Never Forget You (อาจารย์ อภินพ )
...อาจารย์ อภินพ...  
“คุณว่างไหม? ไปทานข้าวเป็นเพื่อนผมหน่อย” 
อาจารย์อภินพ เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาdrawing เราเดินเจอกันหน้าร้านข้าวมันไก่เก่าแก่ร้านหนึ่งย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ เป็นร้านหน้าปากซอยของสถานศึกษาที่ฉันเรียนอยู่

“ได้ค่ะ อาจารย์ ” 
ฉันเอ่ยปากรับคำไปแบบงงๆ ประหม่าวางตัวไม่ถูกเมื่ออยู่กับอาจารย์สองคนเช่นนี้

“ร้านนี้ ผมมากินประจำเลย เมื่อก่อนตอนที่ร่างกายยังดีๆอยู่ แต่ช่วงนี้คงต้องห่างๆบ้างแล้ว ตามอายุ ” อาจารย์เอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ใบหน้าของอาจารย์วันนั้นฉันยังจำได้ดี ความรู้สึกฉันครึ่งหนึ่งตกไปอยู่ที่สีหน้าและการพูดจาของอาจารย์ ด้วยวัยค่อนคนที่ยังมีท่าทีกระฉับกระเฉง การแต่งตัวเนี๊ยบตามสไตร์ ทำให้ฉันพอเดาเค้าความ หล่อ เก๋า สมัยวัยรุ่นได้ชัดเจน... 

“อาจารย์สอนที่นี่มานานแล้วเหรอคะ ” ฉันเพิ่งเข้าเรียนปีแรก และยังไม่คุ้นชินนักกับความเป็นศิลปินที่ในตัวของคนตรงหน้า..ที่มีอย่างเต็มเปี่ยม 

“ผมรักศิลปะ ผมรักเวลาที่ได้จับดินสอตั้งแต่เด็กๆ รู้ตัวอีกทีผมก็อยู่กับมันมานานกว่าค่อนชีวิต และพูดได้เต็มปากว่าผมรู้จักมันดีกว่าภรรยาผมเองซะอีก” คำพูดติดตลกนั้นทำให้ฉันเข้าใจว่า อาจารย์เป็นมากกว่าคนที่แค่ถ่ายทอดความรู้ แต่สิ่งที่อาจารย์สอนทุกครั้งมันคือความรู้ทั้งชีวิตของอาจารย์เอง 
 
ผมเหมือนหนังสือนะ พวกคุณถูกบังคับให้อ่าน  
เมื่อหมดเล่มก็วางทิ้งไว้เฉยๆ แต่ก่อนที่ผมจะถูกวางผมก็อยากให้คนอ่านได้เข้าใจก่อน 
ว่าสิ่งที่คุณอ่าน คือทั้งหมดที่ผมอยากให้คุณรู้   


นั่นไม่ใช่คำตัดพ้อ ไม่ใช่คำพูดของชายสูงอายุที่พร่ำบ่นว่าเหนื่อย แต่มันคือคำอธิบายตรงตัวชัดเจน เป็นจุดประสงค์ในชีวิตของครูท่านหนึ่ง..
.
.
“สักวันหนึ่งคุณจะรู้ว่าศิลปะ ไม่ได้เรียนแค่ให้ดูเท่ ”  
ฉันจำไม่ได้ว่าวันนั้นฉันถามอะไรที่ดูโง่ๆออกไปบ้าง รู้แต่จำได้ดีทุกประโยคที่อาจารย์พูดออกมา 
ฉันคงจะเป็นคนที่โชคดีที่สุด ที่ได้ทานข้าวมันไก่กับอาจารย์มื้อนั้น 

...ผมยังมีอะไรที่อยากทำอีกเยอะ ผมอยากเขียนหนังสือ รวมผลงานของตัวเองและเพื่อนๆทั้งหมด แต่เวลาชีวิตเหลือน้อยเต็มทีแล้ว...

