Can't stop (Episode 1)


             ชื่อตัวละครทุกตัวที่ปรากฏขึ้นในเรื่องนี้เป็นเพียงชื่อสมมติเพื่อปิดบังตัวตนนักเขียนและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เหตุการณ์ทุกอย่างภายในเรื่องเป็นการผสมผสานกันระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นจริงตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคมจนถึง 11 สิงหาคมบวกกับจินตนาการของนักเขียน ไม่ได้มีเจตนากล่าวถึงบุคคลที่สามสี่ห้าหกเจ็ดในทางเสียหายแต่อย่างใดค่ะ

                                                  ขอให้สนุกนะคะ


0

"การบันทึกเสียงครั้งแรกของฉัน... ถึงนายเพื่อนร่วมสาขา"

เสียงหวานของเด็กสาวกำลังถูกบันทึกลงในโทรศัพท์เครื่องบางสีดำท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสี่เหลี่ยมซึ่งมีเพียงแสงสว่างจากหลอดไฟและหน้าจอโน๊ตบุ๊คเอเซอร์ตรงหน้าเด็กสาวเท่านั้น "ฉันคือฮันนาห์ เบเคอร์เวอร์ชั่นไทยแต่คุณไม่ต้องกลัวว่าฉันจะอัดเสียงพวกนี้ไว้แล้วส่งต่อให้เพื่อนๆหลังจากจบชีวิตของตัวเองด้วยการฆ่าตัวตาย ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอกแม้ว่าลองทำแบบสอบถามอาการซึมเศร้าจากกรมสุขภาพจิตแล้ว คำตอบที่ออกมาคือฉันมีอาการซึมเศร้าระดับปานกลาง"

เรือนผมยาวสีดำอมน้ำตาลถูกเสยขึ้นอย่างลวกๆเผยให้เห็นโครงหน้ากลมเหมือนซาลาเปาซึ่งถูกซ่อนเอาไว้เพียงไม่กี่วินาที 
ผิวกายขาวเหลืองสไตล์สาวเอเชียถูกแดดเผาจนกลายเป็นสีแทน เธอสวมสเวตเตอร์มีฮู๊ดสีชมพูตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นสีดำแนวสปอร์ตอวดเรียวขาคู่สวย 
อาภรณ์เหล่่านั้นค่อนข้างบางและวาบหวิว ถ้าหากเธอแต่งตัวแบบนี้ไปเที่ยวคงจะถูกมองไปถึงไหนต่อไหนแต่อาจจะถูกด่าจนหูชาก่อนได้ออกจากบ้านเสียอีก

"เฮ้! พวกคุณไม่ต้องเครียดนะระหว่างที่ฟังเรื่องไร้สาระของฉัน ชีวิตของฉันไม่ได้มีเรื่องดราม่าเยอะแยะขนาดนั้น ทุกอย่างที่พวกคุณจะได้ฟังมีเพียงความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของฉันอย่างเดียว มันเป็นสิ่งที่ฉันโกหกไม่ได้"

คิ้วดำโค้งได้รูปแต่บางเสียจนมองแทบไม่เห็นกระตุกขึ้นลงตามการพูด เธอสวมหูฟังสีขาวเข้าไปในหูเล็กทั้งสองข้างซึ่งพับครึ่งเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเพื่อฟังเพลงสุดมันจนอยากโยกหัวตามแต่ดวงตาตี่ใต้แว่นหนาทรงหยดน้ำสีดำมองหน้าจอสี่เหลี่ยมของโน๊ตบุ๊คตรงหน้าอย่างนิ่งเฉย จมูกเล็กเหมือนชมพู่รับเข้ากับริมฝีปากบางแห้งผาก 

"คุณอาจจะอยากรู้ว่าฉันเป็นใคร... ฉันจะใบ้ให้สักสองสามข้อแล้วกัน ฉันชื่อจีค่ะ กำลังเรียนชั้นปีหนึ่ง คณะมนุษยศาสตร์ที่มศว" 
เด็กสาวเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อเม้มกลีบปากคู่แห้ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนเดิม "แค่นี้น่าจะพอแล้วเพราะฉันไม่อยากให้คุณรู้ว่าฉันเป็นใครหรือพยายามตามหาฉัน ปล่อยให้มันเป็นความลับของจักรวาลแบบนี้แหละ"


กร๊อบ...
กร๊อบ...


