ฉันถูกความเศร้าสอนให้เข้าใจชีวิต
ฉันถามคุณในวันแรกๆ ที่เราคุยกันว่าคุณโอเคกับฉันมั้ย? ฉันเป็นอย่างนี้คุณจะรับได้รึเปล่า? และคุณตอบถามฉันกลับว่า 'อ้าว ทำไมละพี่ ก็ปกติ คนเราต้องลองศึกษากันก่อนปะ ถึงจะรู้'

ฉันไม่ได้ตอบ เพียงแค่ยิ้มและคิดว่าคุณก็พูดถูก เหมือนอย่างใครหลายคนบอกเอาไว้ คนเราไม่อาจตัดสินหนังสือจากการที่เห็นแค่ว่าหน้าปกสวยดี เราไม่มีวันรู้จนกระทั่งเราเปิดอ่านเนื้อหาข้างใน

แต่สิ่งที่คุณไม่รู้และฉันคิดว่าผู้คนไม่มีวันรู้เลยคือ ฉันเป็นคนมีความนับถือตนเองต่ำและไม่เคยมั่นใจตนเอง ภาพลักษณ์ที่ดูมั่นใจของฉัน มันถูกสร้างเพื่อปกปิดความเจ็บปวดที่เคยผ่าน 
คนเราพอชีวิตผ่านเรื่องราวเลวร้ายมากมาย สิ่งที่ทำมีแค่เพียงสองอย่างเท่านั้น ยอมรับและก้าวเดินต่อ หรือกล้ำกลืนความเจ็บปวด สร้างหน้ากากขึ้นเพื่อหลีกหนีความทรมาน สุดท้ายเราจะกลายเป็นใครอีกคนที่ไม่คิดว่าจะเป็น มันไม่ใช่เรื่องแย่ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องดี มันคือกลไกการอยู่รอดของชีวิตที่มีอดีตคอยย้ำเตือน
คนเราพอชีวิตผ่านเรื่องราวเลวร้ายมากมาย สิ่งที่ทำมีแค่เพียงสองอย่างเท่านั้น ยอมรับมันและก้าวเดินต่อ หรือกล้ำกลืนความเจ็บปวด สร้างหน้ากากขึ้นเพื่อหลีกหนีความทรมาน สุดท้ายเราจะกลายเป็นใครอีกคนที่ไม่คิดว่าจะเป็น
สำหรับฉันแล้ว ทุกวันอดีตสวยงามกว่าปัจจุบัน ฉันถูกความเศร้าสอนให้เข้าใจชีวิตมากกว่าความสุข แต่นั่นไม่ได้แปลว่าฉันไม่เห็นค่าชั่วโมงยามของความสุขใด เพราะแบบนั้นแหละมั้ง มันถึงเจ็บปวดตอนวันที่คุณเดินเข้ามาพูดวันที่เราเลิกกันว่า 

'พี่ เราเลิกกันเถอะ ผมว่าผมรับอะไรที่เป็นพี่ไม่ได้'

วันนั้นคือวันที่ 23 กรกฏาคม เป็นวันเกิดของคุณพอดี ฉันจดจำได้ว่าตอนเช้าฉันยังตามหาซื้อของขวัญมาเซอร์ไพร์สให้คุณ แต่ตกตอนเย็นกลับต้องได้ยินคำบอกเลิกที่่ไม่คาดคิดจะได้ยินจากปากคุณ

มันเป็นความเห็นแก่ตัว มันทำลายทุกสิ่งที่ฉันคิดเกี่ยวกับคุณ ฉันรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าและคุณเดินเอามีดมากรีดแผลเดิมซ้ำไปซ้ำมา แต่ชั่วขณะที่สับสน คุณกลับอ้างว่า

'พี่จำเรื่องเราตกลงได้มั้ย ที่บอกว่าเราจะคุยกันก่อน ถ้าไม่โอเคค่อยว่ากัน'

ตอนแรกที่เราพูดถึงเรื่องนี้ ฉันคิดว่ามันแฟร์ที่หากเราไม่โอเคต่อกัน เราก็แค่ต่างคนต่างไป กลับไปใช้ชีวิตของตนเอง ไม่มีใครต้องผูกพันธ์อะไรมากมาย มันคงไม่มีใครเจ็บอะไร

แต่ทุกอย่างก็ผิดคาด...

