วันนั้นกับวันนี้... มุมมองที่ต่างไปฉันได้จากอมรินทร์ฯ (
 "ความต่าง" แท้จริงแล้วต่างเพราะเราทำ หรือต่างเพราะเราคิดกัน?



เคยได้ยินคำบอกเล่าที่ว่า เมื่อไปฝึกงานกลับมา คนๆนั้นจะเปลี่ยนไป บ้างก็บอกว่าจะโตขึ้น แต่บ้างก็มีเหมือนกันที่บอกว่าไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง



ฉันมีโอกาสเดินตามความฝัน มุ่งหน้าหาสถานที่ฝึกงานยังสื่อสิ่งพิมพ์ ขอเพียงบริษัทเล็กๆ นิตยสารหรือสำนักพิมพ์ที่ไม่ต้องมีชื่อเสียงมากมาย บรรยากาศคงน่ารัก เป็นกันเอง สงบสุข



ท้ายที่สุด ด้วยความช่วยเหลือของอาจารย์ผู้กรุณา ทำให้ฉันได้มาฝึกงานที่นี่ ที่ที่ทุกคนผู้รักหนังสือต้องรู้จัก และหลายคนคงใฝ่ฝันอยากจะทำงานที่นี่ ฉันขอเรียกสถานที่แห่งนี้สั้นๆง่ายๆตามที่แทบทุกคนรู้จักว่า "อมรินทร์"



ฉันยังจำได้ถึงวันแรกที่ไปรายงานตัวและเข้าฝึกงาน เช้าวันนั้น แม่ตามมาส่งด้วยความเป็นห่วงอย่างแน่นอน แม้คนในครอบครัวไม่ค่อยเข้าใจฉันเท่าไร แต่คนเป็นพ่อแม่ย่อมต้องเป็นห่วง เป็นห่วงในแง่ไหนฉันไม่อาจรู้ได้ หลักเลยคงเป็นห่วงว่าฉันจะอยู่คนเดียวทั้งที่อพาร์ทเมนท์และที่ออฟฟิศซึ่งไม่รู้จักใครเลยได้ไหม

เช้าวันนั้น ฉันนัดเจอกับเพื่อนมหาวิทยาลัยเดียวกันที่มาฝึกงานด้วยกันแต่คนละแผนกที่โรงอาหาร ยังจำได้ดีว่าฉันกังวลจนกินข้าวไม่ลง คนตาบอดอย่างฉันจะเผชิญสิ่งใดต่อไป ณ สถานที่แห่งนี้



ที่รู้ๆ ฉันพกพาเอามุมมองมุมเดิมติดมาด้วย...



เช้าวันนั้น ฉันแยกกับแม่ที่โรงอาหารเมื่อถึงเวลารายงานตัวที่ฝ่ายบุคคล หลังจากวินาทีนั้น ฉันก็ได้เจออะไรมากมายตามครรลองของมัน แม้มีทัศนคติดีๆที่ใครคนหนึ่งยอมรับฉันเข้ามาฝึกงาน ต่างจากสถานประกอบการบางแห่ง อันที่จริงคือต่างบุคคลต่างมุมมอง ฉันก็ต้องเจอทัศนคติที่... เรียกว่าทัศนคติที่ไม่ดีก็คงไม่ได้ มันคือทัศนคติผิดๆมากกว่า ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า "myth" หรือ "misconception"



กว่าจะจูนกับพี่ๆที่ออฟฟิศติดก็นานนับเดือน ว่าไม่ต้องมีใครคอยดูแล ฉันสามารถทำหลายๆสิ่งได้ด้วยตัวเอง ฉันสามารถเดินไปยังบริเวณต่างๆได้โดยไม่ต้องมีใครมาคอยจูงมือตลอดเวลา และอะไรอื่นๆที่เราต้องเรียนรู้กันไปอย่างไม่รู้จบ แต่ก็มีบางอย่างเหมือนกันที่คนตาดีเข้าใจคนตาบอดยากเหลือเกิน... แต่หลายๆคนเข้าใจมาถึงขั้นนี้ ก็นับว่ามาไกลพอควรแล้ว



แต่ก็ใช่ว่าพี่ๆเรียนรู้อะไรจากฉันซึ่งเป็นคนตาบอดเพียงฝ่ายเดียว ฉันเองก็ต้องพยายามหันกลับมามองมุมที่ฉันไม่เคยมองมาก่อนเช่นกัน การมีใครเข้าใจคนตาบอดเพียงสักคน ก็อาจทำให้ฉันละสายตาไปมองมุมที่ต่างองศาออกไป เหลียวกลับไปมองเพื่อทำความเข้าใจได้ว่า ณ มุมนั้นมีองศาต่างกันอย่างไร มิได้มีเพียงมุมฉันที่มีพื้นที่อยู่ตรงนี้...