จีหันคอไปทางซ้ายและขวาแก้เมื่อยเพราะเธอนั่งจ้องหน้าจอนานหลายชั่วโมงแล้ว เธอไม่ได้บอกว่าเธอเป็นนักเขียนฝึกหัด 
ทุกอย่างที่เธอพูดอาจกลายเป็นเรื่องสั้นหรือไม่ก็นิยายเรื่องใหม่ของตัวเองอีกเรื่องในชีวิตก็ได้ ไม่มีใครรู้หรอกรวมถึงตัวเธอเอง

"ตอนนี้ห้าทุ่มสี่สิบหกนาทีของวันที่สิบสองสิงหาคม ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพวกคุณหลับกันไปแล้วรึยังแต่ว่าฉันไม่รู้สึกง่วงสักนิด ฉันกำลังสงสัยอยู่ว่าฉันเป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรังรึเปล่า" จีเบือนหน้ามองไปยังกระเป๋าเดินทางของตัวเอง เธอคลี่ยิ้มหวานออกมาแล้วพูดต่อ "แต่มีเหตุผลหนึ่งข้อที่เข้าเค้าที่สุด... ฉันคิดว่าความทรงจำภายในกระเป๋าเดินทางของฉันมันกำลังล้นทะลัก"

"คืองี้ค่ะ ฉันเพิ่งกลับมาจากค่ายอัตลักษณ์เมื่อวานนี้เอง แน่นอนว่ามันสนุกกว่าทุกค่ายที่เคยไปเพราะมันเป็นค่ายมหาลัย บางทีอาจเป็นเพราะได้เจอหน้าคุณด้วยมั๊ง..." เธอแสดงความเป็นตัวเองอย่างตรงไปตรงมาเกินไปจนอดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะสมเพชหลังจากได้ยินสิ่งที่พลั้งปากพูดเพราะมันน้ำเน่าชวนคลื่นไส้ยิ่งกว่าละครหลังข่าวภาคค่ำเสียอีก 
"แหวะ! อยากอ้วกชิบหาย ฉันเป็นพวกปากรั่วเก็บความลับไม่ค่อยอยู่ ถ้าแฟนของฉันรู้ว่าฉันชอบคุณต้องเป็นบ้าแน่ แต่สิ่งที่ฉันจะพูดตอนนี้ไม่เกี่ยวกับเขา เกี่ยวกับคุณต่างหาก" 

ตริ๊ง!!
 
(Boyfriend : ฝันดีนะ) 

เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้จีหยุดพูด เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านข้อความและตอบกลับแบบเดียวกันให้กับเขา รอยยิ้มซึ่งผุดขึ้นมาบริเวณมุมปากเมื่อเธอเห็นข้อความของแฟนหนุ่มมันอบอุ่นและมีความสุขเหมือนตอนที่มองกระเป๋าเดินทางของตัวเอง

นั่นก็เพราะความรู้สึกมันไม่ต่างกันไงล่ะ...

"ความจริงแล้วฉันชอบคุณตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอหน้า หัวใจเต้นแรงแปลกๆเวลาเผลอสบตาโดยบังเอิญแต่อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นคนในหน้าปกล่ะ! คุณแค่หน้าตาคล้ายหมอนั่นเฉยๆน่ะ"



1


7.12 น.
7 สิงหาคม 2560 
@สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ มักกะสัน


ฉันสวมเสื้อโปโล HU สีขาวเหมือนกับทุกคนในคณะมนุษยศาสตร์ แตกต่างแค่กางเกงวอร์มขาบานสีดำและรองเท้าผ้าใบสีขาวเสริมส้้น 2 เซนติเมตร แม้มันจะเป็นรองเท้าพื้นหนาแต่ฉันก็รู้สึกเตี้ยอยู่ดีเมื่อเทียบกับคนอื่น

ฉันพาร่างไร้เรี่ยวแรงออกมาจากบ้านมาพร้อมกับสะพายกระเป๋าเป้อะเนลโล่สีแดงเลือดหมูและลากกระเป๋าเดินทางสีดำขลับมายังแถวของนิสิตคณะมนุษยศาสตร์ สาขาภาษาเพื่ออาชีพซึ่งมีรุ่นพี่ปีสองในเสื้อแบบเดียวกันถือป้ายอยู่หัวแถว

ฉันโบกมือลาพ่อที่อุตส่าห์เดินทางมาส่งถึงที่ ก่อนจะตั้งวงเม๊าท์มอยกับเพื่อนตามประสาผู้หญิง มือขวาของฉันมีขนมวาฟเฟิลไส้ข้้้าวโพดกับขวดน้ำเปล่าซึ่งซื้อมาจากร้านค้าแถวๆชานชาลาสถานีรามคำแหง 

หึ!! ฉันไม่ได้กินข้าวเช้าก็ต้องกินอะไรง่ายๆแบบนั้นแหละ ไม่งั้นเป็นลมแน่


8.04 น.
@สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ มักกะสัน


จากโน๊ตแจ้งกำหนดการในไลน์ ตอนนี้เป็นเวลาล้อหมุนแล้ว แต่ว่าฉันกับคนอื่นในคณะมนุษย์ฯกำลังยืนร้อนอยู่ที่เดิมเพราะเพื่อนๆยังมาไม่ครบ เฮอะ!! รอวนไปค่ะ

"น้องๆคะ!! ใครยังไม่ได้เช๊กชื่อ!!" 

