เมื่อชีวิตคู่ไม่ใช่ 1+1 = 2 เราจึงกลัว
หลายคนคงเคยได้ยินที่เขามักพูดกันว่า "ความรักทำให้คนตาบอด" 
แต่เรากลับคิดว่าความรักทำให้เรารู้สึกกลัว ยิ่งมันพิเศษเท่าไหร่ เราก็ยิ่งกลัวว่าจะเสียมันไปเท่านั้น

ความรักมันทำให้เราอ่อนแอ มันทำให้เรากลัว กังวัล คิดมาก 
แม้ว่าวันนี้จะสุขที่สุด แต่ก็ยังกังวล และถามตัวเองตลอดว่าหากวันหนึ่งมันหายไป จะทำอย่างไร

บางครั้งก็เคยคิดเหมือนกันว่าเราเป็นบ้ารึเปล่า ทั้งๆ ที่มีความสุขและมีทุกอย่างพร้อมแต่ก็ยังกลัว
แต่ปรากฏว่าความรู้สึกแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย มีงานวิจัยที่เปิดเผยว่าการกลัวที่จะมีความสุขนั้นอาจมีสาเหตุมาจากการเจ็บป่วยทางจิต [http://bit.ly/2llQd7L]

แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าความสุขหรือความรักทำให้เรากลัว มันก็ไม่ได้แปลว่าเราป่วยเสมอไป เพราะว่า การกลัวว่าเราอาจไม่คู่ควรกับความสุขที่ได้รับ หรือกลัวว่าความสุขนั้นจะหายไปในที่สุด เป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไป ไม่ว่าใครก็เกิดความรู้สึกแบบนั้นได้ 

ยกตัวอย่าง ซีรีส์อเมริกันชื่อดังอย่าง Sex and the City ในซีซันที่ 4 ตอนที่ 8 ที่มีชื่อว่า My Motherboard, My Self

แคร์รี กลับมาคบกับแฟนเก่าของเธอ เอเดน ที่เคยเลิกรากันไปเพราะระหว่างที่คบกันเธอแอบไปมีความสัมพันธ์ชู้สาวกับ บิ๊ก อดีตแฟนที่ตัดความสัมพันธ์กันไม่ขาดและยังคงวนเวียนอยู่ในชีวิตเธอ 

เมื่อกลับมาคบกันอีกครั้ง เอเดน ก็พยายามจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอในทุกด้านอย่างที่คนรักควรจะเป็น แต่ยิ่งเขาเข้าใกล้มากเท่าไหร่ แคร์รีก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดและถอยห่างออกไป สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า เธอกลัวว่าวันหนึ่งเมื่อไม่มีเขาอีก เธอจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร เธอจึงไม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือยอมเปิดรับเขามากนัก เธอเปิดเผยความกลัวนี้ให้เขารู้ เมื่อเธอโทรไปขอโทษเขา เรื่องที่ทะเลาะกันเพราะเขาอยากให้เธอเปลี่ยนนิสัยการใช้คอมพิวเตอร์ และหันมาแบคอัพข้อมูลหลังจากที่วันหนึ่งแมคบุ๊กของเธอก็เจ๊งไปดื้อๆ 

แคร์รี: "ฉันกำลังจะไปฟิลลี และแค่อยากบอกคุณว่าฉันขอโทษ มันยากจังเลยนะ" 
เอเดน: "เราต้องพบเจอกับเรื่องยากๆ อยู่แล้ว นั่นคือสาเหตุที่ผมพยายามจะช่วย"
แคร์รี: "ฉันรู้ค่ะ แต่ถ้าคุณเริ่มช่วยเหลือฉัน แล้วฉันเคยชินกับการที่มีคนช่วย..."
เอเดน: "ครับ?"
แคร์รี: "มันต้องไม่ทำให้เกิดเรื่องดีๆ แน่ ฉันหมายความว่า จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวันหนึ่งคุณไม่อยู่ตรงนี้"
เอเดน: "ผมจะไปไหนล่ะ"
แคร์รี: "ไม่รู้สิ คุณอาจจะไปนอกเมือง หรือยุ่ง หรือว่าสิ่งต่างๆ อาจพังทลาย เราอาจเลิกกันก็ได้"
เอเดน: "เรื่องนั้นผมรู้"
แคร์รี: "แล้วจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ"
เอเดน: "ผมเดาว่าเราก็คงจะกลายเป็นคู่ที่หน้าเศร้าเหมือน Sad Mac" 
 
เมื่อชีวิตคู่ไม่ใช่แค่ 1+1 = 2 แต่มันเป็นอะไรที่ซับซ้อนมากกว่าชีวิตของเราบวกกับชีวิตของคนรัก เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ยอมรับอีกคนหนึ่งเข้ามา เราปรับตัวเข้าหากัน เราทำอะไรๆ ร่วมกัน เราทำอะไรมากมายเพื่อให้เข้ากับการใช้ชีวิตคู่ แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวันหนึ่งมันพังทลายลง เราจะต้องพังไปกับมันไหม หากว่าเราคุ้นเคยกับการเป็นเราคนใหม่เสียแล้ว และไม่อาจกลับไปอยู่คนเดียวได้อย่างเดิม 

มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เราจะรู้สึกกลัว

แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องดีหากเราจะปล่อยให้ความกลัวเข้ามาขัดขวางความสุขและบ่อนทำลายความรัก สุดท้ายแล้วหากทุกอย่างจบลง นั่นไม่ได้หมายความว่าโลกแตกสลาย เราอาจกลายเป็น Sad Mac เราอาจเศร้า แต่สักวันหนึ่งเราก็จะกลับมาโอเคในที่สุด ถ้าเรารู้อย่างนั้นแล้ว ทำไมตอนนี้เราถึงต้องมานั่งกังวลทั้งๆ ที่มันยังไม่เกิดขึ้น หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ 

และหากสิ่งดีๆ มันจบลง นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น


SHARE
Writer
Pachara_Y
Translator
I came from the past.

Comments

ISFJ
3 years ago
เราเองก็กลัว อยากพบหมอ☺
Reply
Pachara_Y
3 years ago
คงไม่ต้องถึงขนาดพบหมอมั้งคะ ไม่งั้นเราก็อาจต้องไปหาหมอเหมือนกันเนี่ย 55
transai
2 years ago
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดค่ะ อย่ากลัวที่จะพบกับมัน สิ่งที่เป็นเกราะให้เราได้คือเราต้องรักและดูแลตัวเอง ช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะเมื่อวันนั้นมันมาถึงจริงๆ เราก็อาจเจ็บเจียนตายแต่ไม่ตาย หรือถ้าจะล้มก็ล้มไม่นานแถมยังลุกได้อย่างแข็งแกร่งกว่าเดิมค่ะ ท่องเอาไว้ค่ะอย่ากลัวๆๆๆๆๆๆ
Reply