COFFEE SHOP ออฟไลน์.

กรุ๊งกริ๊ง กรุ๊งกริ๊ง ~
เสียงกระดิ่งสีทองตรงบานประตูทางเข้าสั่นไหวส่งเสียงบอกให้รู้ว่ามีผู้มาเยือน ผมก้าวเข้าไปในร้านกาแฟเล็กๆใกล้ออฟฟิศที่ผมมักแวะเข้ามาเป็นประจำ

"รับเหมือนเดิมไหมคะ?" เสียงพนักงานสาวเอ่ยถามขณะที่ผมกำลังเตรียมเปิดโน๊ตบุ๊ค และกางสมุดโน้ตที่เต็มไปด้วยหัวข้อการประชุมวางบนโต๊ะ
"เอ่ออ ครับๆขอเหมือนเดิม" ผมตอบกลับไปพรางส่งยิ้ม ให้กับความเอาใจใส่ของพนักงานที่นี่

ผมเลือกนั่งโต๊ะที่เป็นเคาน์เตอร์บาร์ริมหน้าต่างที่อยู่ใกล้กลับปลั๊กไฟ ด้านหน้าเป็นหน้าต่างใสที่มองออกไปเห็นวิวสวนของร้านที่ถูกตกแต่งอย่างธรรมชาติ
ผมเลื่อนเม้าท์คลิ๊กเข้าไปในกล่องอีเมล์ ไม่นานหน้าต่างก็แสดงอีเมล์กว่า10ฉบับที่ต้องการการตอบกลับจากผม ในขณะที่ผมกำลังสาละวนกับการตอบกลับอีเมล์นั่น เสียงพนักสาวคนเดิมก็ดังขึ้น

"อเมริกาโน่กับเค้กมะพร้าวได้เเล้วค่ะ" พนักงานวางแก้วกาแฟร้อนๆลงบนโต๊ะพร้อมกับจานที่วางเค้กสีขาวน่ากิน พรางยิ้มให้ผมก่อนจะเดินกลับไปทำงานของเธอเหมือนเดิม
"ขอบคุณครับ" ผมเอ่ยให้เธอเบาๆก่อนจะหันกลับมาทำงานตรงหน้าของผมต่อ

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด...
เสียงเมสเซนเจอร์ในเครื่องมือสื่อสารขนาดกระทัดรัดเท่าฝ่ามือที่วางอยู่ข้างแขนซ้ายของผมดังขึ้น
ผมหยิบมันมาเปิดดูข้อความที่ส่งมาจากชื่อที่ผมแสนจะคุ้นเคย 

Boss
' คุณนวพล โครงการที่ผมให้คุณทำกำหนดส่งวันที่ 5 มีนาคม ผมขอเลื่อนเป็นวันที่25 นี้แทนละกันนะ ช่วยผมหน่อยละกัน งานเขารีบมาอีกที หวังว่าคุณจะเข้าใจ.'

เมื่อผมได้อ่านข้อความจบ ผมนี่แทบกุมขมับเลยครับ การเป็นมนุษย์เงินเดินนี่มันก็ยากเหมือนกันนะครับ เราต้องทำงานทุกอย่างที่เจ้านายสั่ง ทำงานแข่งกับเวลา เพื่อแลกมาให้ได้เงินเพื่อเลี้ยงชีพ
แต่ทำไงได้ละครับเพราะชีวิตคนเราถ้ายังไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันต่อไป มนุษย์เงินเดือนอย่างผมก็คงจะทำได้คือต้องรีบทำงานให้ทันวันเดดไลน์ไม่งั้นผมนี่แหละครับที่จะกลายเป็นคนที่ dead ซะเอง 555555


ผมสบัดหัวเบาๆเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป ก่อนจะหยิบแก้วกาแฟสีขาวขึ้นมาจิบเบาๆ กลิ่นไอกาแฟร้อนลอยคละคลุ้งขึ้นมาในอากาศทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก รสชาติของกาแฟที่ลิ้นได้สัมผัสก็เหมือนกับความรักครั้งแรกของหลายๆคนที่พอจิบเข้าไปครั้งแรกมันช่างขมไม่น่า
อภิรมย์สักเท่าไหร่ แต่เมื่อจิบไปสักพักคุณจะรู้สึกว่ามันช่างหอมหวานจนยากจะลืมเลือน

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด...
ในขณะที่ผมกำลังเพลิดเพลินไปกับกาแฟแก้วโปรด โทรศัพท์เครื่องเดิมก็ส่งเสียงขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับไม่ใช่ชื่อของหัวหน้าที่แค่เห็นก็ไม่อยากเปิดข้อความอ่านหรือผู้ร่วมงานคนไหน แต่กลับเป็นการแจ้งเตือนจากเพจในเฟซบุ๊คที่ผมกดติดตามไว้
คุณทำในสิ่งที่ต้องทำ หรือทำในสิ่งที่อยากทำ.

