In this Corner of the World : มีแค่ฝันกับพู่กันก็พอแล้ว (รีวิว+วิเคราะห์หนัง)
In this Corner of the World นำเสนอวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สองจะเริ่มต้นขึ้นจวบจนสงครามสิ้นสุด โดยผ่านมุมมองของหญิงสาววัย 18 ปี "สึซึ อูราโนะ" (Suzu Urano) สาวน้อยช่างฝันผู้มีฝีมือลายมือในการวาดภาพ เธอเติบโตขึ้นในมาครอบครัวที่มีกิจการทำสาหร่ายแผ่น ณ เมืองเอบะ จังหวัดฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ต่อมาสึซึได้ตกลงแต่งงานผ่านพิธีดูตัวกับ "ชูซากุ โฮโจ" (Shusaku Hojo) ชายหนุ่มผู้เคยพบเธอตั้งแต่สมัยเด็ก หลังจากแต่งงาน สึซึย้ายเข้าบ้านของสามีซึ่งตั้งอยู่ในเมืองคุเระ จังหวดฮิโรชิมา เป็นเมืองท่า-อู่ต่อเรือรบที่กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ของกองทัพญี่ปุ่น เป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งสงครามเข้ามามีบทบาทในชีวิตของเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

*SPOILER ALERT - เปิดเผยส่วนสำคัญของหนัง*

In this Corner of the World เดิมทีเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อเรื่องว่า Kono Sekai no Katasumi ni (ชื่อในภาษาอังกฤษว่า To All the Corners of the Worldผลงานของอาจารย์ ฟูมิโยะ โคโนะ (Fumiyo Kono) มีทั้งหมดสามเล่มจบ ซึ่งในรูปแบบการ์ตูนและหนังไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก เพราะหนังใช้บทของการ์ตูนตลอดทั้งเรื่อง ด้วยเนื้อเรื่องที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ชวนให้ถวิลหาอดีต และเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ ทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นละครฉบับคนแสดงและเป็นอนิเมชั่นที่กำลังฉายในเวลานี้  

หนังยังสอดแทรกขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อต่างๆของชาวญี่ปุ่นเอาไว้มากมาย เช่น สึซึคิดว่า เด็กหญิงคนนึงที่มาแอบขโมยกินแตงโมในเวลาเย็นนั้นเป็น ผีซาชิกิวาราชิ (ภูติผีประจำบ้านที่ให้โชคลาภ) เนื่องจากชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อว่า ในช่วงพลบค่ำ (Twilight) จะเป็นช่วงเวลาที่เราจะสามารถเห็นภูติผีปีศาจได้ (ความเชื่อของคนไทยเรียกช่วงเวลานี้ว่า ผีตากผ้าอ้อม บรรยากาศมืดสลัวทำให้มองอะไรไม่ชัดเจนจนเห็นเงาสิ่งต่างๆกลายเป็นสิ่งที่ไม่ใช่คน พร้อมกับเชื่อว่าเป็นช่วงเวลาที่ประตูโลกมนุษย์ได้เปิดออกเชื่อมต่อกับโลกของวิญญาณ ) โดยความเชื่อนี้ปรากฏอยู่ในการ์ตูนและภาพยนตร์ญี่ปุ่นหลายเรื่อง เช่น เรื่อง Your Name 

หรือพิธีกรรมเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับพิธีแต่งงาน ย่าของสึซึได้บอกให้เธอจดจำบทสนทนาเกี่ยวกับ "การยืมร่มคันใหม่ของเจ้าสาว" ซึ่งเจ้าบ่าวจะถามเธอหลังจากพิธีส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอแล้ว (นัยว่า เป็นบทสนทนาสั้นๆที่แฝงความหมายในเรื่องเพศ/โชคลางที่ดี/การรับเจ้าสาวเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่/ บทสนทนาเพื่อให้บ่าวสาวได้เริ่มพูดคุยกัน ฯลฯ) รวมไปถึงวิธีการถนอมอาหารเพื่อเก็บไว้ทานในช่วงที่ขาดแคลนและประยุกต์ใช้วัตถุดิบต่างๆที่มีในท้องถิ่นให้เกิดเป็นอาหารตามภูมิปัญญาญี่ปุ่น

