หนึ่งวันของคนเหงา(แต่ไม่เศร้า)
 
วันเหงา… ใช่, ฉันตั้งชื่อวันนี้ไว้อย่างนี้จริง ๆ

เช้า

มันเป็นวันที่ฉันตื่นแต่เช้า ออกไปวิ่งตั้งแต่ 05.30 น. เวลาวิ่งเป็นเวลาที่สงบที่สุดของวันก็ว่าได้ สมองว่างและโล่ง ไม่คิดอะไรเกินไปกว่าความเหนื่อย และฝีเท้าที่ก้าวซ้ายขวา

ฉันจะลงวิ่ง 10.5 กิโลเมตรในเดือนหน้า มันไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่า “การหาเวลาให้ตัวเองไม่ว่าง” อย่างน้อย ฉันก็เอาเวลาที่ควรจะคิดถึงใครบางคน ไปพะวงว่าจะต้องซ้อมมากน้อยแค่ไหน อาทิตย์นี้วิ่งไปได้กี่กิโลแล้ว แทนที่จะพร่ำเพ้อถึงความทรงจำเก่า ๆ 

สาย

ฉันตั้งใจแล้วว่าวันนี้เป็นวันหยุดงานประจำสัปดาห์ ชีวิตฟรีแลนซ์หยุดไม่ได้ถ้าเราไม่กำหนดเวลาให้ตัวเอง ฉันอาจทำงานชั่วนาตาปีโดยมีเงินเป็นแรงกระตุ้น และล้มครืนในวันใดวันหนึ่งเพราะป่วย แน่ชัด ปีที่แล้วฉันเป็นเช่นนั้น และหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ฉันกำหนดวันหยุดให้ตัวเองเสมอ

วันนี้มีหนังโปรแกรมน่าดูเรื่องหนึ่ง เอาเถอะ จะเรื่องอะไรก็ได้ ขอให้สมองไม่ฟุ้งซ่านก็น่าจะพอ คิดได้แค่นั้นสมองยังไม่ทันไตร่ตรองอะไร ฉันก็ยืนอยู่หน้าโรงหนัง

“ร้าง”

เรียนลูกค้าโปรดทราบ

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ทางโรงภาพยนตร์จะขอยุติการให้บริการทั้งหมดเกี่ยวกับโรงภาพยนตร์ โดยจะทำการฉายภาพยนตร์ในวันสุดท้ายคือวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 ทางบริษัทXXX ขอขอบคุณชาวจังหวัด YYY ทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนพวกเราเป็นอย่างดีตลอดเวลาที่ผ่านมา

ขอบคุณทุกท่านจากใจของพวกเราชาวโรงภาพยนตร์XXX 
ฉันยืนอยู่หน้าโรงหนังร้าง มีเพียงเศษซากอดีตที่เคยดำรงอยู่ ปัจจุบันเลือนลับดับหาย เคาเตอร์จองตั๋วสลัวทึมทึบ โปสเตอร์หนังถูกลอกออกทุกแผ่น ไฟปิดมืดทุกดวง

ร้างไร้ผู้คน

ภายนอกโซนโรงภาพยนตร์ มีเสียงพูดคุย เสียงโฆษณาสินค้าตัวใหม่ เสียงของสาวพริตตี้เรียกลูกค้า แต่เสียงเหล่านั้นเลือนหายไป และฉันถูกแยกจากโลกภายนอกนั้น

ในที่สุด ฉันหันหลังให้กับ “อดีต” โรงภาพยนตร์

ไม่มีอะไรยั่งยืนไปตลอดกาล

เที่ยง

แผนของวันพักผ่อนถูกฉีกทิ้งด้วยเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อาจจะดีหรือไม่ดีที่ฉันมาพบเรื่องประหลาดใจว่า ไม่มีโรงหนังอยู่อีกแล้ว เวลาสองชั่วโมงที่เหลือ ฉันควรทำอะไรต่อดี

ไปหาเพื่อน? 
ไปหาร้านกินกาแฟสดบรรยากาศดี ๆ? 
ไปไหนดีล่ะ? 
สุดท้ายฉันเลือกทำทั้งสองอย่าง

เริ่มต้นด้วยการจิบกาแฟท่ามกลางแมกไม้ ร้านนี้ได้ชื่อว่าโด่งดังที่สุดของจังหวัด แต่จะด้วยรสชาติชีวิตรักขม ๆ หรือจะเป็นภาพของโรงหนังร้างที่ยังค้างอยู่ในความทรงจำ ทำให้อเมริกาโนถ้วยนี้กร่อยสนิท

ฉันเตรียมหนังสือเพื่อส่งไปให้พี่คนหนึ่งตามที่สัญญากันไว้ และตั้งใจว่าจะซื้อขนมเจ้าดังไปฝากพ่อแม่ของเพื่อน จากจุดที่รถจอดอยู่ สองสถานที่นี้ห่างไกลกันมาก แต่ฉันเลือกจะจอดรถไว้ และเดินไปเรื่อย ๆ

อากาศยามเที่ยงไม่มีสิ่งใดชักชวนให้เดินเลย แต่ฉันกลับคิดว่าการ “เดิน” ครั้งนี้ให้อะไรมากกว่าที่คิด

ฉันเดินลัดเลาะซอย ออกถนนใหญ่ สบตากับคนไม่รู้จัก ข้ามถนนตรงทางม้าลาย ส่งพัสดุและเดินย้อนมาเพื่อซื้อขนมตามที่ตั้งใจ

