ว่าด้วย Koe no katachi​ #ดูแล้วมาชวนคุย #​ไม่ได้​ดู​มา​ชวน​ดู​ #spoil alert!
Koe​ no​ katachi​/รักไร้​เสียง/A silent​ voice​
ส่วนตัว​แล้ว​ไม่เคยดูหนังแล้วมานั่งเขียนอะไรทำนองนี้มาก่อน และก็ไม่คาดคิดว่าตัวเองจะมานั่งเขียนรีวิวหนังอะไรแบบนี้ แต่ก็ไม่เชิงเป็นรีวิวให้คะแนนหรือเล่าเรื่องรายละเอียดอะไรจริงจัง​นะ​ ​
ถือว่าดูแล้วก็​มาชวนกันคุย หรือถ้ายังไม่ได้ดูก็ถือว่า​ชวนกันดูละกัน ;)​

Koe no katachi​ หรือ รักไร้​เสียง​ ก่อนจะมาดูเป็นอนิเมะ (animation)​ เรื่องนี้เคยอ่านแบบเป็นมังงะ (หนังสือการ์ตูน) ​มาก่อน ตอนที่อ่านตอนแรกๆ คือนั่งถามตัวเองว่ากำลังอ่านอะไรอยู่เพราะการ์ตูน​เรื่องนี้ไม่ใช่แนวรักหวานจ๋าหรือแอคชั่นมันส์​หยด แต่ผูกเรื่องโดยใช้เรื่องของการรังแกหรือ bullying เป็นแกนหลักของเรื่องซึ่ง​ถือว่าเป็นเนื้อเรื่องแนว​ที่แปลกทีเดียวสำหรับ​เรา​
เรื่องราวทั้งในมังงะและในอนิเมะถูกถ่ายทอดผ่าน อิชิดะ โชยะ พระเอกของเรื่อง ซึ่ง​เป็นข้อหนึ่งที่เราชอบ เพราะมันทำให้เราค่อยๆ เรียนรู้​ความคิด​ความรู้สึก​ของตัวละครต่างๆ ผ่านมุมมอง​ของ​อิชิดะและรวมถึงการเข้าใจ​ใน​ตัวของอิชิดะเอง มันมีความพิเศษตรงที่เราสามารถที่จะได้​รู้สึก​ไปพร้อมๆ กันกับตัวละครได้มากขึ้น​
นิชิมิยะ โชโกะ เธอเองก็เป็นตัว​ละครหลักอีกตัวของเรื่อง (นางเอกน่ันละ)​ โชโกะถูกรังแกเพราะเธอ "แตกต่าง" จากเด็กคนอื่นๆ เธอเป็นคน "หูหนวก" ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจตรงนี้ว่าทำไมต้อง "หูหนวก" อีกประเด็น​ที่อนิเมะเรื่องนี้เน้นก็คือ "เสียง" ถ้าเราสามารถได้ยินเสียงต่างๆ รอบตัวเสียงก็คือเสียง แต่ตัวนิชิมิยะเองเธอไม่สามารถได้ยินเสียงได้ สำหรับเธอเสียงคือสิ่งที่ต้องเลี่ยงไปสื่อสารผ่านอวัยวะที่ไม่สามารถเปล่งเสียงได้แทน นั่นคือ "มือ" ผ่านการเขียนลงบนกระดาษหรือภาษามือ ซึ่งมันทำให้เราต้องมานั่งคิดและตีความใหม่ว่าจริงๆ แล้ว "เสียง" ที่เรามองไม่เห็นมันมีรูปร่างหน้าตาเป็นยังไง เราจะสัมผัสเสียงในรูปแบบไหนถ้าไม่ได้สัมผัสผ่านทางหู ซึ่ง​อินิเมะก็ดึงมาเป็นคำว่า "The shape of voice" ให้ได้สะดุดตาเอาไว้
ถ้านิชิมิยะถูกรังแกแล้วใครล่ะเป็นคนใจร้าย​ที่รังแกเธอ? ลองเดาซิ ;)​