รุ่นพี่ปีสองร่างอ้วนผิวคล้ำจากแดดตะโกนเรียกรุ่นน้องปีหนี่ง ฉันและเพื่อนๆบางส่วนในแถวยกมือขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะลดมือลงไปหารุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งยืนรออยู่ที่หัวแถวโดยมีกระดาษรายชื่อนิสิตในสาขาภาษาเพื่ออาชีพ

เพื่อนในกลุ่มของฉันเช็กชื่อของตัวเองเสร็จภายในเวลาไม่นาน คราวนี้ถึงตาฉันบ้าง ฉันรับปากกาลูกลื่นมาจากคนตรงหน้าพลางเลื่อนปลายนิ้วไปหาชื่อและนามสกุลของตัวเอง

ธนีดา ชิงดวง ✔



8.20 น.
@สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ มักกะสัน


"ยังอีกๆๆ ยังไม่ได้ไปอีก!"
"ทำไมช้าจังวะ?!"
"แม่งเอ๊ย! ถ้าจะให้ยืนร้อนแบบนี้ น่าจะมาสักแปดโมง!!"
"โอ้วฟัค! นั่นแดดหรือไฟวะ?""กูอยากกลับบ้านไปอาบน้ำว่ะ"


เสียงบ่นพึมพำเหล่านั้นไม่ได้มาจากกลุ่มของฉันกลุ่มเดียว 

อากาศร้อนอบอ้าวบวกกับนิสิตหลายพันคนรวมตัวกันในที่เดียวแถมต้องรอเพื่อนคนที่ช้าทำให้รู้สึกขัดใจ ร้อน อารมณ์เสียและหน้ามืด 
บางคนก้าวผ่านความรู้สึกเหล่านั้นด้วยการหยิบป้ายชื่อของตัวเองขึ้นพัดหน้าตัวเอง บางก็นั่งลงบนกระเป๋าเดินทางของตัวเองและแหงนหน้าคุยกับเพื่อนเพื่อให้ลืมความร้อน บ้างก็ยกมือเรียกพี่พยาบาลเพื่อขอแอมโมเนีย

ฉันหยิบยาดมหลอดเขียวของตัวเองออกมาจากเป้อะเนลโล่ เหงื่ออาบท่วมทั้งตัวจนอยากถอดเสื้อให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยแต่ว่าฉันทำได้แค่คิดเท่านั้นแหละ ฉันพับแขนเสืื้อขึ้นมาสองทบและปลดกระดุมหนึ่งเม็ด ใครที่อยู่สาขาเดียวกันกับฉันก็จะเห็นสาวแว่นดำหน้าเนิร์ดคนนั้นแหละ

ใครจะคิดว่าฉันอ่อยหรือยั่วผู้ชายก็ช่าง ฉันเป็นคนขี้ร้อนและเป็นลมง่ายโคตรๆ


นี่!! เพื่อนๆ เดี๋ยวจะเช็กชื่ออีกรอบนะ!

เสียงผู้ชายคนหนึ่งในสาขาตะโกนขึ้นมาท่ามกลางความวุ่นวายรอบข้าง เสียงนั้นดึงความสนใจไปจากฉันได้ครู่หนึ่ง ต้นเสียงของเขาอยู่ไม่ห่างจากฉันเท่าไหร่นัก เขาคือปาร์ค จีฮุน หนุ่มหล่อหน้าใสสัญชาติเกาหลีผู้มากความสามารถ แค่ขยิบตาขวาเพียงครั้งเดียว หัวใจของฉันก็ละลายราวกับไอศกรีมแท่งถูกแสงแดดจ้าโลมเลียและไม่อาจต้านทานความเร่าร้อนนั้นได้


ผู้ชายมักจะไม่ค่อยรู้ตัวว่าตัวเองมีดาเมจทำลายล้าง


"ธนีดา!!" เขาตะโกนเรียกชื่อตามด้วยนามสกุล "ชิงดวง!!"
ฉันยกมือขวาขึ้นขณะกำลังกลืนน้ำลงคอ ทำให้จีฮุนตะโกนเรียกชื่อของฉันอีกครั้งเพราะฉันไม่ได้ขานตอบเสียงดังฟังชัดเหมือนคนอื่น เขาหันหน้ามองมาทางฉัน
"อยู่นี่"
"ทำไมไม่ยอมตอบอะ?"
"ก็ตอบแล้วไง"
"คราวหลังพูดดังๆหน่อยนะ" 
"อืม"