ผมเปิดอ่านข้อความที่ได้รับแล้วกลับมาถามตัวเองในใจว่า นั่นสิ..เรากำลังทำสิ่งไหนอยู่กันแน่
ในแต่ละวันที่ผ่านพ้นไป เราทำในสิ่งที่เราต้องทำกันอยู่รึป่าว? แล้วสิ่งที่เราอยากทำล่ะมันคืออะไร?

จู่ๆก็เหมือนมีแสงไฟเล็กๆสว่างวาบอยู่ในหัวของผม ผมเอื้อมมือจับเม้าท์ไปคลิ๊กที่ปลุ่มเล็กๆที่มีคำว่า 'shut down' บนหน้าจอสี่เหลี่ยมนั่น แล้วกดปิดเจ้าเครื่องเล็กที่วางใกล้ตัวให้มันไม่ต้องทำงานไปสักพัก ผมปิดเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทุกอย่างให้เป็นสีดำสนิทเสมือนว่าพวกมันไม่เคยโดนใช้งานมาก่อน ก่อนที่ผมจะเข้ามาอยู่ในห้วงของตนเองอีกครั้ง

ผมหยิบกาแฟแก้วเดิมมาจิบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลิ่นของมันหอมมากกว่าครั้งแรกที่ได้สูดดม รสชาติของมันก็หวานขัดกับความเป็นอเมริกาโน่ของมันเอง เอ๊ะ..หรือที่มันหวานอาจเป็นเพราะว่าครั้งนี้ผมใช้ใจที่ปล่อยวางชิม ไม่ใช่เพียงริมฝีปากกับความคิดอันหนักหน่วงเหมือนครั้งก่อนๆกันแน่ 5555 ผมขบขันกับความคิดของตัวเองพรางใช้สายตาที่เคยมองแต่จอคอมพ์ตรงหน้า เลื่อนมองออกไปยังสวนสีเขียวผ่านกระจกใส พุ่มไม้สีเขียวสดแซมด้วยดอกไม้สีสันสดใสดูเข้ากันอย่างลงตัว โต๊ะไม้สีขาวกับเก้าอี้ตัวกระทัดรัดถูกจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้ได้บรรยากาศสวนหลังบ้านที่พร้อมให้ครอบครัวมาปิกนิคสร้างสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน พร้อมยิ้มบางๆให้กับความรู้สึกสดชื่นที่นานมากและที่ผมไม่ได้สัมผัสตั้งแต่การใช้ชีวิตเป็นมนุษย์เงินเดือน ชีวิตผมก็เร่งรีบ 
แข่งกับคนแข่งกับเวลา จนเราเองไม่มีเวลาไปทำในสิ่งที่เราชอบหรือสิ่งที่อยากทำเลย 

เมื่อนึกถึงข้อความที่ได้รับว่าเราควรทำในสิ่งที่อยากทำ ไม่ใช่ทำในสิ่งที่ต้องทำอย่างเดียวผมก็รู้ทันทีว่าผมต้องไปที่ไหน ผมลุกขึ้นเก็บของใส่กระเป๋าแล้ววางเงินจำนวนหนึ่งเป็นค่ากาแฟและขนมไว้บนโต๊ะ ก่อนที่ขายาวๆจะรีบก้าวออกไปจากร้านแล้วมุ่งหน้าไปทำในสิ่งที่ผมอยากจะทำ ^^

จริงๆแล้วสิ่งที่เราอยากทำอาจไม่ใช่สิ่งยิ่งใหญ่อะไรเลย
อาจเป็นเพียงการไปหาหนังสือดีๆอ่านสักเล่มในร้านหนังสือ
การไปดูคอนเสิร์ตของศิลปินที่เราชอบ
ไปกินข้าวกับครอบครัวหรือคนรัก
ไปเฮฮาสังสรรค์กับเพื่อนฝูง
หรือแม้แต่.. การใช้เวลาอยู่กับตัวเอง

สิ่งที่อยากทำมักเป็นสิ่งที่เราชอบ และผมเชื่อว่าแต่ละคนมีความชอบไม่เหมือนกัน ดังนั้นมาหาความชอบหรือสิ่งที่อยากทำที่หลงลืมไปกันเถอะ 
เพียงแค่ 'ออฟไลน์' กับสิ่งไม่จำเป็น
และ 'ออนไลน์' รับสิ่งใหม่ๆ 
แค่นี้ชีวิตคุณก็อาจมีสีสันมากกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้. :)



#โจ๊กเกอร์.


SHARE
Writer
boonchuu
- humanoid -
ฉันไม่ใช่นักเขียน เเต่ฉันเเค่อยากเขียน.

Comments