คนไม่เอาไหน & ไฟที่กำลังมอด
เราตัดสินใจลาออกจากงานอีกครั้ง
หลังจากที่เปลี่ยนงานมาหลายที่แล้ว

ก่อนหน้านี้เคยรู้สึกแย่กับตัวเองมากๆ
ว่าทำไมถึงเป็น 'คนไม่เอาถ่าน' แบบนี้

แต่ครั้งนี้กลับแปลกออกไป
เราไม่รู้สึกกดดัน
หรือว่ารู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยที่กำลังจะเกิดขึ้น

กลับรู้สึกมีความสุขแล้วก็เหมือนได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกไป
ทั้งๆที่สิ่งที่รออยู่ตรงหน้า เราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น

เรายินดีที่จะให้คนรอบข้างตราหน้าว่าเราไม่เอาไหน
และคิดว่าเราเป็นคนจับจด
เรายินดีมากๆ และยอมรับในสิ่งที่เค้าพูดในบางส่วน 

การเปลี่ยนงานของเราในแต่ละครั้งก็มีเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป
แต่ไอการเปลี่ยนงานบ่อยๆเนี่ยแหละ
ที่ทำให้เรารู้ว่าเราไม่ถนัดอะไร  และชอบอะไร

มันสามารถเป็นบทเรียนและตัดตัวเลือกบางอย่างที่มัน 'ไม่ใช่ตัวเรา'
การตัดสินใจของเราในครั้งนี้คือการยังไม่รีบสมัครงานประจำ

แต่เราเลือกที่จะทำงานพาร์ทไทม์ หรือฟรีแลนซ์ไปก่อน
เพื่อที่จะให้เรามี Gap Year (แต่ของเราเรียกว่า Gap Month ละกันเนอะ55)

เราปล่อยให้เวลาตรงนี้สอนอะไรเราบ้าง
เพราะคิดว่าถ้าเรากลับไปสมัครงานประจำอีก  มันก็จะเข้าลูปเดิม
แล้วเราก็จะต้องออกจากงานอีกไปเรื่อยๆเป็นวัฎจักรแบบนี้

เราไม่รู้หรอกนะว่าวิธีที่เราเลือกมันถูกหรือผิด
มันใช่หรือไม่ใช่

แต่ตอนนี้เราเองก็ยังไม่มีภาระอะไร
ไม่ต้องผ่อนรถ  ไม่ต้องผ่อนบ้าน  ยังไม่แต่งงาน ยังไม่มีลูก

โอกาสนี้เลยถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในชีวิตนะ
เพราะจะมีสักกี่ครั้งที่เราได้หยุด เพื่อทำสิ่งที่อยากทำจริงๆในสิ่งที่ตัวเองสนใจ
และไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องเงิน

สำหรับทุกคน เงินคือสิ่งสำคัญ  อันนี้คือเรื่องจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่แปลก..ที่เรากลับเคยรู้สึกว่าการมีเงินมาก
ก็คงไม่เท่ากับการมีความสุขมาก

'สุขนิยม' คือสิ่งที่เราเรียกคน Gen Y แบบเราๆ
เพราะยังไงเรามันก็เป็นพวกไม่อดทน  จับจด
ไม่เอาดีด้านอะไรสักอย่าง

สิ่งที่น่าแปลกอีกอย่างนึงคือ เรารู้สึกว่ามี 'แรงกระตุ้น' 
มากกว่าตอนทำงานประจำซะอีก

ตอนทำงานประจำเรารู้สึกเบื่อวันจันทร์  
และหวิวๆใจตอนเย็นวันอาทิตย์

ในบางวันก็ไม่อยากไปทำงานเอาซะดื้อๆ
และหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่อยากทำสิ่งนั้น

งานที่ทำมันก็ไม่ได้แย่นะ
แต่ทำไมรู้สึกเกิดคำถามว่าทำไปทำไม
ทำแล้วรู้สึกมีคุณค่าไหม?
และคำตอบที่ได้ก็คือการไม่มีคำตอบตามมา

พอเลยเราปล่อยให้ใจเป็นอิสระจากกรอบที่เราเคยตั้งกับตัวเองไว้
ไม่ได้โฟกัสสิ่งรอบข้างอย่างที่เคยเป็น
มันเหมือนว่าเราได้รีเฟรชความรู้สึกและกลับไปเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอีกครั้ง

วิถีของเราคงไม่เป็นแบบนี้ตลอดหรอก
ยังไงท้ายที่สุดเราก็คงต้องทำงานประจำ
หรือหาอะไรทำที่มีรายได้มั่นคงอยู่ดี