สิ้นเสียงตอบกลับ เขาก็เดินจากไปพร้อมกับกระดาษใบรายชื่อนิสิตที่นั่งบนรถทัวร์คันที่สอง จีฮุนเรียกชื่อเพื่อนคนอื่นต่อ ส่วนฉันต้องแสร้งทำเป็นคุยกับเพื่อนต่อเพื่อให้ลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ 

                                                     ____________


"บทสนทนาครั้งแรกเริ่มต้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยเนอะ แต่คุณคงจะไม่คิดมากหรอก คุณเป็นคนเฟรนลี่ยังไงก็ได้อยู่แล้วนี่นา" 
จีพูดกับตัวเองพลางลุกขึ้นจากเตียงนอนตัวนุ่มพร้อมกับโทรศัพท์ในมือข้างขวา เปลือยเท้าเปล่ามุ่งหน้าไปยังสวิตช์ไฟสีขาวซึ่งอยู่ไม่ห่างจากประตูห้องนอน


แกร๊ก!




ความมืดเข้าครอบคลุมพื้นที่ในห้องจนเหลือเพียงแสงสว่างจากหน้าจอโน๊ตบุ๊ค ภายในบ้านของจีไม่มีใครอยู่เลยทำให้บรรยากาศรอบข้างน่าอึดอัดและน่ากลัว ทำนองเพลงบางอย่างวนเวียนภายในหัวว่า

We're not forever. Fill it with tears, with a sad ending. The end of us both never. 
มันเป็นท่อนหนึ่งจากเพลง NEVER ซึ่งเธอเพิ่งเริ่มฟังมันไม่กี่วัน 
เมื่อลองแปลคร่าวๆในหัวคือ 

พวกเราไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดไปหรอก พวกเราถูกเติมด้วยน้ำตาและตอนจบแสนเศร้า เราทั้งคู่น่ะไม่มีทางหรอก... 

เพลงบ้านี่พูดถูกเสียจนเหมือนแทงใจดำ 
แม้ว่าจีฮุนจะเรียนสาขาเดียวกันกับเด็กสาวคนนี้แต่ยังไงก็ไม่มีทางได้อยู่ด้วยกันหรอก จีพยายามครุ่นคิดและกลั่นกรองความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดหลังจากนิ่งเงียบไปนานหลายนาที

"มันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกที่จะไม่รู้ว่าฉันรู้สึกยังไง ฉันต่างหากที่หลอกตัวเองว่า ระยะเวลาห้าวันสี่คืนที่ค่ายอัตลักษณ์ ฉันอาจมีโอกาสแก้ตัวกับคุณก็ได้ แต่ความจริงคือฉันเพียงแค่แอบมองคุณฝ่ายเดียวโดยไม่พูดอะไรทั้งนั้น"


สิ้นสุดการบันทึกเสียง
VOICE001-2017
                                                 


TO BE CONTINUE...


SHARE
Written in this book
S L E E P L E S S
จี - ธนีดา เด็กสาวธรรมดาวัย18ปีคนหนึ่งที่เป็นติ่งเกาหลีแต่ชอบฟังเพลงสากล เจสัน เดรูโล่คือศิลปินคนโปรดของเธอรองลงมาจากวงเกาหลีสองสามวงที่เธอคลั่งไคล้ เธอเป็นนิสิตใหม่ซึ่งเก็บกุมความลับนับล้านไว้ภายในจิตใจ พฤติกรรมที่แสดงออกให้บุคคลอื่นเห็นเป็นเพียงการแสดง ภายใต้รอยยิ้มสดใสคือความหยาบกระด้าง รุนแรงและไม่แคร์โลก วันหนึ่งจีเผลอตกหลุมรักเพื่อนร่วมสาขา เขาเป็นผู้ชายร่างสูงซึ่งอาจตรงสเป็คของใครหลายคนรวมถึงจีด้วย นานวันเข้ายิ่งรู้ตัวว่าไม่สามารถหยุดพร่ำเพ้อถึงเขาได้ เธอจึงได้เขียนนิยายเพื่อส่งต่อให้เพื่อนทุกคน จีใช้เวลาช่วงที่นอนไม่หลับในการบันทึกเสียงของตัวเองเพราะคิดว่าอาจจะทำให้หยุดคิดถึงได้บ้าง แต่มันกลับทำให้แย่ลงเรื่อยๆ...
Writer
GREYSWEATER
romanticism
IMAGINATION IS THE REASON WHY I LIVE.

Comments

Memoney
4 years ago
บรรยายดีนะคะ อยากเป็นนางเอกในนั้น555
รอติดตามอยู่น้าา
Reply
GREYSWEATER
4 years ago
ขอบคุณค่าาา