อีกทั้งสึซึเป็นตัวแทนผู้หญิงญี่ปุ่นซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์และบทบาทของพวกเธอในสมัยนั้น สมัยที่สังคมญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับแนวคิด "การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด" และระบบปิตาธิปไตย (Patriarchy) ผู้ชายเป็นใหญ่ พ่ออยู่ในฐานะผู้ปกครอง/ผู้นำของครอบครัวและต้องทำงานนอกบ้าน ลูกชายสืบทอดอำนาจการปกครองบ้านต่อจากพ่อ ถ้าหากพ่อไม่อยู่บ้านหรือเสียชีวิตไปแล้ว แม่ ลูกสาว พี่สาว น้องสาว และบรรดาญาติๆผู้หญิงต้องให้ความเคารพผู้นำของบ้านในขณะนั้น ส่วนผู้หญิงญี่ปุ่นมีหน้าที่ทำงานบ้านทุกอย่างตลอดจนการอบรมเลี้ยงดูสมาชิกในบ้าน แม้ในยามสงคราม เยาวชนและผู้หญิงล้วนกลายเป็นกำลังสำคัญในการช่วยประเทศชาติสู้รบกับข้าศึก ด้วยการเป็นกำลังเสริมหรือเข้าร่วมกองผลิตและแจกจ่ายเสบียงกรังให้แก่ทหารและชาวบ้านผู้ประสบภัยด้วย

สึซึเป็นหญิงสาวธรรมดาๆคนหนึ่ง ซึ่งมีชีวิตอย่างเรียบง่าย เธอดำเนินชีวิตไปตามบทบาทที่สังคมอยากให้เธอเป็นโดยไม่เคยนึกบ่นหรือตั้งคำถามว่าทำไมต้องทำเช่นนั้น สึซึปฏิบัติหน้าที่ลูกสาว ภรรยาและสะใภ้อย่างที่ดีสุด อาหารของเธอนั้นทำด้วยความรักเพื่อให้ครอบครัวอิ่มท้อง บ่อยครั้งความซื่อและอ่อนต่อโลกของเธอสร้างเรื่องตลกขบขันให้กับสมาชิกในครอบครัวท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดของบ้านเมือง หรือแม้ว่าต้องเจอเหตุการณ์เลวร้ายสักเท่าใด สึซึก็ยังคงยิ้มและมองในแง่ดีเสมอ สิ่งเหล่านี้ล้วนเกิดจากความเป็นคนช่างฝันและความรักในศิลปะ จึงทำให้โลกที่เธอมองเห็นนั้นต่างออกไปจากคนอื่นๆ 

มันเป็นโลกสีสวย 
ถูกบรรจงวาดด้วยดินสอดำบนกระดาษขาวสะอาด 
แต้มระบายด้วยสีน้ำอ่อนหวานละมุนละไม 
บอกเล่าเรื่องราวมหัศจรรย์เกินบรรยาย 
ช่างสวยงามในความทรงจำ

ชีวิตวันหนึ่งของเธอผ่านไปราวกับความฝันอย่างที่เธอมักพูดเสมอๆว่าไม่อยากให้มันจบลง เพราะทุกวันคือปัจจุบันอันเปี่ยมสุข ดินสอ สีน้ำ ฉาบระบายภาพชีวิตที่เธอต้องการ มีคนที่รักเธอรักและรักเธอ ครอบครัวแสนอบอุ่น ก็เพียงพอแล้ว