อันที่จริงแล้วการกลั่นแกล้ง นิชิมิยะ โชโกะ ถือว่าเป็นความร่วมมือของคนทั้งชั้นเรียนรวมถึง​อาจารย์​ประจำชั้นเลยก็ว่าได้แต่หัวโจกจอมรังแกคือ อิชิดะ โชยะ พระเอกของเรานั่นเอง ความคิดแรกของเราคือนี่มันก็พล็อตเรื่องเดิมๆ นี่นา พวกปากไม่ตรงกับใจชอบแกล้งคนที่ตัวเองชอบเนี่ย แต่มันมีอีกเรื่องที่เราสัมผัสได้ผ่านมุมมองของอิชิดะว่าการกลั่นแกล้งแต่ละคร้ัง นอกจากจะเพื่อความสนุก​แล้วมันยังแฝงความรู้สึก​อย่่างอื่นเอาไว้อย่าง 'สู้สิ'​ 'ตอบโต้​สิ'​ 'อย่ายอมสิ' ​'พูดสิ'​ มันแสดงให้เห็นว่าตัวอิชิดะเองก็อยากจะรู้จัก​นิชิมิยะให้มากขึ้น ​แต่การพูดคุยผ่าน "มือ" สำหรับอิชิดะในตอนนั้นมันคงจะยุ่งยาก​เกินไป เขาจึงเลือกใช้วิธีที่จะบีบให้นิชิมิยะระเบิดความรู้สึก​ของเธอออกมาผ่านการกลั่นแกล้งต่างๆ แทน
ประเด็น​หลัก​อื่นในเรื่องที่เด่นๆ เลยก็คือ "เพื่อน"  และ "การฆ่าตัวตาย" จะขอพูดถึง​ "การฆ่าตัวตาย" ก่อน เรื่องนี้ถ้าถือว่ายกมาเป็นฉากแรกของอนิเมะเลยก็คงจะไม่ผิด เริ่มเรื่องก็มาที่การวางแผนฆ่าตัวตายของอิชิดะ ซึ่งถืิอว่าเป็น​ผลลัพธ์​จากการกระทำ​ของตัวเขาเองในอดีต ทำให้เกิดเป็นกรรมในรูปของความรู้สึกผิดที่ยังคงหลอกหลอนเขามาตลอด อิชิดะจึงคิดที่จะสะสางความรู้สึก​ผิดต่างๆ ก่อนที่จะฆ่าตัวตาย​ นั่นคือการคืนเงินค่าเสียหายที่คุณแม่ต้องจ่ายไปโดยการทำงานพิเศษและขายของใช้ส่วนตัวทุกอย่าง และแน่นอนความรู้สึก​ผิดที่สุด​ของเขา นิชิมิยะ โชโกะ เขาไปพบเธอโดยหวังที่จะไปจัดการสะสางความรู้สึก​ผิดที่มี่ต่อเธอ แต่ดันลงท้ายที่เขาขอเธอเป็นเพื่อนซึ่ง​นั่นเองได้ดึงอิชิดะออกมาจากวังวนความคิด​ที่จะฆ่าตัวตาย​ออกมาสู่วังวนความคิดใหม่ว่า "เพื่อน" สำหรับเขาแล้วคืออะไรกันแน่ ซึ่ง​ก็เป็​น​อีกหนึ่​งประเด็นสำคัญที่เรื่องนี้ตั้งคำถามขึ้นมาถึงนิยามความหมายของคำว่า "เพื่อน" ให้เราได้ไปนั่งคิดกันหรือบางทีอาจไม่ต้องคิดก็ได้ เพราะ​ในอนิเมะเองก็มีคำตอบให้อยู่​แล้วว่า "เพื่อน" คือสิ่งที่อยู่​เหนือ​กว่าคำนิยาม​และ​กฏเกณฑ์​ใดๆ ไม่จำเป็น​ต้องใช้สิ่งใดๆ มาจำกัดความ​หมายของมันเลย
ขอต่อในประเด็น "การฆ่าตัวตาย" อีกเล็กน้อย​เนื่องจากมีความพยายาม​ที่จะฆ่าตัวตาย​ในอนิเมะเรื่องนี้ถึง 2 ครั้ง ในครั้งหลังนี้ไม่ใช่​อิชิดะแต่เป็นนิชิมิยะแทน นิชิมิยะ โชโกะ เด็กสาวที่พูดคำว่าขอโทษจนติดปาก เธอโทษตัวเองว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้น​เป็นเพราะเธอเป็นต้นเหตุ​ เป็น​เพราะเธอคนรอบตัวจึงต้องลำบาก การโทษตัวเองของเธอนำไปสู่​การเกลียดตัวเองที่หยั่งลึก​ลงไป นิชิมิยะอยากจะหายไปเพื่อที่ไม่ต้องสร้างปัญหา​ให้ใครอีก โดยเฉพาะ​อิชิดะ นั่นจึงทำให้เธอกระโดด แต่คนที่ตกลงไปกลับไม่ใช่เธอ อนิเมะเรื่องนี้ปักประเด็น​ที่ "การฆ่าตัวตาย" ก็จริง แต่​เน้นไปพร้อมๆ กับ "การมีชีวิตอยู่" ด้วย การตายไม่ได้แก้ปัญหา​อะไร มันไม่คุ้มกันที่จะตายด้วยเรื่องเพียงแค่นี้ แต่เราจะแก้ปัญหา​ได้มากมายหากเรายังคงพยายาม​ที่จะมีชีวิตอยู่​