อากาศอบอ้าว กระไอแดดเผาแสบทั้งหน้า แต่ฉันกลับรู้สึกดี

ฉันได้มองในสิ่งที่ไม่เคยสังเกตมาก่อนในตอนที่ขับรถยนต์ ตรอกซอยบริเวณนี้มีห้องพักสำหรับนักท่องเที่ยว หรือจะเรียกเก๋ ๆ ว่าบูติกโฮเท็ลก็คงได้ แต่ละแห่งแข่งกันตกแต่งความงามตามธรรมชาติ บางที่ปล่อยไม้เลื้อยคลุมหลังคา บางแห่งปล่อยให้บ้านไม้เก่าคงเอกลักษณ์ บางแห่งอวดความงามด้วยทิวทัศน์ริมแม่น้ำ ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งเป็นบ้านของคนทั่วไป บางคนกำลังคร่ำเคร่งกับงาน บางคนเปิดร้านซักอบรีด บางกลุ่มนั่งกินไอติมแต่ใบหน้าเครียดราวเจรจาธุรกิจ ฉันเดินผ่านทิวทัศน์เหล่านั้น มองใบหน้าที่ไม่คุ้นตา แต่รู้สึกดีขึ้นมา

น่าจะเป็นเพราะว่า...ฉันเดินออกจากโลกอีกใบล่ะมั้ง

ในตลอดเวลาปีครึ่งที่ผ่านมา ฉันขังตัวเองอยู่ในโลกที่มีแต่เขาเป็นศูนย์กลาง ฉันไม่เคยสนใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบที่ทำในวันนี้มาก่อน  แต่ก่อนนั้นฉันเห็นขนมน่าอร่อย ก็คิดว่า “น่าซื้อไปฝากเขาคนนั้นจัง” เห็นสถานที่สวย ๆ ก็คิดว่า "อยากให้เขามาอยู่ตรงนี้ด้วยนะ”
ไม่เคยคิดอะไรไปเกินกว่าตัวเขาเลย

วันนี้ เมื่อฉันมาเดินอยู่ตรงนี้ อากาศร้อนและผู้คนรอบข้างทำให้ฉันรู้ว่า “โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น”

การเดินท่ามกลางอากาศร้อนไม่ได้ทำให้ฉันเป็นลมหรืออ่อนเพลีย ตรงกันข้าม ฉันกลับเห็นบางสิ่งในชีวิตที่ละเลยไปนานแล้ว

สิ่งรอบข้างที่ไม่ได้มีเขาเป็นจุดศูนย์กลาง

เหนื่อย แต่รู้สึกดี

ก่อนนอน

ฉันกำลังจะเข้านอน การเดินท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวันนี้ส่งผลให้อ่อนเพลียภายหลัง

หรือวันนี้เป็นการทรมานตัวเองในอีกรูปแบบหนึ่ง?

วูบนั้นฉันอดสงสัยการกระทำของตัวเองไม่ได้

ไม่หรอก ฉันเพิ่งพบว่าเวลาทั้งหมดที่เสียไปในวันนี้ ฉันไม่ได้คิดถึงเขาในแง่ของความเศร้าเสียใจเลย ฉันคิดถึงเขา แต่คิดถึงแค่เพียงเงาจาง ๆ เป็นเหมือนอดีตที่ผ่านมาแล้ว เป็นเหมือนเศษซากความทรงจำ เป็นเหมือนโรงหนังร้างที่ไม่มีวันกลับมา

ไม่มีอะไรยั่งยืนไปได้ตลอดกาล

ไม่ว่าฉัน ไม่ว่าความรู้สึกเศร้าเสียใจ หรือความรักที่มีต่อเขา

สักวันต้องจางหายไป

ฉันเชื่อเช่นนั้น



SHARE
Written in this book
ประสบการณ์ที่พานพบ
บอกเล่าเรื่องราวในชีวิตที่ได้พบเจอ
Writer
niji
mirage_niji
mirage_niji

Comments

Blueeagle
3 years ago
ยิ้มเข้าไว้ครับ
Reply
niji
3 years ago
ขอบคุณค่ะ อ่านคอมเม้นท์ของคุณก็ยิ้มไปแล้ว 1 ครั้ง
Kamatep
3 years ago
โอ๊ะ คล้ายๆ กันเลย 5555
Reply
niji
3 years ago
ทำอะไรแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน^_^
fangtch
3 years ago
❤️
Reply
niji
3 years ago
ดีใจที่อ่านเป็นเพื่อนกันนะคะ
fangtch
3 years ago
เช่นกันค่ะ❤️
archiiraya
3 years ago
ทุกวันนี้ยังเลิกคิดถึงไม่ได้ คงต้องหากิจกรรมทำบ้างแล้วละ เผื่อจะตัดความคิดถึงได้บ้าง...

Reply
archiiraya
3 years ago
2 อาทิตย์ค่ะ ยังนึกถึงและยังคิดถึงทุกวันเหมือนเดิมซ้ำๆ
niji
3 years ago
2อาทิตย์แผลยังสดค่ะ ลองหาอะไรแปลกๆที่ชีวิตไม่เคยทำมาก่อน ช่วยได้จริงๆ
archiiraya
3 years ago
ขอบคุณค่ะ :) กำลังอยู่ในช่วงที่พยายามอยู่ค่ะ
koonsomsoog
3 years ago
เหงาบ้างคงไม่เป็นไร
ดีที่ไม่เศร้านะ
Reply
niji
3 years ago
ทนเหงาดีกว่าทนเศร้านะคะ