กลุ่มควันพวยพุ่ง เสียงระเบิด เครื่องบินรบ คราบน้ำมันและน้ำตาแห่งมหาสงคราม 
เปรียบเสมือน "หยดหมึกสีดำทะมึน" ที่หยดลงเปรอะเปื้อนภาพชีวิตสีสวยของเธอ มันไหลซึมอย่างรวดเร็วไปบนทุกตารางนิ้วของแผ่นกระดาษ ทั่วประเทศและบ้านเกิดแสนรัก ทั่วท้องฟ้าสีคราม ทั่วท้องทุ่งเขียวขจี แม้ว่าเธอไม่เคยต้องการมัน แต่เมื่อมันได้เกิดขึ้นแล้ว สึซึก็ยอมรับและมองมันเป็นเพียง "หยดหมึก" และหวังว่าเมื่อมันหยุดลง ภาพชีวิตของเธอจะกลับมาสวยงามดังเดิม

แต่เราทุกคนรู้ดีว่า หยดหมึกไม่เคยจางหายไป 
และสุดท้ายเหลือไว้เพียงภาพสีชีวิตสีขมุกขมัวที่เธอไม่อาจยอมรับ

สึซึแทบคลั่งเสียสติเมื่อรู้ว่าเธอไม่อาจได้สิ่งสวยงามในชีวิตกลับคืน หลานสาวตัวน้อยกับมือขวาของเธอที่หายไปกับเพราะแรงระเบิดกลายเป็นภาพความทรงจำเลวร้ายที่สุด แม่ผู้เสียชีวิตจากระเบิดนิวเคลียร์ พ่อผู้ล้มป่วยและจากไป พี่ชายผู้กลายเป็นเถ้าถ่านบนเรือรบ น้องสาวผู้ป่วยเป็นมะเร็ง มันตอกย้ำความเจ็บปวดให้เธอทุกครั้งเมื่อคำนึงถึง...

สึซึเฝ้ามองมือขวาที่หายไปและเริ่มคิดได้ว่า
ยังมีมืออีกหลายคู่เข้ามากอดกุมมืออีกข้างของเธอไว้
มือของสามี...มือของญาติๆ...
มือของคนที่เธอรักและรักเธอ

เพราะความฝัน ความหวัง และการมองโลกในแง่ดี...มิใช่หรือ?
เพราะดินสอ สีน้ำ พู่กัน แผ่นกระดาษเปล่า...มิใช่หรือ?
เพราะมือหลายคู่นี้..มิใช่หรือ?
ที่ทำให้เธอดำเนินชีวิตมาได้นานถึงเพียงนี้

สึซึได้สอนให้ฉันเรียนรู้ว่า 
แม้ว่าจะสิ้นหวังเพียงใด 
ขอเพียงกายสู้ ใจสู้ 
มองสิ่งเลวร้ายเป็นเพียง "หยดหมึกสีดำ"
 
ด้วยมือซ้ายที่เหลืออยู่...
จงเรียนรู้ที่จะใช้มัน
วาดภาพชีวิตในแบบของเราขึ้นมาใหม่

แค่มีฝันกับพู่กัน...ก็เพียงพอแล้ว...
SHARE
Written in this book
Just Enjoy The Show
วิเคราะห์หนังตามความประทับใจและประสบการณ์ส่วนตัวค่ะ
Writer
ClairDeLune
Devil
ARS LONGA, VITA BREVIS ชีวิตสั้น...ศิลปะยืนยาว ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาเลยค่ะ มีอะไรอยากพูดคุยกัน >> ID Line : Lukemai007

Comments

Vanont
3 years ago
ชอบเรื่องนี้มากครับบุคลิกนางเอกนี่น่ารักจริงๆ
Reply
ClairDeLune
3 years ago
ชอบเรื่องนี้มากเหมือนกันค่ะ ถึงดูแล้วจะหดหู่แต่ก็รู้สึกสบายใจ สบายตา เบาๆ ลอยๆอย่่างบอกไม่ถูก รู้สึกชื่นชมคนญี่ปุ่นที่มีความกล้าหาญมองโลกในแง่ดีอย่างนางเอกมากๆค่ะ