น้ำ(ตา)รอการระบาย

22.02.17


คุณเคยอยากร้องไห้ แต่เพราะไม่อยากให้ใครรู้สึกถึงความผิดปกติบนใบหน้า ก็เลยร้องออกมาไม่ได้บ้างไหม?

ฉันเคยนะ บ่อยเลยล่ะ

มีอยู่หลายครั้งที่ต้องเจอกับเรื่องหนักๆเกินกว่าจิตใจจะสามารถรับไหว ความกดดันที่ถาโถมเข้ามาในแต่ละวันพอสะสมได้ที่จนถึงจุดจุดหนึ่ง น้ำตาของฉันจะไหลออกมาอย่างเงียบงัน อยากร้องไห้ระบายออกมา แต่ถ้าร้องไห้ออกมา ตาจะบวม และเมื่อตาบวม เช้าตื่นไปเรียน เพื่อนก็จะสงสัย

หอพักของฉันไม่มีตู้เย็น เรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่อำนวยต่อการประคบดวงตาเลยสักนิด ต่อให้รู้และค้นหาวิธีปกปิดความเศร้าบนใบหน้าได้จากเว็บไซต์ต่างๆ ฉันก็ไม่สามารถทำอะไรกับข้อมูลเหล่านั้นได้อยู่ดี นอกจากรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น ซึ่งเวลาที่เหมาะสมสำหรับการร้องไห้ก็ไม่ได้มีบ่อยๆนักหรอก

ทุกครั้งที่อยากจะร้องไห้ออกมา ระบายสิ่งที่บีบรัดและหนักอึ้งอยู่ในใจ ฉันต้องคิดถึงเรื่องตาบวมก่อนเป็นอันดับแรก สุดท้ายก็เช็ดน้ำตาลวกๆ กลืนก้อนความเศร้าลงคอเหมือนเดิม

ตลกดีนะ แค่จะร้องไห้ยังร้องไม่ได้เลย ทุกครั้งที่คิดอย่างนี้ ก็เหมือนกับว่าได้ยินเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังแว่วออกมาจากปากของตัวเอง

วันไหนกันนะที่จะได้อยู่คนเดียวทั้งวัน วันไหนกันนะที่ตื่นเช้ามาแล้วไม่จำเป็นต้องเจอผู้คน ไม่ต้องสวมหน้ากากทำตัวให้เข็มแข็ง แท้จริงแล้วฉันเองก็ไม่ใช่คนร่าเริงมากมายในสายตาของคนรู้จักคนอื่น ฉันสวมหน้ากากระดับนั้นไม่ได้ ที่ทำได้ก็แค่ร่าเริงให้เพื่อนกลุ่มที่คุยกันเป็นประจำเห็นก็เท่านั้น ผู้หญิงที่ไม่สนใจอะไรนอกจากเกมมือถือและมักจะแสดงออกแค่ว่าสนใจแต่เกม ไม่เคยแยแสอะไรกับความกดดันต่างๆในชีวิตจริง นั่นล่ะคือตัวตนที่ฉันพยายามจะเป็น คนที่สนใจทำแค่เรื่องที่ตัวเองชอบ คนที่สามารถเมินเฉยกับทุกปัญหาหรือสามารถรับมือกับมันได้อย่างไม่วิตกกังวล ฉันอยากเป็นคนอย่างนั้น คนที่ไม่คิดมาก ไม่มีอะไรต้องคิดวิตกมากมาย ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆอย่างมีความสุข อยากเป็นคนอย่างนั้นในสายตาคนอื่น เป็นคนที่เข้มแข็งน่าชื่นชม

แต่สุดท้ายฉันก็คือฉัน คนที่พอกลับถึงห้องก็ทิ้งตัวลงบนเตียง นอนกลิ้งเล่นเรื่อยเปื่อย ไม่อยากยุ่งกับใคร อยากอยู่คนเดียว นอนๆอยู่ดีๆก็น้ำตาไหลออกมา หยดน้ำนั้นซึมลงหมอนสีเลือดหมู เปื้อนเป็นดวงๆ

ยิ่งห้ามตัวเองไม่ให้ร้องไห้ เหตุการณ์ต่างๆก็แล่นเข้ามาในหัว ตอกย้ำปมในใจราวกับราดแอลกอฮอล์ลงบนแผลสด เจ็บแสบถึงขั้นนั้นเชียวล่ะ ความแสบของแผลทำให้น้ำตาไหล แต่พอคิดได้ว่าพรุ่งนี้ต้องกลับบ้าน ก็ยิ่งต้องกลั้นเอาไว้ ต้องทำตัวให้ปกติที่สุด

ฉันไม่ใช่คนที่เข้มแข็ง ทั้งอ่อนแอและน่ารำคาญ การตอบสนองค่อนข้างช้า หวาดกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิด หวาดกลัวผลลัพธ์ของทุกการกระทำ หน้ากากที่สวมใส่ก็ไม่ใช่ของดี ไม่สามารถสร้างอีกหนึ่งตัวตนที่ต่างกับตัวต้นฉบับราวฟ้ากับเหวได้ อย่างดีก็แค่ประคับประคองปิดบังความโง่เง่าของตัวเองไม่ให้คนบางกลุ่มเห็นก็เท่านั้น

ไม่อยากอ่อนแอในสายตาคนอื่น

ฉันไม่รังเกียจความอ่อนแอของตัวเองหรอก ฉันยอมรับมันได้แล้ว เพราะมันคือตัวตนที่แท้จริงของฉัน ฉันมักจะโอ๋ตัวเองอยู่เป็นประจำ แต่สิ่งที่ฉันคิดก็คือ คนอื่นไม่เหมือนกับฉัน พวกเขาไม่เข้าใจฉัน ไม่เข้าใจความอ่อนแอของฉัน และพวกเขารังเกียจความอ่อนแอของฉัน