แม้เรื่องของเราจะเป็นเวลาอันน้อยนิด แต่ความหลงใหลก็พาเราจมดิ่งในวังวนไม่รู้ตัว จนกว่าจะรู้ว่าตัดสินใจผิดพลาดก็ตอนที่คุณโอบกอดฉัน แต่กลับเอ่ยคำบอกเลิกอันร้ายกาจออกมา

ฉันถามคุณว่าตัวฉันผิดอะไร ฉันผิดกับการเป็นตนเองมากเกินไป หรือจริง ๆ คุณยังคงคิดถึงคนรักเก่าอยู่ ทำไมคุณไม่พูดตรง ๆ ว่าคุณเบื่อและไม่รักกันแล้ว ฉันยอมให้คุณจากไปโดยดี แต่ไม่ใช่การอ้างว่าคุณรับสิ่งที่เป็นฉันไม่ได้เลย ทั้งที่วันแรกคุณไม่เห็นจะโต้แย้งอะไร

ตีสี่ของวันนั้น เราออกมาเคลียร์เรื่องคาใจของเรา คุณพูดมากมายถึงเหตุผลของคุณซึ่งฉันเห็นว่ามันคือข้ออ้างทั้งหมด แต่สิ่งที่คาใจมาตลอดคือเรื่องที่คุณบอกว่ารับกันไม่ได้ อะไรที่เป็นฉันคุณไม่โอเค แล้วทำไมก่อนหน้าคุณถึงไม่โต้แย้ง

คำตอบของคุณทำให้ฉันโมโห และไม่คิดเลยว่าตลอดเวลาคุณจะคิดอย่างนี้ 

คุณพูดว่าคุณคิดว่าสักวันจะเปลี่ยนฉันได้....

ฉันอาจเป็นคนไม่นับถือตนเองและมีความมั่นใจต่ำ ฉันจำได้ว่าเคยบอกไปแล้วว่าที่ผ่านมาชีวิตฉันเป็นยังไง แต่ไม่ได้แปลว่าฉันจะยอมเปลี่ยนแปลงเพื่อใครจนหมด เส้นแบ่งระหว่างการปรับตัวเข้าหากันกับการยอมเป็นคนโง่ ยอมอีกฝ่ายเสมอ มันถูกแบ่งแค่เส้นด้ายบางๆ 
ฉันอาจเป็นคนไม่นับถือตนเองและมีความมั่นใจต่ำ ฉันจำได้ว่าเคยบอกไปแล้วว่าที่ผ่านมา ชีวิตเป็นยังไง แต่ไม่ได้แปลว่าจะยอมเปลี่ยนแปลงเพื่อใครจนหมด เส้นแบ่งระหว่างการปรับตัวเข้าหากันกับการเป็นคนโง่ ยอมอีกฝ่ายเสมอ มันถูกแบ่งแค่เส้นด้ายบางๆ 
ฉันยอมปรับตัวได้หากคุณพร้อมจะปรับตัวเข้าหากัน แต่ไม่ใช่การมาเปลี่ยนทุกสิ่งอย่างนี้ มันเหมือนแววตาของคุณวันนั้นพูดกับฉันว่า 

'เพราะทุกอย่างที่เป็นเธอ มันผิดไปหมด' 

เกือบรุ่งเช้าที่เราต่างโต้เถียงกันในคืนนั้น ฉันจำไม่ได้แล้วว่าคุยกับคุณเรื่องอะไรบ้าง จำได้แค่ว่ามันมีทั้งความสับสน อารมณ์โกรธและความผิดหวังล่องลอยอยู่ในอากาศของเราสองคน ประโยคสุดท้ายที่ฉันเตือนกับคุณก็คือ...

'คราวหลังอย่าทำอย่างนี้ ถ้าคุณชอบใครแบบไหน ยังไงก็ให้ออกไปหา อย่าคาดหวังว่าจะเปลี่ยนใครสักคนได้ เพราะมันไม่มีใครยอมทำได้หรอก'

ฉันไม่รู้ที่คุณพยักหน้าคือเข้าใจจริงหรือแค่อยากให้ฉันไปให้พ้น ๆ แต่ฉันเลือกหันหลังกลับโดยไม่มีวันหันกลับไปมองคุณอีก ความรู้สึกโกรธและเจ็บช้ำ ความตกใจ สับสน กระจัดกระจายอยู่ภายในความรู้สึกเต็มไปหมด และแม้คุณบอกเลิกกันด้วยเหตุผลแย่แค่ไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันยังคงสร้างบาดแผลมากมายเหลือเกิน 

