“เวลามีค่า ตรงเวลาให้เป็นนิสัย”

ทำไมเราต้องเสียเวลาไปรอคนอื่นด้วย!!!!
คุณเคยมีอารมณ์แบบ เราจะรีบไปตรงเวลาทำไม ยังไงก็มีคนไปสาย แล้วก็ต้องรอพวกไปสายอยู่ดี
ในประเทศสานขันธ์ ต่อให้ใครนัดคุณ 8:00 กว่าจะมาครบจริง บางทีปาไปเกือบ 10 โมง และทุกคนที่มาไม่ว่าจะตรงเวลาหรือเลทก็ทำเหมือนมันช่างปกติเหลือเกิน

ถึงจะมาช้า แต่เราเลิกงานตรงเวลานะคะ...

เป็นนิสัยของคนในประเทศหนึ่งที่ชื่อประเทศสั้นๆ ชื่อเมืองหลวงยาวๆ...

ฉันเป็นคนหัวร้อนง่ายกับคนไม่ตรงเวลามาก ทั้งเพื่อน อาจารย์ เพื่อนร่วมงาน รวมถึงคนในครอบครัวฉันรู้เรื่องนี้กันดีทุกคน เหมือนเป็นบุคลิกของฉันไปแล้ว

ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีให้พ่อและแม่ ที่อดทนปลูกฝังกันมาแต่เด็ก เรื่องเวลากับบ้านฉันเหมือนเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นเหมือนกฏที่มองไม่เห็นที่วิ่งอยู่รอบๆ ตัวฉันตลอดเวลา บ้านเรามีนาฬิกาทุกที่ แม้กระทั่งในห้องน้ำ เอาเป็นว่าถ้าคุณเที่ยวถนนนิมมานเหมินทร์แล้วสะดุดขาตัวเองล้มไปเจอร้านกาแฟฉันท์ใด คุณล้มในบ้านฉันคุณจะหันไปเจอนาฬิกาและปฏิทินฉันท์นั้น
ตอนเด็กๆ ฉันเคยถูกปล่อยทิ้งไว้ที่โรงเรียนสองครั้ง เพราะว่าฉันลงมาผิดเวลา เป็นการสั่งสอนที่ออกจะเข้มงวดกับเด็กวัย 8 ขวบไปเล็กน้อย แต่โชคดีที่โรงเรียนฉันปลอดภัยพอจะทำให้ฉันนั่งสำนึกผิดครึ่งชั่วโมงก่อนที่พวกท่านจะวนกลับมารับฉันอีกครั้งหลังจากไปทำธุระอื่นที่ไม่ใช่การรอเด็กที่ลงมาสาย ได้ผลดีทีเดียว เพราะว่าฉันจะไม่ลงมาเลท ไม่อ้อยอิ่งต้วมเตี้ยมอีกเลย ยิ่งกับพ่อแม่ฉันตรงเวลามาก วันไหนถ้ามีเรื่องต้องทำต่อ ทำกิจกรรม ทำงานกลุ่ม หรือไปเที่ยวกับเพื่อน ฉันก็โทรแจ้งท่านก่อนตั้งแต่บ่ายโมง เพื่อให้ท่านวางแผนชีวิตช่วงบ่ายและเย็นของท่าน ก่อนจะมารับฉันกลับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา...

 เพราะว่าเวลามีค่า

มีคำสอนของพ่อฉันที่สอนนักศึกษาของท่านเรื่องนึง ที่ถ้าพูดเรื่องเวลาจะไม่พูดเรื่องนี้ไม่ได้ เหตุการณ์วันนั้นคือมีนักศึกษาคนหนึ่งเข้าห้องสาย 5 นาที สายจากเวลาที่ตกลงกันไว้ เพราะเผื่อเวลาเดินทางไว้ 10 นาทีก่อนเช็คชื่อแล้ว

“คุณมาสาย 5 นาที แต่เราเสียเวลาทั้งหมดไปเกือบ 300 นาที คิดแล้วเกือบ 5 ชั่วโมง”

หลังจากพ่อพูดจบ นักศึกษาก็งงเป็นไก่ตาแตก ว่าสาย 5 นาทีมันเลยเถิดไปถึง 5 ชั่วโมงได้ไง...