เคยมีครั้งหนึ่งที่ฉันร้องไห้ออกมาเพราะความเครียด พ่อของฉันดุฉันเสียงดัง และห้ามไม่ให้ฉันร้องไห้ โตป่านนี้แล้วจะร้องทำไม นั่นสิ ฉันเองก็ไม่ได้ตอบคำถามนั้น รู้แค่ว่าคำพูดของเขาทำให้ฉันเจ็บหนักกว่าเดิม และหลังจากนั้น ฉันก็มักจะระมัดระวังตัวไม่เผลอทำตัวไร้สาระน่าสมเพชให้ใครเห็นอีก ทั้งครอบครัว ทั้งเพื่อน ทั้งสังคมรอบข้าง จะมีก็แต่อินเตอร์เน็ตเท่านั้นที่ฉันตัดสินใจเปลือยตัวตนที่แท้จริงให้โลกรับรู้ ก็คงเหมือนกับทฤษฎีคนแปลกหน้าบนเครื่องบิน คนเราจะสบายใจเมื่อได้เล่าเรื่องของตัวเองให้คนไม่รู้จักฟัง และนั่นคือสิ่งที่ฉันทำเป็นประจำ ระบายทุกอย่างออกมาเป็นตัวอักษร เคาะแป้นพิมพ์ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าความรู้สึกอึดอัดจะหายไป

ฉันไม่อยากให้คนอื่นรังเกียจฉัน ไม่อยากให้ใครมองฉันด้วยสายตาที่งุนงงและไม่เข้าใจ ทำราวกับว่าฉันเป็นตัวประหลาดที่หลุดออกมาจากหนังสือนิยายไซไฟ หรือมองฉันด้วยสายตาที่ไม่เหมือนกับมองคนประเภทเดียวกัน

เปลือกนอกของฉันคือคนที่สามารถอยู่คนเดียวได้อย่างสบายใจ ซึ่งฉันก็ชอบความเป็นส่วนตัวแบบนั้น แต่บางที ฉันก็รู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม อยากก๊อบปี้ตัวเองออกมาอีกคน ดีไม่ดีถ้าทำได้ฉันอาจจะขอตัวเองแต่งงานไปแล้ว

ฉันอาจจะไม่เข้าใจตัวเองทั้งหมด แต่คนที่น่าจะเข้าใจฉันได้ดีที่สุดแล้วในบรรดาคนรอบตัวก็คงมีแต่ตัวฉันเองนั่นล่ะนะ


พอพิมพ์มาถึงช่วงนี้ ความรู้สึกแย่ๆก็ค่อยๆเจือจางลง ฉันพิมพ์ทุกอย่างที่อยากพูดออกมาหมดแล้ว

มือที่กำลังเคาะคีย์บอร์ดของฉันกำลังเคลื่อนไหวช้าลง คิดว่าอีกไม่นานก็คงหยุด สุดท้ายยารักษาความเครียดและความกดดันที่ดีที่สุดสำหรับฉันก็คือการเขียน(พิมพ์)อะไรบ้าบอๆอย่างนี้ เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง ใช้การเขียนเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ ที่จริงแล้วฉันก็ไม่ได้ชอบเขียนหรือรักการเขียนอะไรมากมายนักหรอก แต่มันเป็นทักษะการส่งสารที่เรียกได้ว่าไม่ต้องเผชิญหน้ากับคนอื่นตรงๆ และเป็นสิ่งที่ฉันถนัดมากกว่าการพูดคุยปากเปล่า 

เจ็บปวดอะไรมา สตอรี่ล็อกจะเยียวยาเธอเอง ฉันที่ตอนนี้เริ่มอารมณ์ดีแล้วกำลังหัวเราะกับประโยคที่ว่านี้อยู่ค่ะ


.

SHARE
Writer
NightyNox
มนุษย์
มนุษย์ISFJ ขี้บ่น ชอบเขียนแฟนฟิค มักจะเพ้อฝันและหนีความจริงอยู่บ่อยๆ

Comments

Sawapao
3 years ago
สู้ๆน่ะค่ะ
Reply
Silent_Me
3 years ago
เราเข้าใจนะคะ อาจจะไม่ทั้งหมด แต่เราก็เป็นแบบนั้นอยู่บ้างเหมือนกัน หลายๆครั้งเราก็อยากจะเอาตัวเองไปทิ้ง เราไม่ชอบตัวเราเลย แต่เราก็จะพยายามอยู่ในโลกนี้ให้ดีที่สุด สู้ๆนะคะ :)
Reply
Fangse
3 years ago
การเขียน(พิมพ์)อะไรบ้าบอๆอย่างนี้ เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง ใช้การเขียนเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ ที่จริงแล้วฉันก็ไม่ได้ชอบเขียนหรือรักการเขียนอะไรมากมายนักหรอก แต่มันเป็นทักษะการส่งสารที่เรียกได้ว่าไม่ต้องเผชิญหน้ากับคนอื่นตรงๆ และเป็นสิ่งที่ฉันถนัดมากกว่าการพูดคุยปากเปล่า 
ใช่เลยค่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไร ชีวิตก็ต้องไปต่ออยู่ดี ^^
Reply
SmileHeart
3 years ago
เข้าใจความรู้สึกเรยค่ะ ทำได้แค่กลืนมันลงไป สู้ๆน่ะค่ะ
Reply