วิธีที่ดีที่สุดตอนนั้นคือการบล็อคทุกสิ่งเกี่ยวกับคุณ มันเป็นวิธีเดียวที่ฉันพิสูจน์มาแล้วว่าการไม่เจอ ไม่คุยกับคนที่เราจะเลิกความสัมพันธ์จะช่วยให้เรายอมรับได้ง่ายขึ้น หากยิ่งตอกย้ำด้วยการไปเจอที่เก่า พูดคุยเรื่องเดิม รั้งแต่จะดึงความทรงจำวันคืนกลับมาเท่านั้น

แต่คุณก็กลับมา...

ไม่หรอก... คุณไม่ได้กลับมาขอคืนดี และฉันไม่เคยคาดหวังให้คุณกลับมา หลังจากคุณทำร้ายกันอย่างนั้น คุณแค่โทรมาถามว่าฉันเป็นอย่างไรหลังจากเราเลิกกันได้เกือบสองอาทิตย์กว่า 

'ฉันควรเป็นอย่างไร ในวันที่ฉันไม่มีใครอีกแล้ว ขณะที่คุณกำลังพบเจอใครคนใหม่'

ฉันอยากถามคุณแบบนั้น แต่สิ่งที่ฉันตอบก็แค่คำว่าสบายดี และเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องของเราอีก แม้จะรู้ใครคนใหม่ที่คุณคุยด้วยคือเพื่อนที่ฉันรู้จัก นั่นก็ไม่ใช่เรื่องของฉันอีกแล้ว หากคุณจะอยากคบใครคนอื่น แม้ในใจตอนนั้นอยากรู้เหลือเกินว่าคุณทำได้ยังไง 

เราไม่ได้ติดต่อกันหลายเดือน ซึ่งเป็นเรื่องดีแล้ว 

แต่เก้าเดือนผ่าน คุณกลับโทรมาหาและนั่นทำให้ฉันกลับอยากร้องไห้เหลือเกิน อยู่ ๆ มันกลับเป็นความคิดถึงที่ถาโถม แม้บทสนทนาของเราจะแค่ถามสารทุกข์สุขดิบ ไม่ได้มีเจตนาจะกลับคืน ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ แต่กลับอดใจหายไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงคุณอีกครั้ง 

ถึงตรงนี้ ฉันพูดไม่ได้แล้วว่ายังเกลียดคุณที่ทำร้ายกันอยู่มั้ย มันอาจเป็นความรักที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังพร้อมกัน ฉันเกลียดที่คุณคือคนที่ทำลายกำแพงที่สร้าง และเป็นคนเอามีดมาแทงซ้ำให้บาดแผลเปิดออก แต่ก็รักคุณในฐานะที่เป็นคนทำให้เรียนรู้คำว่าความสุขที่เกิดจากการร่วมใช้ชีวิตกับใครสักคน แม้เวลาของเราจะแสนสั้นเหลือเกิน

มันอาจเป็นความรักที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังพร้อมกัน ฉันเกลียดที่คุณคือคนที่ทำลายกำแพงที่สร้าง และเป็นคนเอามีดมาแทงซ้ำให้บาดแผลเปิดออก แต่ก็รักคุณในฐานะที่เป็นคนทำให้เรียนรู้คำว่าความสุขที่เกิดจากการร่วมใช้ชีวิตกับใครสักคน

ปีสุดท้าย เพื่อนสนิทของฉัน (คนที่รู้จักเราทั้งคู่) บอกว่าคุณได้เรียนจบและย้ายลงปักหลักกับคนรักของคุณ เราไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงแต่งงานทั้งที่อายุยังน้อย แต่ก็ดีแล้วที่คุณได้เจอใครที่ดูแลคุณได้และเขาก็เป็นคนที่คุณใฝ่ฝัน 

สำหรับฉันแล้ว... ฉันโอเคกว่ากับการไม่ลงหลักปักฐานกับความสัมพันธ์ใด ฉันพบว่ามันเหนื่อยเหลือเกินกับการให้ใจใครสักคน แต่พอทุกอย่างไปได้ดี สุดท้ายมันก็พังทลายลงมา 

ใช่ คุณอาจพูดว่าฉันมันพวกดื้อด้าน ไม่ยอมเปิดใจ แต่ฉันโอเคกว่ากับชีวิตอิสระที่ไม่ต้องมาพะวงหน้าพะวงหลัง ดีกว่าที่จะไม่ต้องได้ยินคำบอกเลิกที่ทำร้ายกัน คำบอกรักที่ลวงหลอกอีกแล้ว 

