินทางในครั้งนี้ทำให้ฉันได้เรีียนรู้อะไรหลายอย่างมากมาย เพราะมันไม่่่่ใช่แค่ในประเทศ ผูู้คนที่ฉันไม่สามารถสื่อสารกับเขาด้วยภาษาที่ฉันถนัดได้ 

ในวันนี้ฉันได้คำตอบที่จะกลับไปตอบพวกเขาแล้ว ถ้าเราไม่กล้าที่จะออกเดินทาง เราจะรู้ได้ไงว่ามันเป็นยังไง 
ต่อให้เราอ่านกระทู้รีวิวอีกสักกี่กระทู้ ฟังคนที่เคยไปแล้วมาเล่าให้ฟังอีกสักกี่ครั้ง มันก็ไม่เหมือนกับที่เราลองเปิดใจออกเดินทางด้วยตัวเอง
ขอบคุณตัวเองที่กล้าออกเดินทางในครั้งนี้ 
ขอบคุณพ่อกับแม่ที่ปล่อยให้ฉันได้ทำในสิ่งที่ฉันรัก
ขอบคุณประสบการณ์ดีๆ เพื่อนใหม่ในการเดินทางครั้งนี้ 
แล้วเจอกันใหม่ในทริปต่อไป 😄
ลองเปิดใจคุณให้ทำในสิ่งที่รัก แล้วความสุขจะเกิดขึ้นในแบบของมัน

SHARE
Writer
arBEERia
dreamer
เขียนไปเรื่อยเปื่อย เขียนไปตามความรู้สึก เขาอาจจะไม่เคยรู้ว่ามีใครคนนึงรู้สึกกับเขามากขนาดนี้

Comments