เนื้อเรื่อง​ในอนิเมะเดินไปช้าๆ มีการเปลี่ยนแปลงจากเนื้อเรื่อง​ในมังงะอยู่​บ้าง​และมีการตัดรายละเอียดต่างๆ ออกไปหลายจุด ซึ่งคงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยง​ไม่ได้​เพราะตัวมังงะเองมีความยาวถึงประมาณ 60 ตอน ถือว่ายาวพอตัวเลยทีเดียว แต่การปรั​บ​เปลี่ยนเนื้อเรื่อง​ไม่ได้ทำให้อนิเมะด้อยลงไปกว่ามังงะเลย ส่วนตัว​แล้วรู้สึก​ชอบด้วยซ้ำเพราะทำให้รู้สึก​ว่าเนื้อเรื่อง​มีความสมจริงมากขึ้น​ real ยิ่งขึ้น​
ที่ประทับใจมากคือกราฟฟิกที่ทำออกมาได้ดี มีการผสมผสานระหว่างภาพ 2 มิติและ 3 มิติได้อย่างลงตัว มุมกล้องทำออกมาได้ดีมาก การวางองค์​ประกอบ​ของภาพมีความแปลกใหม่ทำให้เราได้จุดโฟกัสภาพที่ต่างออกไปและดึงอารมณ์​ร่วมได้มากขึ้น​ ในส่วนดนตรีประกอบเองก็ไพเราะและเข้ากับฉากในแต่ละฉากได้ดี มีช่วงเงียบในบางฉากซึ่งก็ทำให้สัมผัสได้ถึงโลกของนิชิมิยะได้มากขึ้น แต่​ก็นั่นอีกละ โลกของนิชิมิยะเข้าใจยากจริงๆ สำหรับคนทั่วไปที่ได้ยิน "เสียง" อยู่​แล้ว​แบบเรา เราอยากเข้าใจ​ "เสียง" ของเธอมากขึ้น​ ถ้ามีคำบรรยายเวลาที่เธอพูดก็จะช่วยได้มาก บางฉากเธอพูดนะ นิชิมิยะพูดได้แต่ไม่ชัดจึง​ค่อนข้างจะฟังยาก ถ้าไม่อ่านมังงะมาก่อนก็คงจะจับความได้ยากทีเดียว แต่​แม้ไม่มี​คำบรรยาย​ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนิ​น​เรื่อง ก็ยังดูอนิเมะเรื่องนี้ได้รู้เรื่องอยู่ดีนั่นละ และโดยส่วนตัวชอบเสียงพากย์​แบบ soundtrack มากกว่า เพราะเสียงพากย์​ภาษาญี่ปุ่น​ต้นฉบับถือว่าสามารถ​พากย์​แสดงความรู้สึก​​ของตัวละครผ่านเสียงออกมาได้จับใจทีเดียว 
โดยรวมแล้ว Koe no katachi​ ถือว่าเป็นอนิเมะที่สวยงามคุ้มค่า​ที่จะดู มีการวางประเด็น​ให้ขบคิด​ในหลายแง่ ในอนาคตคิดว่าคงจะหยิบมาดูอีกแน่นอน แล้วก็คงมานั่งขบคิดในมุมมองใหม่ๆ ;)​ จริงๆ อนิเมะเรื่องนี้ไม่ได้เครียด​อะไร ดูเพลินๆ ได้ดูเอาจริงเอาจัง​ก็​ดี ใครเคยอ่านมังงะแล้วมาดูอนิเมะก็ไม่เสียหาย ถือว่าทำออกมาได้ดี
สุดท้ายนี้ถ้าได้ดูแล้วก็มาแลกเปลี่ยนกันได้นะ ;)​
ถ้ายังไม่ได้ดูก็ถือว่าชวนให้ดูก็แล้วกัน ;)​
The shape of voice, a silent ​voice.




SHARE
Writer
Namimii
Dream maker
Feel. Write. Read​.

Comments