เรารู้ว่าช่วงเวลาแบบนี้ไม่ได้มีมาก และที่สำคัญมีเวลาจำกัดซะด้วยสิ
'ความล้มเหลว' ทางการงานที่เกิดขึ้น
เรามองว่าคือ 'โอกาส' ในตอนนี้

เราไม่จำเป็นต้องรักในสิ่งที่เราทำขนาดนั้น
แต่เราจำเป็นที่ต้องมีความชอบในสิ่งที่ทำอยู่บ้าง

เพราะถ้าทำไปในแบบที่ฝืน  ทั้งๆที่รู้ว่าตรงนี้ไม่ใช่ทาง
มันเหมือนกับว่าเราหนื่อยผิดจุด
เรากำลังซื้อขายและใช้เวลาไปแบบผิดๆ

ตอนนี้ได้แต่ภาวนาว่าขอให้ตัวเองมีพลังในทุกวัน
และไม่เสียใจที่ตัดสินใจเลือกทำแบบนี้

ตอนนี้เราค้นพบโอกาสจากหลายๆอย่าง
และพยายามจะไปให้ถึงจุดที่คิดไว้
คือการค้นหาเพื่อเจออะไรบางอย่าง

บางคนอาจจะตั้งคำถามว่าการทำแบบนี้มันจะเจอสิ่งที่ต้องการจริงๆรึเปล่า
เราบอกเลยว่าเราเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

แต่ชีวิตที่ไม่มีทิศทาง
มันก็แอบมีความสนุกซ่อนอยู่นะ

หลายครั้งที่เรามักเดินทางเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางที่เราคิดไว้
แต่ก็มีหลายครั้งเหมือนกันที่มีหลายอย่างทำให้เราไปไม่ถึงจุดนั้น

หรือบางครั้งการที่เราหลงทิศ ผิดทาง
กลับทำให้ไปเจอกับสิ่งดีๆที่ไม่คาดคิด

หากจะว่าว่าเราโลกสวยหรือวิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ก็ได้นะ ไม่่ว่ากัน
เพราะเราเป็นประเภทไม่อยากทำให้ความคิดลบๆในใจ
มาปิดกั้นพลังบวกที่จะผลักให้เราเจอโอกาสใหม่ๆ

เคยอ่านหนังสือ  'ความลับ 5 ข้อที่คุณต้องค้นให้พบก่อนตาย'
ที่สัมภาษณ์ผู้สูงอายุถึงชีิวิตที่ผ่านมา
ว่าเค้ารู้สึกเสียดาย หรือว่าเสียใจกับอะไรที่ผ่านมาบ้าง

เราเลยค้นพบว่าสิ่งที่ผู้สูงอายุเสียดายคือการไม่ได้เสี่ยงกับอะไรเลย
และเสียดายกับการที่ไม่ได้ลงมือทำอะไรที่ตัวเองอยากทำ

เลยไม่อยากเห็นตัวเองแก่ แล้วกลับมามองชีวิตตอนี้แล้วส่ายหน้าว่าไม่น่าทำแบบนี้เลย
เราอยากให้สิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้รู้สึกเต็มที่กับมัน
และเป็นสิ่งที่เราเต็มใจที่จะทำมันจริงๆ

อย่าหาว่าเรารั้น  หัวดื้อ  หรือเอาแต่ใจเลยนะ
ถ้าคนเรามันจะดื้อเพื่อความรู้สึกตัวเอง
มันจะผิดมั้ยนะ???

ขอบคุณที่รับฟังจนถึงบรรทัดนี้นะ
เพราะจริงๆก็อยากระบายและแชร์ความรู้สึก ประสบการ์ที่เจอให้ฟัง
เราเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ต้องเจอสภาวะแบบนี้
และยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่เจอ
ใครมีอะไรก็มาแลกเปลี่ยนกันนะ  เรายินดีมากๆ : )

*หมายเหตุ  บทความนี้ไม่ได้มีเจตนาจะบอกว่าให้ทุกคนต้องลาออกจากงานเพื่อไปตามหาฝันอะไรทำนองนั้น ถ้าคนที่ทำงานประจำแล้วค้นพบว่าสิ่งนั้นทำให้ตัวเองมีความสุข มีเงินใช้ ดูแลครอบครัวได้นั่นถือว่าคุณประสบความสำเร็จแล้ว  เรามองว่าความพอใจความสบายใจในจุดที่ตัวเองอยู่เพื่อตอบโจทย์ชีวิตตัวเอง ถือเป็นสิ่งที่ดี  ความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ดังนั้น ไม่มีใครบอกว่าอะไรดีกว่าอะไร  เราแค่ค้นหาตัวเองในแบบที่เราเลือก
ถ้าใครมีความสุขกับงานที่ทำอยู่แล้ว เราดีใจด้วยมากจริง ^^