อาจารย์กล่าว น้ำเสียงที่เข้มแข็งแววตาที่มุ่งมั่น ไม่ได้แสดงออกของอาการอิดโรยในวัยใกล้เกษียณเลยเเม้เเต่น้อย 
.

กลายเป็นว่าวันนั้น มันทำให้ฉันรู้คำตอบที่เเท้จริงว่าฉันเรียนศิลปะไปทำไม ฉันรู้มันมีมากกว่าความเท่ ความเก๋า มันกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ผูกติดชีวิตเราตลอดไป.. 

ไม่เคยมีสักครั้งที่ห้องdrawingจะไม่มีเสียงเพลง หรือเสียงคลอกีต้าร์เบาๆไปตามอารมณ์คนเล่น
เมื่อนักศึกษาเริ่มลงมือวาดภาพ ละเลงสีบนจาน เมื่อฉันเริ่มร่างภาพบนกระดาษฉันจะชอบมองไปที่ 
ชายเล่นกีต้าร์ที่ชอบมองออกไปทางหน้าต่างบริเวณที่แดดส่องมา ฉันไม่เข้าใจว่าเค้าคิดอะไร ฉันไม่เคยเข้าใจ...จนวันที่ฉันได้นั่งทานข้าวกับเค้าครั้งนั้น
 
"ผมเหมือนหนังสือนะ พวกคุณถูกบังคับให้อ่าน เมื่อหมดเล่มก็วางทิ้งไว้เฉยๆ แต่ก่อนที่ผมจะถูกวางผมก็อยากให้คนอ่านได้เข้าใจก่อน ว่าสิ่งที่คุณอ่าน คือทั้งหมดที่ผมอยากให้คุณรู้"  

“เหนื่อยไหมคะอาจารย์ ขอบคุณที่สอนหนูขอบคุณคำปรึกษาดีๆและเสียงกีต้าร์นั่นค่ะ ขอบคุณค่ะ”
.
.
ปล.ภาพปกเป็นภาพจริงของอาจารย์ค่ะ 
SHARE
Writer
RattikornTeerakanon
Writer
ให้เรื่องเล่า..เล่าเรื่อง...

Comments

tanatf
2 years ago
สวัสดีคับ อาจารย์ ผม ธนัท นะคับ ซิษย์ของอาจารย์ ที่ ชอบเรียนกับอาจารย์มาก วาดรูปได้ทั้งวันม่ายเบื่อเลย วาดดรออิ้งแบบข้ามขั้นอาจารย์ต้องเดินมาเตือนให้ทำตามขั้นตอนทุกครั้ง555 อาจารย์ ทำให้ผมโตมามีความรู้มีมุมมองที่แตกต่างและเอาไปเผยแพร่ไปสอนศิษย์ของผมได้อีก ขอบคุณและรักอาจารย์มากคับ คิดถึงอาจารย์ฮะ
Reply
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่ ^^
nanshu29
2 years ago
สวัสดีค่ะสุมนาเองนะคะ(แนน) อ.บ. รุ่นที่ 18 ที่ชอบวาดการ์ตูนอะค่ะ ฮาๆ  ชอบวิธีที่ อ. สอนมากๆและขำตลอดเลยเรียนกับ อ. ไม่เคยเบื่อ     คิดถึงอาจารย์นะคะ และอาจารย์ทุกคนค่ะ
Reply
Pearryme
2 years ago
อาจารย์อภินพ : ขอบคุณสำหรับทุกๆสิ่งที่งดงามและลึกซึ้งดั่งภาพเขียน
(ท่านได้อ่านทุกคอมเม้นต์แล้วนะคะ)
Reply
Vanont
2 years ago
อ่านแล้วรู้สึกดีครับ 
เจอประโยคหนึ่งี่เข้ากับเรื่องนี้เลย
มนุษย์ทุกคนไม่ได้กลัวการตาย แต่จะกลัวการที่จากไปแล้วไม่มีใครรู้สึกว่าเราหายไปต่างหาก

Reply
ขอบคุณค่ะ:)
Phukrub
2 years ago
ขอบคุณสำหรับบทความดีดีครับกล้วย
Reply
ใครอ่าาา><