“คุณทำเวลาของเพื่อนทั้งเซคเสียไป คนละ 5 นาที ทั้งหมด 59 คน รวมเวลาของผมอีก 1 คน รวมๆ แล้วก็ 60 คนคนละ 5 นาทีก็ 300 นาที เวลา 300 นาทีคุณว่าเยอะมั้ย?”

“…เยอะ” นักศึกษาของพ่อตอบอ้อมแอ้มกันทุกคน

“เพราะเราเรียนกับส่วนรวม มันไม่ได้เสียเวลาแค่คุณคนเดียว 5 ของผมสอบ proposal รุ่นพี่คุณได้ 1 คน 5 นาทีของเพื่อนคุณบางคนกินข้าวได้ 1 มื้อ บางคนพิมพ์งานได้ 2 หน้า อย่ามองค่าเวลา 5 นาทีต่ำไป เพราะว่าความจริงมันอาจเกิดประโยชน์มากกว่านั้น”
เฉียบมั้ยล่ะคุณ... 

คุณจะเห็นว่า เวลา 5 นาทีของ 1 คนทำงานได้มากกว่าที่คิดมาก และถ้าคุณทำงานกับส่วนรวม มันไม่ใช่ 5 นาทีของแค่คนๆ เดียว มันคือ 5 นาทีของทุกๆ คน ที่อาจจะทำงานได้มหาศาล มากกว่าการนั่งรอคนเลท...
จงระวังเรื่องเวลายิ่งในกรณีที่คุณทำงานกับคนจำนวนมาก...


 อีกเรื่อง ที่เจอกันบ่อยคือเรามาตรงเวลา แต่คนอื่นสาย บางทีมันก็ท้อแท้ที่จะมาตรงเวลาต่อไปแหละคุณ ฉันก็เป็น ช่วงเข้าค่ายม.ปลายนี่ตัวดีเลย ครูนัด 5:00 น. บอกว่าล้อหมุน 06:00 น.
เชื่อเถอะว่า 06:30 น. ยังมีคนที่เพิ่งลากกระเป๋าเข้ามาด้วยท่าทีไม่รู้สึกรู้สมอยู่เลย กว่าจะได้เดินทางจริงก็ปาไป 07:00 น. ฉันเจอมาจนเอียน

…คนไทยมาสาย สบายใจคือไทยแท้... เป็นคำกล่าวที่ติดตลก แต่เป็นตลกร้าย...

วันหนึ่งฉันก็เกิดเบื่อๆ ขี้เกียจไปรอคนอื่น เพราะเวลาฉันมีค่ามาก(อย่างที่พ่อชอบย้ำ) มันมากเกินกว่าจะไปนั่งรอพวกมาสาย

“ถ้าเธอไม่อยากรอพวกมาสาย โดยการไปสาย เธอก็จะเป็นพวกคนสาย” แม่ฉันพูดตอนนั้น...

“คนอื่นจะเป็นอย่างไร เราก็ต้องตรงเวลา ทำให้เป็นนิสัย ทำให้เป็นสัญลักษณ์เรา แล้ววันหนึ่งมันจะเป็นประโยชน์เธอเอง”

เรื่องอธิบายอะไรยากๆ ฟังแล้ว abstrack นี่ยกให้คุณนายแม่เลยค่ะ สุดท้ายวันนั้นฉันก็ไปตรงเวลา เพราะแค่ไม่อยากเป็นคนสาย

แต่คุณเชื่อมั้ย ว่าารตรงเวลาจนเป็นนิสัยมันช่วยคุณได้อย่างไม่คาดคิดจริงๆ ฉันเจอมากับตัว

