เมื่อผมได้อวัยวะที่ 33
ผมยังเด็ก เพิ่งจะปิดเทอมไป แต่ขอย้อนก่อนสอบปลายภาคไป..สักครึ่งเดือน วันทีี่ผมไปตรวจสุขภาพของประกันชีวิต(ไม่ได้โฆษณาแต่อย่างใด) เมื่อถึงขั้นตอนการซักประวัติ ด้วยความที่ผมกับหมอมีส่วนเกี่ยวข้องกันเล็กน้อย เลยสามารถพูดเรื่องเรื่อยเปื่อยมาได้

"คืองี้ครับ ช่วงนี้ผมปวดหัวนิดหน่อยแต่พอทนได้ ปวดซีกเดียว น่าจะเป็นไมเกรนมั้ง ผมไม่เคยเป็นแล้วขามันสั่นๆ บางทีผมลุกขึ้นยืนไม่ไหว บางทีก็มองเห็นอะไรเลือนๆซ้อนๆกัน" ผมก็พูดไปตามอาอารที่เคยในระยะนี้ คุณหมอนิ่งแล้วให้ผมยกแขนขึ้น

ยกแขนทั้งสองข้าง หวายทองแขนแล้วรักษาระดับไว้ ปรากฏว่าแขนซ้ายผมตกลงมาเล็กน้อย ผมคิดว่าอาจเป็นเพราะสติหลุด(?) แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่แขนมันก็ตกลงมาประมาณ 5เซนติเมตร

"หมอว่าควรไปตรวจนะ เดี๋ยวเขียนใบส่งตรวจให้" แล้วผมก็ไปตามที่หมอว่า เสียเวลาทั้งวันรวมเงินไปเกือบสองพันบาท ได้แจ๊คพอตใหญ่คือ ผมเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ

มันเป็นไปได้ยังไงกัน? ผมอ่านข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ทุกคำค้น เส้นเลือดในสมองตีบ กลุ่มอายุ วัย เพศ ปัจจัย การรักษา ผลข้างเคียง  ทุกคำที่เกี่ยวข้องทั้งงานวิจัยของต่างประเทศผมก็อ่าน(แบบเดาๆ) แต่หลังจากผลเป็นเอกฉันท์พบว่าผมเป็นเส้นเลือดในสมองตีบจริงๆ โดยมันเป็บแบบ..ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่เหมือนว่าหลอดเลือดมันจะหนาขึ้นเข้ามาข้างในจนทางที่เลือดผ่านมันแคบลง

"แล้วมันรักษายังไงครับ ผมต้องทำยังไงต่อ" ผมได้แต่ถามคุณหมอกับตัวเอง กลัวมากๆ ยอมรับว่าน้ำตาตกในและตกจากตาจริงๆไปหลายรอบ ไม่นึกว่าอาการที่คิดว่าเป็นไมเกรนจะกลายเป็นโรคที่เกี่ยวกับสมองไปซะได้

"ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวนี้หมอเก่ง รักษาได้แน่นอน" ผมก็พยายามเชื่อแบบนั้น แต่ใจผมท้องไปครึ่งแล้วล่ะ แต่ก็ได้รับยามากินแล้วก็ให้ตัดสินใจว่าจะรักษาเมื่อไหร่ เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงสอบไฟนอล ผมกลัวว่าจะไม่ทันสอบเลยขอเลื่อนมาเรื่อยๆ ทนกับอาการมือสั่น พูดไม่ออก ฟังไม่รู้เรื่อง จนถึงระดับไม่สามารถเขียนหรืออ่านได้(บางคำ) อย่างสมมุติว่ามีคนพูดว่า "อยากกินกล้วย" ผมจะถามไปว่า "กล้วยคืออะไร" ผมไม่สามารถจินตนาการภาพกล้วยออกมาได้ หรือเขียนชื่อตัวเองไม่ได้ แต่เขียนคำอื่นได้ ตาบอดแบบชั่วคราว(สมมุติว่าอยู่ดีๆตาขวามองไม่เห็นทั้งๆที่ลืมตาอยู่แต่สักพักจะกลับมาเป็นปกติ)

ผมใช้ชีวิตนอนคิดนั่งคิดเล่นเกมคิด จนเอาวะ ไหนๆก็มีถึงตรงนี้แล้วเนอะ สู้หน่อยแล้วกัน!! ผมก็บอกกับผู้ปกครองว่าหลังจากสอบแล้วจะเอาไปต้มยำทำแกงก็เชิญ และกันเหนียวไว้ เขียนใบยินยอมให้บริจาคอวัยวะในร่างกายทุกส่วนได้เผื่อตายขึ้นมาก็อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ ทีแรกพ่อแม่ก็ไม่ยอมครับเรื่องบริจาค เห็นว่าชาติหน้าเกิดมาของจะไม่ครบ ผมก็ดื้อ..จนได้เซ้นต์ 5555+

วันเมื่อวาน 2 มีนาคมวันเกิดผมเองแหละ ผมก็เข้ารับการทำบอลลูนแล้วฝังลวดบริเวณที่อุดตันไม่ให้มันกลับมาอุดตันอีก ใช้เวลาผ่านประมาณชั่วโมงครึ่งกับอีกนิดหน่อย ใช้เวลาในห้องไอซียู 9ชั่วโมงและตอนนี้ผมก็กำลังนอนเจ็บแผลบนเตียงแล้วเขียนมาเล่า

ผมยังไม่เห้นความเปลี่ยนแปลง ไม่รู้สึกว่ามีอะไรถูกเพิ่มหรือขาดไป ไม่รู้สึกว่าสมองปอดโปร่งถึงขั้นวิวัฒนาการณ์เป็นไอสไตล์ได้ แต่ผมรู้สึกว่า อืม..ก็ยังมีคนที่ห่วงใยเรา

สุดท้าย ผมก็ขอตัวพักผ่อนให้เต็มที่นะครับ อยากกลับบ้านจะแย่แล้วและเพื่อนๆในเกมคงกำลังรอฟังอยู่แหละว่าพวกเขาจะได้ข่าวดีหรือข่าวร้าย
SHARE
Written in this book
บางทีความคิดก็ทำให้คุณเป็นบ้าได้
แค่ 1 ในร้อยสิ่ง ที่ทำให้คุณเป็นบ้า
Writer
Open
etc.
มันเหมือนเรื่องบ้าๆในชีวิตมันมากมายเกินกว่าที่เราจะวิ่งหนี ผมเลยเลือกที่จะยืนเผชิญหน้ากับมัน และแล้ว...ผมก็กลายเป็นบ้า เรื่องมันน่าเศร้ามากเลยนะครับ

Comments