“ไม่มีอาวุธจะทำให้เราปลอดภัย”
  จากข่าวชายวัยค่อนคนที่มาเที่ยวพร้อมครอบครัวทำอาวุธลั่นใส่หนึ่งในกลุ่มเยาวชนที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว หลังจากเกิดเหตุไม่พอใจกันมาจากกรณีจอดรถขวางกัน ไม่ได้จะกล่าวถึงความผิดถูกกันตอนนี้ เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจ และศาล ไม่ใช่เรื่องของคนชอบเขียนอย่างฉัน ฉันจึงเลือกมาเขียนตอนที่เรื่องมันจบแล้ว (เป็นพวกไม่ชอบตีเหล็กตอนร้อน) เพื่อไม่ให้ประเด็นที่จะเขียนมีผลต่อใดๆ ก็ตามในเรื่องนั้น เพราะแค่จะยกตัวอย่างเท่านั้น

ตั้งแต่ข่าวออก พี่ชายที่แสนดีของฉัน ก็ขนสารพัดของอาวุธป้องกันตัวมาใส่ในรถฉัน เพราะว่าฉันเดินทางบ่อย และเส้นทางที่ไปค่อนข้างเปลี่ยว มีคดีปาหิน ปล้นทรัพย์อยู่บ่อยครั้ง (ฉันรอดมาได้ไม่ใช่เพราะสิ่งศักดิ์สิทธ์ใดๆ ในรถ) แต่ถึงอย่างนั้นพอพี่เอามีดพก สเปรย์พริไทย และของอื่นๆ ไปซุกไว้ตามที่ต่างๆ ในรถคันน้อยแสนมุ้งมิ้งของฉัน แม่ก็ไปขนมันออกแทบจะทันทีที่มีโอกาส

“ไม่มีอาวุธแหละ ปลอดภัยที่สุด” นี่คือคำบอกเล่าของแม่
   เหตุการณ์นี้ทำให้ฉันนึกถึงตอนเด็กๆ สมัยฉันเรียนมัธยม สิ่งหนึ่งที่ฮิตกันในตอนนั้นคือการเรียนศิลปะการป้องกันตัว(จากศาสตร์มืด =_= โทษๆ อดเล่นไม่ได้) ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้มือเปล่า มวยไทย คาราเต้ เทควันโด อะคิโด หรือว่าการต่อสู้แบบใช้อาวุธ ฟันดาบ ยิงปืน ฮิตมาก(ในโรงเรียนสตรี)ตอนนั้น

ฉันเองก็อยากไปเรียนกับเขาบ้างเหมือนกัน เพราะว่าฉันไม่ค่อยคล่องตัวเท่าไหร่ แถมเวลาเรียนมันก็ดูเท่ดีพอฉันไปลองขอแม่เรียน แม่กลับบอกฉันว่า

“ไม่เรียนสิ จะปลอดภัยกว่า”
  
คำตอบนั้นไม่ทำให้เด็กคนหนึ่งเก็ท… ก็นั่นน่ะสิ ใครมันจะไปเก็ท! พอเห็นอย่างนั้น แม่เลยอธิบายเพิ่มตามประสาแม่...

“ถ้าเรามีอาวุธ อย่างเช่นปืนหรือมีด ถ้าเราใช้ไม่คล่องเนี่ย โจรก็จะคว้าอาวุธเรามาแทงเราเอง เข้าทำนอง หอกข้างแคร่!” มารดากล่าวอย่างมั่นใจ

“หอกข้างแคร่ มันเรื่องของคนใกล้ตัวทรยศ ใช้สำนวนผิดแล้ว” พ่อเบรคทันที...

...เกิดเดดแอร์ในห้องนั่งเล่น...

โอเค แม้ว่าแม่ฉันจะไม่เก่งสำนวนไทยเท่าไหร่ แต่จริงๆ หอกข้างแคร่ก็เมคเซ้นท์(สำหรับฉัน) แบบว่าเขาหยิบหอกมาแทงเราได้ งั้นเอาเป็นว่าให้ผ่าน ถือว่าเรื่องอาวุธผ่านไป... เข้าใจได้ทันที

“แล้วพวกมวยอ่ะแม่? ทำไมไม่ดี?” ฉันถามต่อ

“การเรียนพวกนี้จะทำให้เรากล้าและมีความมั่นใจว่าเราจะปลอดภัย แล้วเราจะพาตัวไปอยู่ในที่อันตรายโดยไม่รู้ตัว ด้วยความเชื่อโง่ๆ ของตัวเองว่าเราเก่งเราเอาตัวรอด แต่ความจริงคือคนเราต่อให้เก่งแค่ไหนมันก็พลาดกันได้ตลอดเวลา แต่ถ้าเราไม่รู้ไม่เป็นซะ เราจะไม่ประมาท เราก็จะไม่พาตัวเองไปในสถานที่หรือสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตราย พอเป็นอย่างนั้นเราก็จะปลอดภัย” 
“อ่อ...” ฉันลากเสียงช้าๆ พยายามทำความเข้าใจในตอนนั้นซึ่งไม่เข้าใจมากเท่าไหร่หรอก

“แม่เห็นมาเยอะแล้ว พวกลูกศิษย์แม่เดินพกปืนกะไปขู่เขา พอไปถึงจริงเขาหยิบปืนจากมือมัน ยิงมันตายคาที่ ไอ้คนเอาไปขู่อ่ะ มันไม่กล้ายิงหรอกตบยุงยังไม่กล้าตบเลย แต่ศัตรูน่ะมันไม่มีอาวุธ แต่มันกลัวตายแบบหมาจนตรอก มันก็หยิบปืนมายิงไอ้คนพกไปขู่นั่นแหละ”

ตัวอย่างชัดเจนเห็นภาพ แบบว่าเพิ่งไปงานศพลูกศิษย์คนนั้นของแม่มาเอง

“พี่เธอก็เถอะอีก ไปเรียนมวยมานิดๆ หน่อยๆ ยังไม่ทันจะไหว้ครูเป็นเลย ซิทอัพยังหอบ กร่างไปลุยกับเขาเป็นไงล่ะ?”