อย่างที่บอกไปว่าเป็นที่รู้กันดีว่าฉันไม่สาย วันนั้นมีการนัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยตอนเช้าตรู่(เช้าเท่าเวลาเปลี่ยนยาม) ฉันกับเพื่อนที่เอามอเตอร์ไซค์ออกมาจากหอตามปกติ แต่เพราะว่ากิจกรรมวันนั้นค่อนข้างทรหดฉันจึงวางโทรศัพท์ไว้ที่หอพัก โชคไม่ดีที่ฉันขับไปเหยียบเศษตะปูตรงซอยเล็กๆ ข้างหลังม. รถมอเตอร์ไซค์คันน้อยของฉันวูบไปมา และด้วยน้ำหนักของฉันและเพื่อนทำให้ยางแบนลงอย่างรวดเร็ว และควบคุมต่อไปไม่ได้ในที่สุด
ฉันต้องจอดรถเพื่อความปลอดภัยของฉันและเพื่อนที่ซ้อนมา ก่อนที่เราจะพุ่งไปวัดความแข็งแรงกับพื้นหรือเสาไฟ ตอนนั้นเช้ามากและมืดมาก เราไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีเบอร์ร้านปะยาง ไม่มีอะไรเลย ขนาดไฟข้างทางยังติดๆ ดับๆ เหมือนฉากหนังสยองขวัญ จะจอดรถไว้แล้วเดินไปก็กลัวรถหาย ทางเดินก็เปลี่ยวน่ากลัวทั้งสิ่งมีชีวิตและพลังงานบางอย่าง เวลานัดก็กระชั้นเข้ามาทุกที
ตอนนั้นเราสองคนกลัวมากไม่รู้จะทำอย่างไร จะเข็นรถไปคณะ หรือหอก็เปลี่ยวมืด น่ากลัว รถมอไซค์รุ่นนี้ก็หนักเหลือเกิน มหาลัยเรามีระดับเสียด้วย(ระดับสูงต่ำ เนินเล็กเนินน้อยซอยเลี้ยวโค้ง) มีหวังได้พากันหอบตับปลิ้นแน่ๆ ในขณะที่กำลังตัดสินใจไม่ได้แล้วใกล้จะสติแตกอยู่รอมร่อ ไฟจากหน้ารถเพื่อนสองคันก็สาดเข้ามาเหมือนช่วยชีวิต
เพราะว่าเพื่อนรู้ว่าฉันเป็นพวกตรงเวลามาก(จนเข้าขั้นบ้าบอ) และไม่เคยผิดนัด พอพวกเราสายและผิดนัดโดยไม่โทรแจ้งก่อน พวกเพื่อนๆ เลยสังหรณ์ว่าน่าจะเกิดอุบัติเหตุ หรืออะไรกับพวกฉันแน่ๆ เลยพากันขี่มาดูที่หอ และบังเอิญเจอพวกฉันที่กำลังสติใกล้แตกอยู่ตรงนั้น...

…การตรงเวลาจนเป็นนิสัย ช่วยฉันไว้...

...ตรงเวลาดีต่อธุรกิจ เป็นนิสัยดี หรือใดๆ ก็ตามที่เขาบอกๆ กันมาพวกคุณคงฟังกันจนเอียนแล้วแหละ ฉันก็อยากให้คุณเห็นในมุมที่คาดไม่ถึงบ้าง

ฉันขอเดานะ ว่าพวกคุณที่อ่านจนจบน่าจะเป็นพวกที่ตรงเวลาอยู่แล้ว ไม่งั้นอาจจะอ่านมาไม่ถึงตรงนี้หรอก...

มันคงจะมีวันที่คุณเบื่อพวกไม่รักษาเวลา และคอยเสียดายเวลาที่ต้องรอคนอื่น ฉันมีคำแนะนำมาให้คุณ ^^

Time is precious. Don’t expect that cheap people to understand how precious it is.
อย่าไปคาดหวังว่าคนที่ราคาถูกจะเห็นค่าของเวลาเลยคุณ หาอะไรไปทำระหว่างรอดีกว่า ฉันเชื่อเหลือเกินว่า 5 นาทีของคุณมีค่าเกินกว่าจะไปเสียเวลาโกรธคนพวกนั้น

ถ้าช่วยๆ กันต่อไปคำว่า คนไทยมาสาย อาจจะเป็นแค่เรื่องล้อเล่นก็ได้นะ

SHARE
Written in this book
มันก็แค่นี้
ประสบการณ์บิดๆ เบี้ยวๆ ในชีวิตของคนคนหนึ่ง ไม่เก่งกาจหรอก แต่อยากแชร์
Writer
semiColon
perfectly incomplete
ⓒ1993 | นักเขียน | นักเดินทาง เขาว่ากันว่าคุณน่าจะมีเพื่อนราศีธนูสักคน คุณน่าจะลองเป็นเพื่อนเราดูนะ

Comments

19944991
2 years ago
ชอบค่ะชอบ
Reply
semiColon
2 years ago
ดีใจที่ชอบค่ะ
19944991
2 years ago
☺️☺️☺️