สำหรับฉันแล้ว ความรักคือการแค่ได้เรียนรู้ที่จะแบ่งปันความสุขและความทุกข์ของกันและกัน ได้เรียนรู้ว่ามันคืออะไร ได้ทุ่มเทให้ใจใใครสักคนเป็นโดยไม่ได้หวังว่าเขาจะตอบแทนกลับมาหรือไม่ ไม่ได้หวังว่าจะเป็นเจ้าของร่างกายหรือใจของเขา แม้กระทั่งว่าการรักใครสักคนฝ่ายเดียว นั่นก็คือการได้เรียนรู้ความรัก

ทุกอย่างนั้น มันเพียงพอแล้ว...



SHARE
Writer
Janiva
No one
A girl who loves writing, emotional, sold my soul to devil, love sadness, disappointed daughter.

Comments

13040017
3 years ago
เหมือนอ่านความคิดตัวเองเลย
Reply
yypeach
3 years ago
เคยเป็นแบบนี้เมื่อนานมาแล้ว และสุดท้ายเราก็จะผ่านมันกันไปได้เนอะ อยู่คนเดียวไม่ได้แย่ แต่อาจจะเหงาบ้าง เป็นกำลังใจให้นะคะ :) ชอบบทความนี้จัง อ่านแล้วเข้าใจความรู้สึกเลย
Reply
Janiva
3 years ago
ข้อดีของมันคือ สุดท้ายเราได้ยอมรับความคิดตัวเอง ได้เรียนรู้อยู่กับตัวเอง ทุกวันนี้ลัลล้ามาก ไปกินข้าวคนเดียว ดูหนังคนเดียว ฮ่าๆ แต่อาจใช้เวลานานหน่อยกว่าจะชิน :D ขอบคุณมากค่ะที่มาให้กำลังใจ และชอบบทความด้วย

taohoosad
3 years ago
ฮอยยยยเหมือนถูกผลักจากเขาเอเวอเรต
Reply
Janiva
3 years ago
หูยยยยยยยย ไปอยู่ทำไมตรงนั้น มันหนาวนะตัว ลงมาเจอแดดอุ่นๆ ดีล่าว (ล้อเล่นนะ) เอ้า หายใจ ตั้งสติก่อน เป็นกำลังใจให้นะ เราต้องผ่านไปด้วยกัน 
McPITCH
3 years ago
:)
Reply
yellowinyellow
3 years ago
การที่เขาโทรกลับมา เหมือนย้ำเตือนว่า ที่ผ่านมาเราลืมเขาไม่ได้้เลย 3 เดือนที่ทำมาก็สูญเปล่าเหมือนกันค่ะ
Reply
Janiva
3 years ago
คนเราใ้ช้เวลาลืมเลือนต่างกันค่ะ ความจริง... เราไม่คิดว่าใครสักคนจะลืมใครได้เลยด้วยซ้ำ (นอกจากเขาจะเป็นคนไม่แคร์ความรู้สึกใคร เห็นแก่ตัว คบใครหลายคนอยู่แล้ว) มันแค่ต้องใช้วลาทำใจให้ชิน เราอาจสร้างกำแพงขึ้นมาเพื่อบอกกับตัวเองว่า 'ฉันไม่เป็นไรแล้ว ฉันจะไม่เอาอีกแล้ว' แต่เราไม่ได้บอกกับตัวเองว่า 'ถ้าเขากลับมาจะทำยังไง ถ้าเขาติดต่อมาล่ะ' เพราะแบบนั้นมั้ง พอเขาโทรมาหา เราเลยไม่ได้เตรียมใจว่าตัวเองจะได้ยินเสียงเดิม ๆ ที่เคยคุยกันทุกวัน เคยบอกว่าฝันดีก่อนนอนทุกคืน แต่เราเชื่อว่าการคิดถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้น ตอนเขาโทรหา มันไม่ได้แปลว่าเราจะคิดถึงตัวเขาอีก บางทีเราแค่คิดถึงวันดีๆ ที่มี แต่ที่มันเจ็บคือขณะที่เราไม่รู้ว่าจะมีใครทำได้อย่างนั้นอีกมั้ย เราเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะมีคนอื่นที่แทนที่เราไปแล้วรึเปล่า