ฉันไล่สายตาไปที่พี่ชายตัวเอง... ตานี่เขียวปึ้ดเชียว ไม่ได้โกรธใครนะ ลักษณะวงๆ รอบตานั่นหมัดคนอื่นเขา ก็อย่างที่ว่าเพิ่งเริ่มเรียนได้สองสามชั่วโมง แล้วดันไปรับปากเพื่อนช่วยเขา ตอนไปมาดเยี่ยงราชสีห์ กลับมานี่เหมือนแมวตกท่อ...

ทั้งคำอธิบายและตัวอย่างชัดเจนขนาดนั้น ตอนนั้นฉันก็เลิกคิดจะไปเรียนศิลปะป้องกันตัว หรือพกอาวุธใดๆ (ฉันเป็นเด็กมีเหตุผลนะ ถึงจะทำตัวบ้าๆ บอๆ หลายครั้งก็เถอะ)

ประกอบกับฉันรู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนใจร้อนปากหาเรื่องด้วย เลยคิดว่าเพื่อความเซฟไม่เรียนอาจจะดีกว่า เพราะถ้าเรียนแล้วก็คงจะกร่างไม่ผิดปากแม่ ถ้าไม่วิ่งขึ้น สน. ก็คงนอนเปลโรงบาลเล่นอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยความที่ไม่ชอบสถานที่ราชการเลยหลีกเลี่ยงเรื่องแบบนั้นไปคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

คนเรามีทางเลือกเสมอนะ... เลือกตอบโต้ เลือกวิ่งชน เลือกวิ่งหนี เลือกไม่เข้าไปยุ่ง แต่บางทีเลือกดีที่สุดแล้ว ก็อาจจะยังหลีกเลี่ยงเรื่องพวกนั้นไม่ได้อยู่ดี

สังคมก็อันตรายในตัวมันเองอยู่แล้ว ขนาดเราไม่พาตัวเองไปเสี่ยง มันก็ยังมีโอกาสเกิดเหตุไม่คาดคิดได้เสมอ อุบัติเหตุ โจรปล้น หรือสิ่งต่างๆ รอบตัวก็เกิดขึ้นตลอด และเกิดกับเราได้ เพียงแต่การมีความตระหนักถึงอันตราย และไม่พาตัวเองไปอยู่ในเรื่องที่อันตรายนั้นก็ช่วยกรองและป้องกันได้ส่วนหนึ่ง อย่างน้อยจากความอันตรายในชีวิต 80% การที่คุณเลือกทางที่ปลอดภัยกว่า มันก็จะทำให้คุณเสี่ยงน้อยลง อาจจะเหลือแค่ 20%
ยังไงก็ถือว่าเราได้ป้องกันเต็มที่แล้วหากมันจะเกิดอีก ก็สุดวิสัย ดีกว่ามาเสียใจที่ไม่ได้ป้องกันตัว    

คนขี้ขลาดจะวิ่งหนีเมื่อเกิดปัญหา คนกล้าจะเข้าเผชิญหน้าเมื่อเกิดปัญหา คนฉลาดจะเลือกทางที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาแต่แรก
  พวกคุณทั้งหลายรู้อยู่แล้วว่าทางเลือกไหนดีที่สุด… และตัวคุณเองย่อมรู้ดีที่สุดว่าจะจัดการชีวิตคุณอย่างไร ฉันบอกคุณไม่ได้หรอก รวมถึงเรื่องอื่นๆ ที่เกิดขึ้นด้วย ฉันคงบอกไม่ได้ว่าทำแบบไหนถูก ทำแบบไหนผิด เพราะฉันไม่ได้ยืนอยู่ในจุดที่คนเหล่านั้นยืน แต่ฉันเชื่อว่าทุกคนจะตัดสินใจเลือกทางที่ดีที่สุดให้ตัวเอง

และถ้าหากคุณเป็นคนที่ผ่านมาอ่านบทความนี้ ฉันก็ได้แต่หวังว่าสิ่งที่แม่ฉันเคยถ่ายทอดให้ฉันไว้ จะมีประโยชน์กับคุณบ้าง แม้เพียงเล็กน้อย ฉันคิดว่าท่านคงจะดีใจ 
SHARE
Written in this book
มันก็แค่นี้
ประสบการณ์บิดๆ เบี้ยวๆ ในชีวิตของคนคนหนึ่ง ไม่เก่งกาจหรอก แต่อยากแชร์
Writer
semiColon
perfectly incomplete
ⓒ1993 | นักเขียน | นักเดินทาง เขาว่ากันว่าคุณน่าจะมีเพื่อนราศีธนูสักคน คุณน่าจะลองเป็นเพื่อนเราดูนะ

Comments