SHARE
Writer
StoryCollector
experience hunter
เกิดจากความช่างสังเกตุผู้คน สิ่งรอบตัว จนกลายเป็นนักสะสมเรื่องราว ชอบที่จะบันทึกประสบการณ์ที่ได้เจอ ทั้งจากตัวเอง จากเพื่อน จากคนรอบตัว หรือแม้กระทั่งคนแปลกหน้า มีความเชื่อว่าทุกคนมีเรื่องเล่าในแบบของตัวเอง.. Follow me : https://www.facebook.com/storycollectorsince2018/

Comments

Janiva
2 years ago
นึกว่าคิดแบบนี้อยุ่คนเดียว เราว่ามันไม่เสียหายถ้าจะลาออกจากงานที่ไม่ได้มีความสุข สำหรับเรา เราอาจต้องการเงินเป็นพื้นฐาน แต่เราไม่เคยต้องการรวย เราไม่อยากมีบ้าน มีรถที่ต้องผ่อน แค่พอมีกันและได้แยุ่กับสิ่งที่ชอบทำก้อได้ ไม่เคยคิดว่าจ้องหาเงินให้ได้เยอะ เราก้อว่าของทุกอย่างมีแง่ดีของมัน จะจ้องรีบร้อนไปทำไมอะ หาตัวเองต่อไปลองหลายอย่างก็ไม่แปลก
Reply
StoryCollector
2 years ago
คิดเหมือนกันเลยจริงๆค่ะ ล่าสุดเพิ่งโดนที่บ้านถามว่าทำไมไม่ทำงานที่นั่น ที่นี่ล่ะ  เค้าคงอยากให้เรามีความมั่นคง เราเลยไม่ตอบอะไรไปค่ะ คิดว่าอธิบายไปอาจจะเถียงกันเปล่าๆ  
caframine
2 years ago
ชีวิตน่าสนุกดีออก พุตขึ้นมาจากหัวหลังจาก อ่านจบแล้ว ขอบคุณมากๆเลย
Reply
StoryCollector
2 years ago
ลุยค่ะ!!  แต่ก็น่าสนุกจริงๆนะ  ถ้าชีวิตไม่สนุกล่ะแย่เลย
Kittiya
2 years ago
คิดเหมือนกันเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ คุณได้ลงมือทำมันแล้ว เชื่อว่าจะเจอสิ่งที่ใช่ในไม่ช้า
Reply
StoryCollector
2 years ago
น่ารักมากๆเลย  ขอบคุณนะคะ คุณก็เหมือกันน้าาาา  เราคิดว่าเริ่มใกล้ๆเข้ามาละล่ะสิ่งที่คิดไว้  แต่ต้องใช้ความสตรองเบอร์ใหญ่มากจริงๆ ขอบคุณนะคะ  สู้ๆเช่นกันนะคะ  ชีวิตนี้ต้องสนุกและสบายใจด้วยค่ะ ^^
cactus14
2 years ago
มันค่อนข้างตรงกับชีวิตของตัวเอง เมื่อสัปดาห์ก่อน เราตั้งสินใจลาออกจากคณะหนึ่งเพราะมันไม่ใช่ทาง ใช่มันสอบเข้ามายากเหมือนกัน มีหลายคำถาม ถามเราว่าคิดดีแล้วเหรอ? คำตอบคือเรามองไม่ให้ตัวเองตอนทำงานว่าจะออกมาในรูปแบบไหนและที่สำคัญคือ เราจะทนได้เหรอในสิ่งที่เรียนจนกว่าจะจบ นั่นละคือคำตอบของทุกอย่าง
Reply
StoryCollector
2 years ago
ดีมากนะที่ยังถามตัวเองและเลือกที่จะเปลี่ยนแปลง  เราเป็นเหมือนกันเลยค่ะ เวลาคิดภาพตัวเองไม่ออก มันคือคำตอบที่เราเจอนะ :D  สู้ไปด้วยกันค่ะ  
23rdHint
2 years ago
มีความรู้สึกแบบเดียวกันเลย ต่างไปตรงเราไม่สามารถทำอย่างนี้ T ___ T ,,
Reply
StoryCollector
2 years ago
: ) ไม่เป็นไรค่ะ ทำตอนนี้ยังไม่ได้ก็ไม่เป็นไร  ถ้าโอกาสและจังหวะได้ก็ลุยเลย
23rdHint
2 years ago
:' )