--------------------------------------------------------------------------------



วันนั้น คนบนออฟฟิศเบาบางเต็มทีเพราะเป็นสัปดาห์ใกล้เทศกาลปีใหม่ อาจเป็นวันสุดท้ายของคนที่จะมาทำงานเกือบทุกคน มื้อกลางวันวันนั้น ฉันไปทานอาหารกับเพื่อนนักศึกษาฝึกงานคนหนึ่ง ขณะเพื่อนไม่อยู่ที่โต๊ะ ฉันนั่งอยู่เพียงลำพัง ก็มีผู้ชายคนหนึ่งซื้อขนมมาให้ บอกว่า "ซื้อมาให้ครับ ให้เป็นของขวัญปีใหม่" ท่าทางและน้ำเสียงเขินๆชอบกลเมื่อยื่นขนมให้ฉัน เขาไม่ใช่คนบนแผนกที่ฉันอยู่ ไม่ใช่คนที่ฉันรู้จัก ฉันได้แต่ขอบคุณ งวยงง แต่ก็ผสมผเสด้วยความไม่ชอบใจกรุ่นๆ เพราะคนพิการอย่างฉันมักเจออะไรเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง คนมักจะให้อะไรที่คนพิการมีอยู่แล้ว แต่กลับไม่เคยให้สิ่งที่เราต้องการจริงๆเลย



เพื่อนกลับมาถึงโต๊ะ เหลือบมองขนมพลางถามฉันว่าได้มาจากไหน ฉันจึงตอบไปแกนๆว่ามีคนให้มา งงๆเหมือนกัน



หลังทานอาหารเสร็จ ครึ่งวันหลังฉันมีธุระนอกออฟฟิศ ขณะขึ้นไปบนตึกเพื่อเก็บของแต่เพื่อนอยู่ทำงานต่อ เพื่อนเปรยๆว่าอยากกินขนม ฉันจึงให้ไปอย่างไม่เสียดาย ความไม่ชอบใจยังล่องลอยบางๆในความคิด ขณะรับไปเพื่อนก็ไม่เข้าใจหรอกว่าฉันให้ไปเพราะ "ไม่เคยอยากได้อะไรแบบนี้" ไม่ใช่เพราะ "ไม่อยากกิน"



สองวันที่ผ่านมานี้ (25 มีค. 59) ปีใหม่แล้ว และฉันก็จากอมรินทร์มาแล้วสองสัปดาห์เพราะฝึกงานจบเรียบร้อย ตอนเย็นขณะนั่งดื่มน้ำอยู่ข้างล่างตึกเรียน เพราะเพิ่งเลิกคลาส จู่ๆมีน้องผู้ชายคนหนึ่งซื้อขนมมาให้ฉัน 'อีกแล้ว' แล้วน้องเขาก็เดินจากไป...



ฉันไม่รู้หรอกว่าน้องกำลังคิดอะไรเมื่อซื้อขนมให้ฉัน แต่ความรู้สึกผิดต่อเหตุการณ์วันนั้นจู่โจมเข้ามาอย่างมากมาย วันนั้นฉันไม่ชอบใจเอาเสียเลย แต่วันนี้ฉันกลับรู้สึกขอบคุณไม่ว่าน้องคิดอย่างไร น้องไม่เข้าใจฉันหรอกว่าฉันไม่อยากได้สิ่งเหล่านี้ แต่วันนี้ฉันกลับรู้สึกขอบคุณในการให้ที่น้องตั้งใจและตัดสินใจจะทำเพียงเห็นพี่แค่ไม่กี่นาทีเลย



นี่พี่ๆที่ออฟฟิศ ที่อมรินทร์ฯ ซึ่งเริ่มเข้าใจและสนิทกับฉันพอควร หล่อหลอมให้มุมมองฉันเปลี่ยนไปขนาดนี้เลยหรือ...



ฉันยังคงประหลาดใจตัวเองมาจนถึงวินาทีที่กำลังพิมพ์อยู่นี้...



มุมเดิมยังคงอยู่ เป็นไปไม่ได้หรอกที่คนพิการจะต้องพยายามเข้าใจคนปกติและพยายามเปลี่ยนตัวเองไปตามทัศนคติผิดๆ วันนี้ฉันยังคงอยู่ที่จุดเดิม แค่ฉันหันกลับไปมองในทิศทางอื่นบ้าง ไม่ได้มองเพื่อถอยไปเป็นคนที่ไรค่าตามทัศนคติส่วนใหญ่ แต่มองเพื่อเข้าใจว่าเขาคิดอย่างไร แล้วฉันก็จะหันกลับมายังจุดเดิม หันมายังเป้าหมายเดิมที่จะเปิดทัศนคติให้คนตาดีเข้าใจคนตาบอดต่อไปไม่คิดหยุดหย่อน



เหนื่อยได้ แต่ฉันคงไม่หน่าย . . . .



วันนี้พี่ๆทำสำเร็จแล้ว สิ่งที่พวกเขาพยายามบอกมันหล่อหลอมฉันโดยไม่รู้ตัว มุมที่ฉันอยู่จะไม่ขยับเคลื่อนองศาไปตามมุมไหนหรอก แต่ฉันจะรับรู้ถึงพื้นที่ที่ต่างไป



'มองอย่างเข้าใจ แต่ฉันยังมุมเดิม'



ถึงตอนนี้ฉันได้คำตอบแล้วล่ะว่า การฝึกงานครั้งนี้ทำให้ฉันเปลี่ยนไปหรือไม่... อย่างไร...



ป.ล. เขียนเมื่อ 27 มีนาคม 2559 แต่เนื่องจากบัญชีเก่าของ Storylog ไม่สามารถใช้งานได้ จึงนำมาลงใหม่ไว้ในบัญชีปัจจุบันค่ะ




ป.ล.2 รูปเครดิตตามภาพค่ะ  CR. Secret Magazine
SHARE
Writer
Kitiraporn
Alice Dreamer
Follow my mind

Comments