เพราะรักฉันจึงออกไปวิ่ง
การหยิบรองเท้าสักคู่แล้วออกไปวิ่งฟังดูแล้วช่างเป็นเรื่องง่ายดายเหลือเกิน แต่ทำไมหลายคนก็ยังหาเหตุผลที่จะออกไปวิ่งไม่ได้ แท้จริงการแสวงหาเหตุผลก็ดูเหมือนคลับคล้าย "ข้ออ้าง" เพื่อจะได้ไม่ต้องออกไปวิ่งมากกว่า

จนกว่าวันหนึ่งคุณจะเจอจุดเปลี่ยนของชีวิต แล้ววันนั้นคุณจะออกไปวิ่งแม้กระทั่งไม่ต้องอาศัยรองเท้าด้วยซ้ำไป

บทเรียนอันล้ำค่าจากระยะ 42.195 กิโลเมตรแห่งเส้นทางมาราธอน

การวิ่งมาราธอนก็เปรียบเสมือนการใช้ชีวิตของเรา ไม่ว่าจะชีวิตส่วนตัวหรือการทำงานตามภาระหน้าที่ ย่อมต้องตั้งเป้าหมายและลงมือทำ และการที่จะทำให้เป้าหมายนั้นสำเร็จได้ย่อมผ่านความพยายาม ผ่านปัญหาและอุปสรรคมากมายเพื่อไปให้ถึงจุดมุ่งหมายนั้น แล้ววินาทีแห่งความภาคภูมิใจมันจะทำให้เรามีแรงผลักไปยังความสำเร็จและเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ

บนเส้นทางมาราธอนตลอดระยะ 42.195 กม. มักจะมีเรื่องราวให้เราได้จดจำเสมอ มันเป็นเรื่องเล่าที่อาจจะยากในการถ่ายทอดมันออกมาเพื่อให้คนฟังได้สัมผัสอย่างแท้จริงได้ รอยยิ้ม ความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวดของร่างกาย หรือแม้กระทั่งความพยายามต่อสู้กับหัวใจของตัวเองเพื่อบังคับให้ก้าวไปข้างหน้ายิ่งสำคัญที่สุด กว่าจะรู้ตัวอีกทีเมื่อเสียงปรบมือดังลั่นอยู่บนกิโลที่ 42.195 ซึ่งได้ขนานนามให้เราเรียบร้อยแล้วว่า "MarathonFinisher"
4 เดือน 4 มาราธอน
แล้วถ้ามันลำบากขนาดนั้นทำไมยังต้องออกไปวิ่งมาราธอนและที่สำคัญการตั้งเป้าหมาย 4 เดือน 4 มาราธอนมันก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ก็นั่นซินะ!!! เหตุผลของคนที่ออกไปวิ่งมาราธอนนั้นแตกต่างกันออกไป บางคนอยากชนะใจตัวเอง บางคนอยากลดน้ำหนักสุขภาพดี หลายคนอกหักเลยต้องออกไปวิ่งให้ลืมใครคนนั้น บางคนโดนป้ายยารับคำท้าประลองเลยตกกระไดพลอยโจนต้องออกไปวิ่ง

แต่สำหรับผมความสุขในการตั้งเป้าหมายให้ใหญ่แล้วลงมือทำมันด้วยความพยายามมันจะเป็นคำตอบให้เราได้เข้าใจในทุกอย่างซึ่งไม่ใช่แค่ 42.195 กม. แต่มันได้เริ่มตั้งแต่วันแรกที่ได้ตั้งเป้าหมายก่อนเสียงแตรลมปล่อยตัวนักวิ่งจะดังขึ้นด้วยซ้ำ  
SHARE

Comments